xs
xsm
sm
md
lg

“อดุลย์” ลุยฟื้นฟูเคหะร่มเกล้า–เร่งระบายน้ำหนองจอก ย้ำภารกิจไม่จบจนประชาชนหายเดือดร้อน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



“รมว.กลาโหม” ร่วม Big Cleaning เคหะร่มเกล้า ฟื้นชุมชนหลังน้ำลด พร้อมส่งนักเรียนช่างซ่อมรถ–เครื่องใช้ไฟฟ้า ลดภาระประชาชน ก่อนติดตามเร่งสูบน้ำหนองจอก ย้ำเดินหน้าช่วยเหลือควบคู่ฟื้นฟูจนสถานการณ์คลี่คลาย

วันที่ 7 ตุลาคม พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ลงพื้นที่เคหะร่มเกล้า เขตลาดกระบัง ร่วมกิจกรรม Big Cleaning ทำความสะอาด เก็บขนขยะ และฟื้นฟูชุมชนหลังสถานการณ์น้ำเริ่มคลี่คลาย เพื่อให้ประชาชนกลับมาใช้ชีวิตตามปกติโดยเร็ว

การลงพื้นที่ครั้งนี้มีนายไทวุฒิ ขันแก้ว ปลัดกรุงเทพมหานคร พล.อ.ชิดชนก นุชฉายา รองผู้บัญชาการทหารสูงสุด ว่าที่ร้อยตรีตระกูล โทธรรม ผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย พร้อมผู้แทนกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมติดตามการปฏิบัติงาน เพื่อเชื่อมต่อการช่วยเหลือจากระยะเผชิญเหตุสู่การฟื้นฟูอย่างต่อเนื่อง

พล.ท.อดุลย์กล่าวว่า เมื่อระดับน้ำในหลายพื้นที่เริ่มลดลง ภารกิจสำคัญคือการเร่งฟื้นฟู โดยให้กรุงเทพมหานครเป็นหน่วยงานหลักในพื้นที่ ขณะที่กระทรวงมหาดไทย กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กระทรวงกลาโหม กองทัพ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมสนับสนุนกำลังและทรัพยากรตามความต้องการ เพื่อให้ประชาชนกลับมาใช้ชีวิตตามปกติเร็วที่สุด

ด้านพล.อ.ชิดชนกกล่าวว่า กองบัญชาการกองทัพไทย โดยเฉพาะหน่วยบัญชาการทหารพัฒนา ได้จัดกำลังพล เครื่องจักร ยานพาหนะ และขีดความสามารถด้านการบรรเทาสาธารณภัย สนับสนุนการทำงานร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่


จากนั้น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมตรวจเยี่ยมโรงเรียนรัตนโกสินทร์สมโภชลาดกระบัง ติดตามการทำงานของโรงเรียนช่างฝีมือทหาร ซึ่งจัดนักเรียนช่างให้บริการซ่อมรถจักรยานยนต์และอุปกรณ์ไฟฟ้าที่เสียหายจากน้ำท่วม เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชน

ต่อมาได้เดินทางไปยังศูนย์พัฒนาเด็กก่อนวัยเรียนชุมชนมิตรสามัคคีฟื้นนครร่มเกล้า ระยะ 4 โซน 10 ซึ่งมีครู 17 คน และเด็กประมาณ 200 คน เพื่อติดตามสภาพพื้นที่หลังน้ำลด พร้อมมอบยา เวชภัณฑ์ และสิ่งของจำเป็นแก่ประชาชนในชุมชน

นอกจากนี้ พล.ท.อดุลย์ยังลงพื้นที่หมู่บ้านฟลอร่าวิลล์ เขตหนองจอก ซึ่งยังมีน้ำท่วมขังตามเส้นทางภายในหมู่บ้านหลายจุด กระทบการสัญจรของประชาชน โดยตรวจติดตามจุดติดตั้งเครื่องสูบน้ำขนาด 30 นิ้ว บริเวณซอยสุวินทวงศ์ 38 และการบริหารจัดการน้ำ เพื่อเร่งลดระดับน้ำและบรรเทาความเดือดร้อน


พล.ท.อดุลย์ย้ำว่าแต่ละพื้นที่มีสถานการณ์แตกต่างกัน บางแห่งเข้าสู่ระยะฟื้นฟูแล้ว ขณะที่บางแห่งยังต้องเร่งระบายน้ำ จึงต้องดำเนินงานทั้งสองด้านควบคู่กัน โดยให้หน่วยงานที่มีความเชี่ยวชาญเป็นผู้ดำเนินการหลัก ส่วนกระทรวงกลาโหมและกองทัพพร้อมสนับสนุนกำลังพล เครื่องมือ และทรัพยากรตามความต้องการของพื้นที่

“วันนี้บางพื้นที่เราเริ่มฟื้นฟูแล้ว แต่บางพื้นที่ยังต้องเร่งเอาน้ำออก ภารกิจของเราจึงยังไม่จบ เราจะทำงานร่วมกันต่อไป จนกว่าประชาชนจะหายจากความเดือดร้อน และสถานการณ์จะคลี่คลาย” พล.ท.อดุลย์กล่าว