xs
xsm
sm
md
lg

อภัยภูเบศรเร่งผลิต “ยาขี้ผึ้งแก้น้ำกัดเท้า” ส่ง 4.9 หมื่นตลับช่วยพื้นที่น้ำท่วม รวมส่งมอบแล้ว 5.9 หมื่นตลับ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



รพ.อภัยภูเบศร เร่งกำลังผลิต “ยาขี้ผึ้งแก้น้ำกัดเท้า” ส่งมอบเพิ่ม 49,000 ตลับ กระจายช่วยประชาชนพื้นที่น้ำท่วมปราจีนบุรี รวมส่งมอบแล้ว 59,000 ตลับ พร้อมแนะใช้เมื่อสงสัยติดเชื้อรา หลีกเลี่ยงทาบริเวณแผลเปิด

เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2569 พญ.วลีรัตน์ ไกรโกศล ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร กล่าวว่า จากสถานการณ์อุทกภัย โรงพยาบาลได้ระดมบุคลากร พร้อมเพิ่มกำลังการผลิต Whitfield’s ointment โดยใช้ศักยภาพด้านบุคลากร เครื่องจักร และระบบการผลิตยาของโรงพยาบาล เพื่อให้มียาเพียงพอต่อความต้องการของประชาชนในพื้นที่ประสบภัยและยังได้ ส่งมอบยาขี้ผึ้งแก้น้ำกัดเท้า (Whitfield’s ointment) จำนวน 49,000 ตลับ ให้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดปราจีนบุรี และองค์การบริหารส่วนจังหวัดปราจีนบุรี เพื่อนำไปกระจายให้ประชาชนในพื้นที่ประสบอุทกภัย รับมือปัญหาการติดเชื้อราที่ผิวหนังจากการสัมผัสน้ำและความชื้นเป็นเวลานาน

ก่อนหน้านี้ โรงพยาบาลได้ส่งมอบยาดังกล่าวให้เขตสุขภาพที่ 6 จำนวน 10,000 ตลับ เมื่อรวมกับการส่งมอบครั้งล่าสุด ทำให้มียาที่ผลิตและส่งมอบแล้วรวม 59,000 ตลับ

สำหรับ Whitfield’s ointment เป็นยาทาภายนอกสำหรับรักษาการติดเชื้อราที่ผิวหนัง ช่วยยับยั้งเชื้อราและทำให้ผิวหนังที่หนาหรือเป็นขุยค่อย ๆ หลุดออก เพื่อให้ตัวยาสัมผัสผิวหนังได้ดีขึ้น


อย่างไรก็ตามอาการที่เรียกว่า “น้ำกัดเท้า” ในระยะแรกอาจเกิดจากผิวหนังเปื่อยจากการแช่น้ำหรือสัมผัสความชื้นเป็นเวลานาน โดยยังไม่จำเป็นต้องเกิดจากเชื้อรา จึงควรล้างเท้าให้สะอาด เช็ดให้แห้ง และลดความอับชื้น ส่วนยาขี้ผึ้งดังกล่าวเหมาะใช้เมื่อมีลักษณะสงสัยติดเชื้อรา เช่น คัน ผิวลอกเป็นขุย หรือมีผื่นบริเวณซอกนิ้วเท้า และควรหลีกเลี่ยงการทาบริเวณแผลเปิด หากมีอาการบวมแดงมาก ปวด มีหนอง หรืออาการลุกลาม ควรพบแพทย์หรือบุคลากรสาธารณสุขเพื่อรับการประเมินและรักษาอย่างเหมาะสม

พญ.วลีรัตน์ ระบุด้วยว่า แม้การดำเนินการครั้งนี้จะได้รับงบประมาณสำหรับจัดหายา แต่โรงพยาบาลคิดค่าใช้จ่ายในราคาต้นทุน พร้อมระดมศักยภาพการผลิตที่มีอยู่ เพื่อให้ได้ยาในปริมาณเพียงพอและใช้ทรัพยากรเพื่อดูแลประชาชนในพื้นที่ประสบอุทกภัยอย่างคุ้มค่า

นอกจากนี้ โรงพยาบาลเตรียมเผยแพร่ความรู้ด้านการดูแลสุขภาพจากผลกระทบของอุทกภัยอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการใช้สมุนไพรและภูมิปัญญาไทยอย่างเหมาะสม ควบคู่กับการป้องกันโรค การดูแลตนเอง และการสังเกตอาการที่ควรเข้ารับการรักษาจากบุคลากรทางการแพทย์