เมืองไทย 360 องศา
หากพิจารณาจากข้อมูลล่าสุดที่แจ้งโดยกรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม ว่า ยังมีหลายพื้นที่รอบนอกกรุงเทพมหานคร โดยเฉพาะในเขตลาดกระบัง ที่ยังมีระดับน้ำท่วมขัง ดังนี้
น้ำท่วมเล็กน้อย 5–10 ซม. รถสามารถสัญจรได้
• ถนนกรุงเทพกรีฑา หน้าซอย 13–15 ขังแอ่งจุดทำถนน และหน้าซอย 45–55 มีน้ำท่วม 5–10 ซม.
• ถนนอ่อนนุช จากหน้าซอย 57–59 น้ำท่วม 5–10 ซม.
• ถนนลาดกระบัง ช่วงคลองตาพุก–แยกกิ่งแก้ว น้ำท่วม 5–10 ซม.
• ถนนเจ้าคุณทหาร ขาเข้าตลอดสาย 5–15 ซม. และขาออกตลอดสาย 5–10 ซม.
น้ำท่วมปานกลาง 10–20 ซม. รถสามารถสัญจรได้ แต่ควรใช้ความระมัดระวัง
• ถนนพหลโยธิน รอยต่อ กทม. หน้าสนามกีฬาธูปะเตมีย์ ถึงพหลโยธิน ซ.64/1 ระดับน้ำสูง 15–20 ซม.
• ถนนฉลองกรุง คลองลำมะขาม–คลองลำกอไผ่ 10–15 ซม., คลองลำกอไผ่–แยกเจ้าคุณทหาร 5–10 ซม. และแยกเจ้าคุณทหาร–ตัดมอเตอร์เวย์ 10–15 ซม.
• ถนนหลวงแพ่ง แยกลาดกระบัง–แยกวัดพลมานีย์ และช่วงคลองพระยาเพชร–สุดเขต ระดับน้ำ 15–20 ซม.
• ถนนลาดกระบัง แยกกิ่งแก้ว–แยกสนามบิน ถึงถนนหลวงแพ่ง ระดับน้ำ 15–20 ซม.
น้ำท่วมมาก 20–30 ซม. แนะนำรถเล็กหลีกเลี่ยง ห้ามผ่านในบางช่วง
• ถนนฉลองกรุง บริเวณสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) ระดับน้ำประมาณ 15–25 ซม.ขอให้ประชาชนวางแผนการเดินทางล่วงหน้า โดยเฉพาะเส้นทางที่ยังมีน้ำท่วมปานกลางถึงมาก ผู้ใช้รถจักรยานยนต์และรถขนาดเล็กควรหลีกเลี่ยง
จะว่าไปแล้วหากนับจนถึงวันนี้สภาพน้ำท่วมในกรุงเทพมหานครผ่านมานับ 10 วันแล้ว หลายพื้นที่ เช่น เขตลาดกระบัง โดยเฉพาะในพื้นที่ที่เชื่อมต่อไปถึงสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้า ลาดกระบัง ที่ระดับน้ำยังท่วมขังสูง รถเล็กยังผ่านไม่ได้ และด้วยระยะเวลา “ท่วมขัง” นานแบบนั้นก็คือสภาพ “เน่าเหม็น” ความทุกข์ทรมานของชาวบ้านก็เพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณ
ขณะเดียวกัน แน่นอนว่าสำหรับ ผู้บริหาร ผู้รับผิดชอบก็ย่อมรับรู้ถึงความเดือดร้อนของชาวบ้าน ไม่มีใครเถียง ไม่ว่าจะเป็น นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ซึ่งเป็นผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ที่ในเวลานี้แรงกระหน่ำโจมตีเริ่มไหลมาที่เขามากขึ้นกว่าเดิม แบบที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน หลังจากเริ่มต้น “แรงด่า” จะพุ่งไปที่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเต็มๆก็ตาม ซึ่งก็ไม่ผิดเป้าหมายอยู่แล้ว เพราะโดยรวมๆก็ต้องถือว่า “ไร้ประวิทธิภาพ” โดยสิ้นเชิงเช่นเดียวกัน
แต่สำหรับ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ นอกจากจะกลายเป็น “ฝันร้าย” ของชาวบ้านแล้ว ยังเป็นฝันร้ายสำหรับตัวเขาอีกด้วย เหมือนกับว่าเหตุการณ์น้ำท่วมครั้งนี้อาจเป็นการ “ดับฝัน”ทางการเมืองทั้งในปัจจุบันและในอนาคตอันใกล้อีกด้วย เพราะด้วยผลคะแนนกว่า 1.5 ล้านคะแนนที่ชาวกรุงเทพมหานครทุกกลุ่มเทไปให้ทำให้เขาชนะการเลือกตั้งมาแบบสะดวกโยธิน เรียกว่าทลายทุกข้อจำกัดได้หมด แทบจะไม่มีคู่แข่งได้อีกแล้ว
และหากมอง “ข้ามช็อต” ไปใน “เวทีระดับชาติ”ในอนาคต ทั้งการตั้งพรรคใหม่หรือการไป “สวมหัว” กับพรรคการเมืองใดก็สามารถคว้าชัยชนะ สามารถฝันไกลไปถึงเก้าอี้นายกรัฐมนตรีได้ไม่ยาก แต่จากเหตุการณ์น้ำท่วมกรุงเทพฯคราวนี้เรียกว่า ทำให้ชาวบ้าน “ตาสว่าง” ขึ้นมาทันทีว่า แท้จริงแล้ว นายชัชชาติ แทบจะไม่เหมาะที่จะเป็นแม้แต่ระดับผู้บริหารท้องถิ่น อย่างผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครได้เลย โดยเฉพาะในเรื่องการ “เตรียมการรับมือกับปัญหาระดับภัยพิบัติ” หรือระดับ “ปัญหาใหญ่” ได้เลย
ที่ผ่านมาในช่วง “สมัยแรก” อาจแก้ตัวได้ว่าเพิ่งเข้ามาไม่นาน ทำอะไรได้ไม่มาก แต่จนถึงตอนนี้ผ่านมาเข้าสู่สมัยที่สอง เกือบ 5 ปี หากมีวิธีการบริหารจัดการตามแบบที่ได้หาเสียงเอาไว้สารพัดย่อมสามารถรับมือได้ โดยเฉพาะกับปัญหา “น้ำท่วมซ้ำซาก” ของกรุงเทพมหานคร อย่างน้อยก็คงไม่ถึงขั้น “ท่วมขังอยู่นานนับสิบวัน” แบบที่เห็น
แต่ที่กำลังกลายเป็นเรื่องราวที่เหมือนกับ “เปลือย” นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ กลางดงน้ำท่วมในครั้งนี้ก็คือกรณี “แก้มลิง” หรือบึงรับน้ำในพื้นที่กรุงเทพฯด้านตะวันออก เพราะจากข้อมูลที่มีการไล่ “ไทม์ไลน์” กันมาปรากฏว่า “หายไป” ในยุคของผู้ว่าฯชัชชาติ ซึ่งต่อมาเจ้าตัวก็ยอมรับทำนองว่าสาเหตุที่ไม่ทำต่อ เพราะ “ไม่คุ้ม” ใช้งบประมาณสูงราว 1.1 หมื่นล้านบาท จึงหันไปใช้วิธีอื่น อะหรประมาณนี้
แต่ขณะเดียวกันข้อมูลอีกด้านหนึ่งกลับพบว่า พื้นที่ที่เคยกำหนดให้เห็นพื้นที่ “แก้มลิง” หรือบึงรับน้ำขนาดใหญ่เอาไว้ก่อนหน้านี้ ตอนนี้กลับกลายเป็นที่ดินของเอกชนที่ทำธุรกิจด้านอสังหาริมทรัพย์ และยังมีข้อมูลปรากฏอีกว่า นายชัชชาติเคยเป็นซีอีโอของบริษัทนั้นอีกด้วย ทุกอย่างมันถึงมีพิรุธ และกลายเป็นว่าถึงตอนนี้พูดไม่ออกได้แต่กลอกหน้า
และยิ่งการบริหารจัดการทั้งในช่วงน้ำท่วม ระหว่างน้ำท่วม และเชื่อว่า “หลังน้ำท่วม” ซึ่งก็จะต้องรออีกสักพัก เพราะตอนนี้ในโซนตะวันออกระดับน้ำยังท่วมขังสูงทั้งที่ผ่านมากว่า 10 วันแล้ว นี่ยังไม่ชัวร์ว่า “น้ำเหนือ” ที่ไหลลงมาจะสร้างผลกระทบซ้ำเติมอีกหรือไม่ ทำให้คนกรุงยังหวาดผวาไม่จบ ทุกอย่างต้องวุ่นวายล้มเหลวเหมือนเดิม
เอาเป็นว่าปรากฏการณ์ของ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ คราวนี้ถือว่ากลายเป็น “น้ำท่วม ตอผุด” ตรงกันข้ามกับกรณีทั่วไปที่มัก “น้ำลด ตอผุด” และยังกลายเป็นการ “เปลือย” ตัวตนและความสามารถในการบริหารจัดการกับปัญหาใหญ่ไม่ได้เลย นอกเหนือจากงานอีเวนท์ รูทีนรายวันที่เขาทำอยู่เท่านั้น !!


