xs
xsm
sm
md
lg

“ภาสกร ชัยรัตน์” ปลัดอุตสาหกรรมคนใหม่ กับโจทย์ใหญ่หลังน้ำท่วม

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ถ้าพูดถึงชื่อ “ภาสกร ชัยรัตน์” คงต้องบอกว่าไม่ใช่ข้าราชการหน้าใหม่ของกระทรวงอุตสาหกรรม แต่เป็นคนที่เดินอยู่ในกระทรวงนี้มานานกว่า 20 ปี และผ่านงานมาแทบจะครบทุกมิติของกระทรวง

และวันนี้…ชื่อของเขาขึ้นมาอยู่บนเก้าอี้ใหญ่ที่สุด ของกระทรวงอุตสาหกรรมเรียบร้อยแล้ว

ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี วันที่ 6 ตุลาคม 2569 มีมติเห็นชอบแต่งตั้ง “ภาสกร ชัยรัตน์” จาก รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ขึ้นเป็นปลัดกระทรวงอุตสาหกรรมคนใหม่ ตามที่ นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.อุตสาหกรรม เสนอ
 
แต่กว่าจะถึงวันนี้ เรื่องราวเกี่ยวกับเก้าอี้ตัวนี้ ก็มีดรามา ไม่น้อย
 
ต้นเรื่องมาจาก “ณัฐพล รังสิตพล” อดีตปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ซึ่งดำรงตำแหน่งมาครบวาระ 4 ปี และมีข่าวมาตั้งแต่ช่วงกลางปีว่า “เอกนัฏ พร้อมพันธุ์” ซึ่งตอนนั้นเป็น รมว.อุตสาหกรรม และต่อมาเป็น รมว.พลังงาน เคยทำงานร่วมกับ “ณัฐพล” และมองว่าเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่จะดึงมาช่วยงานที่กระทรวงพลังงาน
 
“เอกนัฏ”เองก็ยอมรับภายหลังว่า “ณัฐพล” เป็นหนึ่งในตัวเลือกจริง เพราะสามารถเลือกข้าราชการระดับปลัดฯ จากกระทรวงอื่นมาร่วมงานได้
 
ขณะเดียวกัน ถ้า“ณัฐพล” ย้ายไปพลังงาน คนที่จะขึ้นมาแทนในกระทรวงอุตสาหกรรม ก็มีชื่อ “ภาสกร ชัยรัตน์” อยู่ในลำดับต้นๆ เพราะ “ภาสกร”เป็นคนในกระทรวง และเป็นคนที่ผ่านงานมาอย่างต่อเนื่อง

แต่เรื่องมันเกิดสะดุดในเดือนสิงหาคม
 
เดิมมีความพยายามจะเสนอเรื่องย้าย “ณัฐพล” ไปเป็นปลัดกระทรวงพลังงาน พร้อมกับตั้ง “ภาสกร” ขึ้นเป็นปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม

แต่กระบวนการกลับมีปัญหาเรื่องเอกสารเสนอแต่งตั้ง โดยมีรายงานว่า เอกสารเสนอชื่อ “ภาสกร” ซึ่งตามแนวปฏิบัติต้องผ่านการลงนามของ ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรมในขณะนั้น ไม่ได้ถูกนำเสนอเข้าสู่ ครม.

จนเกิดข้อทักท้วงจากเลขาธิการ ครม. และสุดท้ายเรื่องก็ต้องชะลอออกไปก่อน


“ณัฐพล” ยังไม่ได้ไปพลังงาน และ “ภาสกร” ก็ยังไม่ได้ขึ้นเป็นปลัดอุตสาหกรรม

ในช่วงเวลาสำคัญเช่นนี้ อะไรๆ ก็เปลี่ยนแปลงได้

สุดท้าย กระทรวงพลังงานก็ได้ “ฉันทานนท์ วรรณเขจร” จากตำแหน่งผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี คนของ “เนวิน” ขึ้นเป็นปลัดกระทรวงพลังงาน ปาดหน้า “ณัฐพล” คนของสาย “ลุงกำนัน” ไป

ส่วน “ณัฐพล” ก็ถูกย้ายออกจากกระทรวงอุตสาหกรรม ไปเป็นที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ฝ่ายข้าราชการประจำ ที่ทำเนียบรัฐบาล
และต้องรอให้การแต่งตั้งตำแหน่งใหม่ของ “ณัฐพล” มีพระบรมราชโองการและประกาศในราชกิจจานุเบกษาเสียก่อน จึงจะเดินหน้าตั้งปลัดอุตสาหกรรมคนใหม่ได้

จนกระทั่งวันนี้…“ภาสกร ชัยรัตน์” จึงได้ขึ้นมารับไม้ต่ออย่างเป็นทางการ

ทีนี้มาดูโปรไฟล์ของ “ภาสกร ชัยรัตน์” กันหน่อย

เขาอายุประมาณ 53 ปี เท่ากับว่า เหลืออายุราชการอีก 7 ปี จบวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และปริญญาโทวิศวกรรมศาสตร์ สาขา System Engineering จาก Colorado State University สหรัฐอเมริกา

เส้นทางราชการ เริ่มทำงานในกระทรวงอุตสาหกรรม มาตั้งแต่ปี 2540 ผ่านงานด้านอุตสาหกรรมน้ำมัน จากนั้นไปทำงานด้านพัฒนาธุรกิจอุตสาหกรรม เป็นผู้อำนวยการส่วนบริหารจัดการข้อมูลและให้คำปรึกษา

ปี 2558 เป็นผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 8 จังหวัดสุพรรณบุรี
ปี 2560 ไปเป็นผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 1 จังหวัดเชียงใหม่
ปี 2561 เป็นผู้อำนวยการกองยุทธศาสตร์และแผนงาน

จากนั้นขึ้นเป็น รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ในปี 2562
ปี 2566 ขยับขึ้นเป็นผู้ตรวจราชการกระทรวง และไปบริหารกองทุนพัฒนาเอสเอ็มอี ตามแนวประชารัฐ
ปี 2566–2567 เป็นอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม
ปี 2567–2568 เป็นผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม

และตั้งแต่ตุลาคม 2568 เป็นต้นมา เป็นรองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ก่อนจะได้รับการแต่งตั้งเป็นปลัดกระทรวง ในวันนี้
ฉะนั้น ถ้าจะนิยาม “ภาสกร” แบบง่ายๆ ตรงๆ ก็คือเขาเป็นข้าราชการสายอุตสาหกรรม แบบครบเครื่องตัวจริง

ผ่านทั้งงานส่งเสริมผู้ประกอบการ งานนโยบาย งานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม งานเอสเอ็มอี และงานบริหารระดับสูง

ที่น่าสนใจคือ เขาเคยทำงานด้านความร่วมมือระหว่างประเทศ โดยเฉพาะกับญี่ปุ่น รวมถึงเรื่องอุตสาหกรรมใหม่ เศรษฐกิจชีวภาพ และเศรษฐกิจหมุนเวียนด้วย

การขึ้นเป็นปลัดครั้งนี้ แม้จะมีเรื่องการเมืองอยู่บ้าง แต่ก็ไม่ใช่การเอาคนนอกกระทรวงเข้ามาคุม แต่เป็นการดัน “คนใน” ที่ผ่านงานมาหลายระดับขึ้นมารับไม้ต่อ

และนี่แหละ…คือโจทย์ใหญ่ของ “ภาสกร”

เพราะวันนี้กระทรวงอุตสาหกรรม ไม่ได้มีแค่โจทย์เรื่องเศรษฐกิจ หรือการส่งเสริมโรงงานเท่านั้น แต่มีเรื่องสิ่งแวดล้อม กากอุตสาหกรรม โรงงานรีไซเคิล สินค้าไม่ได้มาตรฐาน ไปจนถึงความสัมพันธ์ระหว่างโรงงานกับชุมชน

โดยเฉพาะสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นที่ “ปราจีนบุรี”


หลังน้ำท่วมในพื้นที่ อ.ศรีมหาโพธิ มีการพบคราบสีรุ้งคล้ายน้ำมันลอยอยู่บนผิวน้ำในบริเวณใกล้พื้นที่โรงงานรีไซเคิลและจัดการกากอุตสาหกรรม จนกรมอนามัยต้องออกมาเตือนเรื่องความเสี่ยงจากการปนเปื้อนของสารเคมีและโลหะหนัก

และล่าสุดกรมโรงงานอุตสาหกรรมก็ใช้อำนาจตาม มาตรา 39 สั่งให้โรงงานแห่งหนึ่งหยุดประกอบกิจการทั้งหมด พร้อมให้แก้ไขปัญหา และดำเนินการตามกฎหมาย หลังพบปัญหาน้ำท่วมกระทบพื้นที่โรงงานและพบคราบลักษณะคล้ายน้ำมันภายนอกโรงงาน

นี่จึงไม่ใช่เรื่องเล็ก เพราะหลังน้ำลด สิ่งที่ต้องตอบให้ได้ไม่ใช่เพียงว่า “น้ำลดแล้วจบ”

แต่ต้องตอบว่า กากอุตสาหกรรมอยู่ที่ไหน มีสารพิษอะไรหลุดออกมาหรือไม่ โรงงานไหนบ้างที่ปฏิบัติตามมาตรฐาน
ระบบป้องกันน้ำหลาก และน้ำชะกากมีประสิทธิภาพแค่ไหน แล้วประชาชนที่อยู่ปลายน้ำ จะได้รับการเยียวยา และตรวจสุขภาพอย่างไร?

ทั้งหมดนี้ จะกลายเป็นบททดสอบแรกๆ ของปลัดกระทรวงอุตสาหกรรมคนใหม่

และยังมีงานใหญ่อีกหลายเรื่อง ทั้งการแก้กฎหมายโรงงาน การจัดการกากอุตสาหกรรม การควบคุมสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐาน การส่งเสริมอุตสาหกรรมสีเขียว การดูแลเอสเอ็มอี ไปจนถึงการทำให้อุตสาหกรรมอยู่ร่วมกับชุมชนได้จริง

วันนี้ “ภาสกร ชัยรัตน์” ได้เก้าอี้ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรมแล้ว แต่การได้เก้าอี้ อาจเป็นเรื่องหนึ่ง ส่วนการพิสูจน์ตัวเองบนเก้าอี้ตัวนี้ ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง

โดยเฉพาะหลังจากผ่านดรามาการโยกย้ายระดับปลัดมาเกือบสองเดือน

สิ่งที่ประชาชนกำลังรอดู คือ “ภาสกร” จะเป็นปลัดที่เข้ามา “เปลี่ยนคน” หรือจะเป็นปลัดที่เข้ามา “เปลี่ยนงาน”

จะทำให้กระทรวงอุตสาหกรรม เป็นหนึ่งเดียวตามแนวคิด ONE MIND ที่ฝ่ายการเมืองวางไว้ได้แค่ไหน

และที่สำคัญที่สุด… ในวันที่โรงงานกับชุมชน กำลังเผชิญโจทย์เรื่องกากอุตสาหกรรม และมลพิษ ปลัดอุตสาหกรรมคนใหม่ จะสามารถทำให้คำว่า “อุตสาหกรรมอยู่คู่ชุมชน” เป็นเรื่องจริงได้แค่ไหน หรือจะยังเป็นเพียงคำสวยๆ บนกระดาษ

ตรงนี้แหละ…คือผลงานที่ประชาชนจะเป็นคนตัดสิน