พ.ต.ท.กอบ พร้อม 4 สว. หอบรายชื่อยื่น ป.ป.ช. สอบ “สิทธิโชติ อินทรวิเศษ” กกต.เสียงข้างน้อยคดีฮั้ว สว. กล่าวหาเปิดรายละเอียดมติ-เหตุผล-ข้อมูลในสำนวน รวมถึงตัวตน กกต.เสียงข้างน้อยต่อสื่อ อาจเข้าข่ายเปิดเผยความลับการประชุม ไม่เคารพมติเสียงข้างมาก ฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมร้ายแรง
เมื่อวันที่ 5 ต.ค. 2569 ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) พ.ต.ท.กอบ อัจนากิตติ สมาชิกวุฒิสภา (สว.) พร้อมด้วย สว. รวม 5 คน ยื่นเรื่องต่อประธานกรรมการ ป.ป.ช. ขอให้ดำเนินการไต่สวน นายสิทธิโชติ อินทรวิเศษ กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ซึ่งเป็น กกต.เสียงข้างน้อยในคดีทุจริตการเลือก สว. กรณีการเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการประชุม การวินิจฉัยมติ และเหตุผลในสำนวนคดี โดยเห็นว่าอาจเข้าข่ายการกระทำผิด ไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง และปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 234 และมาตรา 235
คำร้องระบุพฤติการณ์กล่าวหาว่า นายสิทธิโชติมีการเปิดเผยรายละเอียดการลงมติในคดีทุจริตการเลือก สว. เป็นรายประเด็น พร้อมระบุตัว กกต.เสียงข้างน้อย เหตุผลของ กกต.เสียงข้างน้อย ตลอดจนการวิเคราะห์พยานและข้อมูลที่ปรากฏในสำนวน ซึ่งผู้ร้องเห็นว่าอาจถือเป็นการเปิดเผยความลับของการประชุม กกต. และกระบวนการพิจารณาวินิจฉัย รวมถึงอาจเป็นการไม่เคารพมติของที่ประชุมฝ่ายเสียงข้างมาก
นอกจากนี้ ผู้ร้องตั้งข้อสังเกตว่า ข้อมูลที่มีการเปิดเผยต่อสื่อมวลชนอาจก่อให้เกิดความเสียหายหรือกระทบต่อความเป็นธรรมของผู้ถูกร้อง กกต.เสียงข้างมาก รวมถึงพยานที่เกี่ยวข้องหรือไม่ พร้อมขอให้ตรวจสอบด้วยว่า การให้สัมภาษณ์ดังกล่าวมีความถูกต้อง ครบถ้วน และไม่บิดเบือนข้อเท็จจริงหรือไม่
โดยเฉพาะประเด็นเกี่ยวกับคะแนนลงมติ เหตุผลของ กกต.ทั้งเสียงข้างมากและเสียงข้างน้อย ขอบเขตการสืบสวน ตลอดจนข้อมูลเกี่ยวกับเส้นทางการเงิน ซึ่งควรนำไปเปรียบเทียบกับบันทึกการประชุม สำนวนคดี และมติฉบับทางการ เพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงที่ชัดเจน
คำร้องยังอ้างถึงมาตรฐานทางจริยธรรมของ กกต. ซึ่งกำหนดให้กรรมการต้องปฏิบัติหน้าที่ด้วยความยุติธรรม เป็นอิสระ เป็นกลาง และปราศจากอคติ ไม่หวั่นเกรงต่ออิทธิพล กระแสสังคม หรือแรงกดดันอันมิชอบด้วยกฎหมาย รวมถึงต้องคำนึงถึงสิทธิและเสรีภาพของประชาชน
ขณะเดียวกัน ยังมีหน้าที่รักษาความลับของการประชุมและการพิจารณาวินิจฉัย รวมถึงเคารพมติของที่ประชุมฝ่ายเสียงข้างมากและเหตุผลของทุกฝ่ายอย่างเคร่งครัด พร้อมทั้งให้ข้อมูลข่าวสารแก่ประชาชนและสื่อมวลชนตามข้อเท็จจริงอย่างถูกต้อง ครบถ้วน และไม่บิดเบือน
ผู้ร้องระบุด้วยว่า การมีหน้าที่รักษาความลับ ไม่ได้หมายความว่าผลการประชุมทุกส่วนจะไม่สามารถเปิดเผยได้ และในทางกลับกันก็ไม่ได้หมายความว่ากรรมการแต่ละคนสามารถเปิดเผยรายละเอียดภายในได้โดยไม่มีขอบเขต ดังนั้น เส้นแบ่งสำคัญจึงอยู่ที่กฎหมาย ระเบียบ และมติขององค์กรที่เกี่ยวข้อง
ด้วยเหตุนี้ จึงขอให้ ป.ป.ช.รับคำร้องไว้ตรวจสอบและแสวงหาข้อเท็จจริงตามอำนาจหน้าที่ว่า การกระทำของนายสิทธิโชติเป็นการฝ่าฝืนกฎหมาย ระเบียบ หรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรงหรือไม่
มีรายงานด้วยว่า สว.อีก 4 คนที่ร่วมลงชื่อในคำร้อง ได้แก่ พล.ต.ต.ฉัตรวรรษ แสงเพชร นายพิสิษฐ์ อภิวัฒนาพงศ์ นายพิชาญ พรศิริประทาน และอีก 1 คนยังไม่ชัดเจนว่าเป็นใคร


