“ถนอม อ่อนเกตุพล” อดีตผู้สมัคร สส.กทม. พรรคภูมิใจไทย เปิดปมย้ายนายอำเภอบ้านสร้างเข้ากรุ ชี้อดีตผู้ว่าฯ ปราจีนบุรีเซ็นเสนอย้ายเอง หลังไม่ไปร่วมงานเลี้ยงก่อนเกษียณเหตุติดน้ำท่วม ออกจากพื้นที่ไม่ได้
เมื่อวันที่ 7 ต.ค. นายถนอม อ่อนเกตุพล อดีตผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) กรุงเทพมหานคร พรรคภูมิใจไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก “ถนอม อ่อนเกตุพล” แสดงความคิดเห็นกรณีอธิบดีกรมการปกครองมีคำสั่งให้นายเสฏฐวุฒิ วงศ์เลอวุฒิ นายอำเภอบ้านสร้าง จังหวัดปราจีนบุรี ไปปฏิบัติหน้าที่ที่วิทยาลัยการปกครอง ตั้งแต่วันที่ 7 ต.ค. 2569 ถึงวันที่ 5 พ.ย. 2569
นายถนอมระบุว่า เมื่อวันที่ 6 ต.ค. ตนเองพร้อมเพื่อน พี่น้อง และแฟนคลับ ได้จัดส่งน้ำดื่มจำนวน 13,704 ขวด ไปให้นายอำเภอบ้านสร้าง เพื่อช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ แต่ยังไม่ทันที่นายอำเภอจะมารับน้ำดังกล่าว ก็มีคำสั่งย้ายออกจากพื้นที่เสียก่อน พร้อมระบุข้อความว่า “ผมกับเพื่อนๆพี่ๆน้องๆ Fc จัดส่งน้ำ 13,704 ขวด ให้นายอำเภอบ้านสร้าง 6 ตุลาคม ยังไม่ทันที่ท่านจะมารับ น้ำพัดท่านไปเสียจากชาวบ้านสร้างเสียก่อน พูดได้คำเดียวว่า ‘จุก’”
นอกจากนี้ นายถนอมยังโพสต์ข้อความเพิ่มเติม โดยตั้งข้อสังเกตถึงคำสั่งย้ายนายอำเภอบ้านสร้างว่า อาจเกี่ยวข้องกับกรณีที่นายเสฏฐวุฒิไม่ได้ไปร่วมงานเลี้ยงส่งนายวีระพันธ์ ดีอ่อน อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี ซึ่งจัดขึ้นในวันที่ 30 ก.ย. ซึ่งเป็นวันเกษียณอายุราชการ
ทั้งนี้ ตามเอกสาร นายวีระพันธ์เป็นผู้ลงนามในหนังสือถึงอธิบดีกรมการปกครอง ลงวันที่ 30 ก.ย.2569 เสนอให้ย้ายนายอำเภอบ้านสร้าง โดยกล่าวหาว่าไม่ให้ความร่วมมือกับหน่วยงานในระดับจังหวัดในการบริหารสาธารณภัยของจังหวัด ส่งผลให้การดำเนินการแก้ไขปัญหาสาธารณภัยของจังหวัดไม่มีประสิทธิภาพ จึงเห็นควรให้นายเสฏฐวุฒิไปดำรงตำแหน่งนอกพื้นที่จังหวัดปราจีนบุรี
พร้อมกันนี้ นายถนอมระบุว่า วันที่ 30 ก.ย.มีการจัดงานเลี้ยงส่งผู้ว่าราชการจังหวัดที่เกษียณอายุราชการ แต่นายอำเภอบ้านสร้างไม่ได้ไปร่วมงาน เนื่องจากขณะนั้นเกิดน้ำท่วมเต็มพื้นที่ และไม่สามารถเดินทางออกจากอำเภอได้
นายถนอมยังตั้งข้อสังเกตถึงการปฏิบัติหน้าที่ของผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี โดยระบุว่า เมื่อย้อนดูเฟซบุ๊กของจังหวัดปราจีนบุรี ไม่พบภาพผู้ว่าราชการจังหวัดลงพื้นที่น้ำท่วม แม้แต่ภาพเดียว ขณะที่มีภาพรองผู้ว่าราชการจังหวัดลงพื้นที่ พร้อมติดแฮชแท็กว่า “#เจ็บ #อย่าดูแคลนชาวบ้าน #ฆ่าน้องฟ้องนาย”


