วันนี้( 6 ต.ค.)วิทยาลัยเทคโนโลยีสยาม (STC) จัดพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ร่วมกับมหาวิทยาลัยโคโลราโด เดนเวอร์ (University of Colorado Denver: UCD) ประเทศสหรัฐอเมริกา พร้อมเปิดตัวหลักสูตรบริหารธุรกิจมหาบัณฑิตสากล (CU-MBA) มุ่งยกระดับการศึกษาระดับผู้บริหาร (Executive Education) และพัฒนาศักยภาพผู้นำองค์กรยุคใหม่ในภูมิภาคอาเซียน
โดยความร่วมมือครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อตอบโจทย์การเปลี่ยนแปลงของโลกธุรกิจยุคดิจิทัล หลักสูตร CU-MBA ออกแบบมาเป็นพิเศษสำหรับผู้บริหารรุ่นใหม่, คนทำงานระดับกลาง (Mid-Career Professionals) และผู้สืบทอดธุรกิจครอบครัว เป็นหลักสูตรที่ได้รับการรับรองมาตรฐานระดับโลก AACSB Accredited ซึ่งผู้เรียนจะได้รับปริญญาโทโดยตรงจาก CU Denver พร้อมรูปแบบการเรียนการสอนแบบยืดหยุ่น (Flexible Hybrid Model) ณ ศูนย์การเรียนรู้ใจกลางเมือง อาคารโครนอส สาทร (Kronos Office Tower) อำนวยความสะดวกให้ผู้บริหารสามารถเรียนรู้ควบคู่ไปกับการทำงานจริงได้อย่างลงตัว
นอกจากนี้ ผู้เรียนในหลักสูตรยังได้รับโอกาสเปิดประสบการณ์ระดับสากลผ่านโครงการ 1-Month U.S. Study Tour ณ University of Colorado Denver ประเทศสหรัฐอเมริกา เป็นเวลา 1 เดือนเต็ม เพื่อเรียนรู้บริบทธุรกิจระดับโลกและสร้างเครือข่ายพันธมิตรทางธุรกิจ ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวยังมุ่งเน้นการสร้างความร่วมมือแบบ B2B กับบริษัทชั้นนำและองค์กรเอกชน เพื่อร่วมพัฒนาบุคลากรและขับเคลื่อนความสามารถในการแข่งขันของภาคธุรกิจในระดับภูมิภาคอย่างยั่งยืน
ภายในงานยังจัดให้มีการเสวนาพิเศษ (Executive Panel Session) ในหัวข้อ "Global Leadership and the Future of Executive Education in ASEAN" โดยได้รับเกียรติจากผู้เชี่ยวชาญ คณะผู้บริหารจากทั้งสองสถาบัน และศิษย์เก่า CU Denver ร่วมถ่ายทอดมุมมองเชิงกลยุทธ์เกี่ยวกับการพัฒนาทักษะการบริหารระดับสากลและการปรับตัวของภาคธุรกิจ ได้แก่ ดร.สก็อต ดอว์สัน (Dr. Scott Dawson) คณบดีคณะบริหารธุรกิจแห่งมหาวิทยาลัยโคโลราโด เดนเวอร์ ผศ.ดร.นพดล กรรณิกา อาจารย์ประจำหลักสูตรปริญญาโท คณะรัฐประศาสนศาสตร์และที่ปรึกษาคณะดิจิทัล วิทยาลัยเทคโนโลยีสยาม คุณวรรณศิริ ศรีวราธนบูลย์ บรรณาธิการบริหาร ไฮ-คลาส มีเดีย กรุ๊ป และกรรมการผู้จัดการ บริษัท ดีพี สตูดิโอ จำกัด และคุณไรอัน เฟรเซอร์ ที่ปรึกษาพิเศษอธิการบดี วิทยาลัยเทคโนโลยีสยาม ร่วมเสวนา
ขณะที่ ผศ.พรพิสุทธิ์ มงคลวนิช อธิการบดี วิทยาลัยเทคโนโลยีสยาม ได้ให้สัมภาษณ์ภายหลังจบงาน ระบุว่า หวังว่าความร่วมมือวันนี้จะสร้างโอกาสให้แก่นักศึกษา และคนทำงานที่ต้องการก้าวสู่องค์กรระดับโลก ได้รับประสบการณ์การเรียนรู้นวัตกรรมและการบริหารธุรกิจมาตรฐานสากล โดยไม่ต้องบินไปเรียนไกลถึงต่างประเทศ สำหรับหลักสูตรการเรียนการสอนจะถอดแบบมาจากมหาวิทยาลัยโคโลราโด ทั้งหมด ดำเนินการสอนโดยคณาจารย์จากมหาวิทยาลัยโคโลราโดโดยตรง ขณะที่อาจารย์จากวิทยาลัยเทคโนโลยีสยามจะทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยดูแล ให้คำปรึกษา และสนับสนุนผู้เรียนอย่างใกล้ชิดตลอดการศึกษา ในส่วนของสถานที่เรียนหลักจะใช้อาคารอาคารโครนอส สาทร พร้อมด้วยอุปกรณ์ และสิ่งอำนวยความสะดวกตามมาตรฐานของวิทยาลัยเทคโนโลยีสยาม ซึ่งผู้เรียนสามารถเข้าใช้บริการสิ่งอำนวยความสะดวกได้ทั้งที่สาทร และที่วิทยาลัยเทคโนโลยีสยาม
ผศ.พรพิสุทธิ์ กล่าวอีกว่า หลักสูตรนี้เราใช้มาตรฐานของทางมหาวิทยาลัยโคโลราโด ซึ่งมีศักดิ์และสิทธิ์เทียบเท่ากับการเดินทางไปเรียนที่ประเทศสหรัฐอเมริกา นอกจากนี้ ปัจจุบันทั้งสองสถาบันยังอยู่ระหว่างการหารือเพื่อมอบใบประกาศนียบัตรคู่ จากทั้งสองสถาบันให้แก่ผู้เรียน ซึ่งถือเป็นโอกาสครั้งสำคัญสำหรับคนทำงานที่ต้องการเปลี่ยนสายงาน หรือเติบโตในองค์กรชั้นนำ ลักสูตรนี้จะช่วยก้าวข้ามข้อจำกัดด้านประสบการณ์การทำงานร่วมกับชาวต่างชาติ เนื่องจากผู้เรียนจะได้สัมผัสองค์ความรู้และงานวิจัยระดับโลก รวมถึงเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่คิดค้นโดยคณาจารย์ของมหาวิทยาลัยโคโลราโดโดยตรง สิ่งนี้จะช่วยเปิดมุมมองให้ผู้เรียนมองเห็นภาพได้กว้างขึ้น ลึกขึ้น และพร้อมเข้าทำงานในบริษัทข้ามชาติทั้งใน และต่างประเทศ
ด้าน ดร.สก็อต ได้กล่าวถึงมุมมองในการร่วมมือกับวิทยาลัยเทคโนโลยีสยาม ว่า เป็นโอกาสอันดีในการร่วมกันสร้างผู้นำธุรกิจยุคใหม่ที่มีวิสัยทัศน์ระดับโลกแต่เข้าใจบริบทท้องถิ่นอย่างแท้จริง หลักสูตรนี้ได้รับการรับรองมาตรฐาน AACSB ซึ่งเป็นมาตรฐานระดับทองคำของโรงเรียนธุรกิจทั่วโลก การร่วมมือครั้งนี้นอกจากจะส่งผลดีต่อผู้เรียนแล้ว ยังช่วยให้คณาจารย์ของมหาวิทยาลัยโคโลราโดได้เรียนรู้ และเข้าใจบริบททางธุรกิจในภูมิภาคเอเชียมากยิ่งขึ้น
ทั้งนี้ หลักสูตรนี้เหมาะสำหรับผู้ที่มีประสบการณ์ทำงานประมาณ 3 ถึง 8 ปี เช่น บุคลากรสายเทคนิค วิศวกร หรือสถาปนิก ที่ได้รับการเลื่อนขั้นให้เป็นหัวหน้าทีมแต่ยังขาดทักษะการบริหารจัดการธุรกิจ การเรียน MBA ในช่วงเวลานี้จะช่วยเติมเต็มทักษะที่จำเป็นได้อย่างทันท่วงที โดยผู้เรียนสามารถนำความรู้ที่ได้จากห้องเรียนไปประยุกต์ใช้กับการทำงานจริงได้ทันที พร้อมกันนี้ยังเน้นย้ำถึงทักษะแห่งอนาคตที่ครอบคลุมในหลักสูตร ไม่ว่าจะเป็น ปัญญาประดิษฐ์ (AI), ความยั่งยืน (Sustainability), ความปลอดภัยไซเบอร์ (Cybersecurity), อุตสาหกรรมการบิน (Aviation) ตลอดจนทักษะสำคัญในการบริหารจัดการตนเองและการนำทีมสู่ความสำเร็จ


