xs
xsm
sm
md
lg

“รสนา” ถาม ยกเลิกภาษีบาป 2% คือ การยิงนก 2 ตัว ด้วยกระสุนนัดเดียวของรัฐบาล ใช่หรือไม่?!

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



“รสนา โตสิตระกูล” ตั้งคำถามรัฐบาลเตรียมยกเลิกเงินเก็บเพิ่มจากภาษีเหล้า-บุหรี่ 2% ราว 1.4 หมื่นล้านบาท ชี้เปลี่ยนให้ 4 องค์กรของบจากงบแผ่นดินแทน อาจผลักภาระให้ประชาชน พร้อมตั้งข้อสังเกตอาจเอื้อกลุ่มทุนเหล้า-บุหรี่ และกระทบความเป็นอิสระ “ไทยพีบีเอส-สสส.”

เมื่อวันที่ 6 ต.ค. น.ส.รสนา โตสิตระกูล อดีตสมาชิกวุฒิสภา (สว.) กรุงเทพมหานคร โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก “รสนา โตสิตระกูล” ตั้งคำถามถึงแนวคิดของรัฐบาลในการออกกฎหมายยกเลิกการจัดเก็บเงินเพิ่มจากภาษีสุราและบุหรี่ในอัตรา 2% ซึ่งมีมูลค่าประมาณ 14,000 ล้านบาท เพื่อนำไปสนับสนุนการดำเนินงานของ 4 องค์กร ได้แก่ องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ไทยพีบีเอส) กองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ และกองทุนผู้สูงอายุ

น.ส.รสนา ระบุว่า ตามแนวทางที่รัฐบาลอ้าง ร่างกฎหมายดังกล่าวจะเปลี่ยนรูปแบบการสนับสนุน โดยให้ทั้ง 4 องค์กรมาขอรับงบประมาณรายปีจากงบประมาณแผ่นดินแทน ซึ่งจะทำให้ภาระตกอยู่กับเงินภาษีของประชาชน แทนที่จะใช้เงินที่จัดเก็บเพิ่มจากภาษีสุราและบุหรี่ พร้อมตั้งคำถามว่า เหตุใดรัฐบาลจึงต้องการยกเลิกการจัดเก็บเงินเพิ่ม 2% ดังกล่าว

“รสนา” ระบุว่า เงินประมาณ 14,000 ล้านบาท ที่นำมาสนับสนุน 4 องค์กร ไม่ใช่เงินจากงบประมาณแผ่นดิน และไม่ได้เป็นการดึงเงินจากภาษีสรรพสามิตสุราและบุหรี่ที่กระทรวงการคลังควรได้รับ แต่เป็นเงินที่จัดเก็บเพิ่มอีก 2% จากภาษีสุราและบุหรี่ เพื่อนำไปใช้สนับสนุนกิจกรรมของทั้ง 4 องค์กรโดยเฉพาะ

อดีต สว.กรุงเทพฯ ยังตั้งข้อสังเกตว่า หากรัฐบาลให้เหตุผลเรื่องวินัยทางการเงินการคลัง เหตุผลดังกล่าวอาจไม่เพียงพอที่จะอธิบายการยกเลิกเงินดังกล่าว โดยเฉพาะเมื่อรัฐบาลมีการกู้เงินจำนวน 400,000 ล้านบาทมาใช้ พร้อมตั้งคำถามว่าการดำเนินการครั้งนี้อาจเป็นการเอื้อประโยชน์ให้กับกลุ่มทุนธุรกิจสุราและบุหรี่หรือไม่

น.ส.รสนา ยังตั้งข้อสงสัยว่า การยกเลิกภาษีส่วนเพิ่มดังกล่าวอาจเข้าข่าย “ถอนทุนทางการเมือง” หรือไม่ เพราะทำให้กลุ่มทุนสุราและบุหรี่ไม่ต้องจ่ายภาษีเพิ่มอีก 2% หรือประมาณ 14,000 ล้านบาท โดยไม่มีสิ่งใดแลกเปลี่ยน พร้อมทิ้งคำถามว่า ในทางการเมืองจะเป็นไปได้หรือไม่ที่นักการเมืองจะให้ประโยชน์แก่กลุ่มทุนโดยไม่มีเหตุผลอื่น

ขณะเดียวกัน น.ส.รสนา แสดงความกังวลต่อผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับไทยพีบีเอส โดยเห็นว่า องค์กรดังกล่าวถูกออกแบบให้เป็นสื่อสาธารณะที่มีความเป็นอิสระ และไม่ต้องพึ่งพาการของบประมาณจากรัฐบาล หากเปลี่ยนมาเป็นการขอรับงบประมาณจากรัฐเป็นรายปี อาจทำให้เกิดแรงกดดันต่อความเป็นอิสระในการทำหน้าที่ของสื่อ

พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า หากไทยพีบีเอสต้องพึ่งพาเงินสนับสนุนจากรัฐบาล หรือทุนจากภาคธุรกิจมากขึ้น อาจเกิดความเสี่ยงต่อการเซ็นเซอร์ตัวเองในการนำเสนอข้อมูลที่กระทบต่อกลุ่มการเมืองหรือกลุ่มธุรกิจ และอาจส่งผลต่ออนาคตของสื่อสาธารณะที่เป็นอิสระ

ส่วนกรณี สสส. น.ส.รสนา ระบุว่า เป็นกองทุนที่สนับสนุนกิจกรรมด้านการสร้างเสริมสุขภาพ รวมถึงนวัตกรรมของภาคประชาสังคม โดยตั้งข้อสังเกตว่ารัฐบาลส่วนใหญ่มักต้องการลดบทบาท หรือลดแหล่งทุนของภาคประชาสังคม

น.ส.รสนา จึงสรุปตั้งคำถามว่า การออกกฎหมายยกเลิกการจัดเก็บเงินเพิ่มจากภาษีสุราและบุหรี่ 2% ซึ่งนำไปสนับสนุนกิจกรรมของไทยพีบีเอส และ สสส. อาจถือเป็นการ “ยิงนก 2 ตัวด้วยกระสุนนัดเดียว” หรือไม่ เพราะด้านหนึ่งเป็นการลดภาระภาษีของกลุ่มทุนสุราและบุหรี่ ขณะที่อีกด้านอาจทำให้ไทยพีบีเอสและ สสส. ต้องพึ่งพางบประมาณจากรัฐบาลมากขึ้น

น.ส.รสนา ทิ้งท้ายว่า รัฐบาลควรพิจารณาเหตุผลของการดำเนินการดังกล่าวอย่างรอบด้าน และตั้งคำถามว่าทำไปเพื่อรักษาวินัยทางการคลังตามที่กล่าวอ้าง หรือมีเหตุผลอื่นเกี่ยวข้อง พร้อมเสนอว่า หากไม่เชื่อในข้อสงสัยดังกล่าว รัฐบาลสามารถทำโพลสอบถามความคิดเห็นของประชาชนเพื่อหาคำตอบได้