“ศุภชัย' จี้ “รังสิมันต์” หยุดใช้อำนาจ กมธ. สั่งสอบเรื่องตามอำเภอใจ ยื่นหนังสือให้ทบทวนทำหน้าที่ ชี้ เรียก สุชาดา แจง กมธ.กฎหมาย ไร้อำนาจ เสี่ยงถูกร้อง พร้อมขี้กรณี "สส.ไอเดียร์" กมธ.ชุดนี้ไม่มีอำนาจทำได้
นายศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ในฐานะรองประธาน กมธ.การกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน คนที่สอง สภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า ตนได้ทำหนังสือถึง นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธาน กมธ.การกฎหมาย เพื่อให้พิจารณาต่อการใช้อำนาจของประธาน กมธ. สั่งบรรจุเรื่องเข้าสู่วาระการประชุม กมธ. โดยไม่มีมติของ กมธ. ที่ผ่านมา พบว่า มีหลายเรื่องที่คิดเอง บรรจุเอง หรือให้ใครยื่นเรื่องจากนั้นบรรจุ หรือไม่มีใครยื่นเรื่องสั่งบรรจุเอง เช่น กรณีของ น.ส.สุชาดา ซาง แทนทรัพย์ สส.ชัยภูมิ พรรคภูมิใจไทย ซึ่ง กมธ.ไม่มีหน้าที่หรืออำนาจที่จะดำเนินการ นอกจากนั้นยังพบว่าที่ผ่านมามีการเปลี่ยนแปลงวันและเวลาประชุมจากมติ กมธ. ที่ตกลงประชุมในวันพฤหัสบดี
“ที่ผ่านมา จัดประชุมตามอำเภอใจ จัดประชุมวันอื่นๆ ลืมคิดไปว่า กมธ.มีภารกิจ ติดประชุมคณะอื่น ทำให้หลายครั้ง กมธ.มาร่วมปะชุมไม่ได้ ซึ่งการใช้อำนาจดังกล่าวเสมือนว่า กมธ.เป็นของท่าน ทั้งที่ท่านเป็น 1 ใน 15 แต่การใช้อำนาจประธาน จนเป็นปัญหา เช่น กรณีของ น.ส.สุชาดา ที่ไม่มีหน้าที่ หรืออำนาจใดจะทำได้ หากถูกร้องว่าผิดข้อบังคับ กมธ.ทุกคนจะถูกร้องได้ ที่ผ่านมาเป็นความอึดอัดและกลัวต่อประธาน กมธ. จึงต้องขับไล่ความกลัวให้พ้นไป และวันนี้ต้องมีคำตอบ ว่าจะแก้ไขอย่างไร” นายศุภชัย กล่าว
นายศุภชัย กล่าวด้วยว่า ก่อนหน้านั้น ตนได้ทำหนังสือถึง นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภา ให้พิจารณากรณีที่ กมธ. ทำงานซ้ำซ้อนกับ กมธ.คณะอื่นทั้งที่ไม่มีหน้าที่และอำนาจ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 7 ต.ค.เวลา 09.40 น.ที่รัฐสภา ภายหลังจากที่ นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ(กมธ.)การกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนถึงการพิจารณากรณีของ น.ส.สุชาดา ซาง แทนทรัพย์ สส.ชัยภูมิ พรรคภูมิใจไทย และสามี เสร็จเรียบร้อย นาย ศุภชัย ใจสมุทร ขอแถลงข่าวต่อ พร้อมได้เดินมาถามกับนักข่าวในวงสัมภาษณ์ทันทีว่า นายรังสิมันต์ ให้สัมภาษณ์เรื่องอะไร ผู้สื่อข่าวจึงตอบไปว่า เรื่องเชิญน.ส.สุชาดา รวมถึงนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจ มาชี้แจงในกมธ.ฯ
นายศุภชัย จึงได้แถลงข่าวต่อทันทีว่า ตนได้ทำหนังสือถึงนายรังสิมันต์ ในการทำหน้าที่ประธานกมธ.ฯ ที่น่าจะขัดกับข้อบังคับ ซึ่งตนไม่เห็นด้วยและทักท้วงในการทำหน้าที่ประธานในกมธ.ฯ เช่นการบรรจุระเบียบวาระ โดยไม่มีมติของกมธ. หลายเรื่องนายรังสิมันต์ บรรจุเองหรือให้ใครสักคนมายื่นเรื่อง แล้วรับเรื่องบรรจุ หรือต่อให้ไม่มีใครยื่นก็จะบรรจุเอง เช่นกรณี น.ส.สุชาดา ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่มีอะไรเลยและไม่เกี่ยวข้องกับอำนาจหน้าที่ ของกมธ.ฯ แต่กลับบรรจุและพยายามแต่งเรื่อง ให้เข้ากับกมธ.ฯ และมีการเปลี่ยนแปลงวันเวลาประชุม จากมติของกมธ.ฯ ที่เดิมมีข้อตกลงว่าจะประชุมทุกวันพฤหัสบดี แต่หลังจากนั้นนายรังสิมันต์ก็จัดประชุมตามอำเภอใจ เช้าบ่ายหรือวันอื่น จนลืมคิดไปว่ากรรมาธิการคนอื่นๆ ก็มีภารกิจที่จะต้องไปประชุมคณะกรรมาธิการอื่นๆด้วย จึงทำให้กรรมการหลายๆคนไม่สามารถที่จะไปร่วมประชุมในที่อื่นได้
“เรื่องนี้เป็นการที่ท่านสั่งเอง ท่านดูเสมือนว่ากมธ.นี้เป็นของท่าน ทั้งๆที่ท่านเป็น 1 ใน15 กมธ.ฯ แน่นอนว่าท่านเป็นประธานแต่การใช้อำนาจของท่านก็เป็นปัญหา นอกจากนี้บ่อยครั้ง เช้านี้หรือเช้าอื่นๆ สื่อก็ต้องมาอยู่ที่นี่เพื่อฟังการแถลงข่าว ซึ่งไม่รู้ว่าเป็นการแถลงข่าวในนามส่วนตัวหรือในนามประธาน กมธ.ฯ คำตอบคือตอบไม่ได้ หลายเรื่องเป็นเรื่องที่ไม่ได้เป็นการพิจารณากัน ท่านก็มาแถลง บางเรื่องที่ท่านแถลง ไม่ตรงกับข้อมูลและข้อเท็จจริง แต่ประเด็นคือทุกครั้งที่ท่านแถลง กลับกลายเป็นว่าเหมือนเป็นมติของกมธ.ฯ“ นายศุภชัย กล่าว
นายศุภชัย กล่าวอีกว่า การพิจารณาหลายๆ เรื่องก็ซ้ำซ้อนกับกมธ.คณะอื่น ซึ่งกรรมาธิการในสภาผู้แทนราษฎรมีทั้งหมด 35 คณะ มีการแบ่งหน้าที่กันชัดเจน ใครทำเรื่องอะไร แต่เท่าที่ติดตามดูจะพบว่ามีจำนวนไม่น้อย เป็นการพิจารณาที่ไม่เกี่ยวข้องกับหน้าที่และอำนาจ พยายามไปตีความบรรทัดสุดท้ายว่าเป็นกฎหมาย ทั้งที่ไม่เกี่ยว เรื่องไหนที่เกี่ยวข้องกับหน่วยงานเช่น ป.ป.ช. หรือ การติดตามงบฯ นายรังสิมันต์ก็ลากมาเข้ากมธ.ฯนี้ บอกเราต้องทำงานกัน ต้องเพิ่มเวลา ซึ่งเรื่องนี้ตนได้ทำเรื่องถึงประธานสภาฯไปแล้ว ให้พิจารณาการทำเรื่องซ้ำซ้อนกันของกมธ.บางเรื่องซ้ำกัน3 กมธ. ทำให้ข้าราชการก็ต้องมาชี้แจงทั้ง3คณะ บางคณะวุ่นวายยาวนาน วันนี้ต้องมีคำตอบจากท่านประธานฯ ว่าสิ่งที่ทำมีผลกระทบและต้องแก้ไขอย่างไร
”ถ้าจะทำเรื่อง น.ส.สุชาดา ผมยืนยันว่าไม่มีอำนาจที่ใดที่ กมธ.คณะนี้จะทำได้ และถ้าทำไป ถูกร้องว่าการพิจารณาผิดข้อบังคับ ทุกคนก็จะถูกร้อง ถ้าจะร้องนายรังสิมันต์คนเดียวก็ร้องไป แต่ทุกคนจะโดนกันหมด และมีผลกระทบต่อคนอื่น “ นายศุภชัย กล่าว
เมื่อถามว่า ยังมีกมธ.คนอื่นร่วมลงชื่อในหนังสือนี้ด้วยหรือไม่ นายศุภชัย กล่าวว่า ตนคนเดียวก็เอาอยู่ และเรื่องนี้ก็จะถกกันในที่ประชุมวันนี้ เพราะเป็นความอึดอัด เกรงกลัวต่อท่านประธาน กลัวท่านมาก ถึงเวลาต้องขับไล่ความกลัวตัวนี้ให้หลุดพ้นไป ตามขั้นตอน ซึ่งตนก็ยื่นตามขั้นตอนที่ควรจะเป็น


