กยท. ตั้งวอร์รูมรับมือน้ำท่วม–โรคยางใบร่วง หลังอุทกภัยกระทบสวนยาง 26,000 ไร่ เกษตรกรกว่า 1 หมื่นราย เร่งช่วยเหลือปัจจัยยังชีพ พร้อมเยียวยารายละไม่เกิน 3,000 บาทต่อปี เปิดกู้ดอกเบี้ยต่ำฟื้นอาชีพ ย้ำยื่นหลักฐานขอรับสิทธิภายใน 30 วัน
วันนี้(5ก.ย.) ที่การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) สำนักงานใหญ่ นายศันสนะ สุริยะโยธิน กรรมการ กยท. และรักษาการแทนผู้ว่าการ กยท. เป็นประธานประชุมติดตามการช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนยางที่ประสบภัยพิบัติ ร่วมกับผู้บริหารส่วนกลางและส่วนภูมิภาคทั่วประเทศทั้ง 7 เขต พร้อมเห็นชอบตั้งวอร์รูมที่สำนักงานใหญ่ เพื่อประสานความช่วยเหลือกรณีน้ำท่วมและโรคยางใบร่วง
ที่ประชุมรายงานสถานการณ์อุทกภัยระหว่างวันที่ 25–29 กันยายน 2569 ในจังหวัดจันทบุรี ระยอง ฉะเชิงเทรา และสุรินทร์ ส่งผลกระทบต่อสวนยางพาราประมาณ 26,000 ไร่ และเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนกับ กยท. 10,024 ราย โดย กยท.ได้ให้ความช่วยเหลือเบื้องต้น พร้อมสนับสนุนปัจจัยยังชีพแก่ผู้ได้รับผลกระทบแล้ว
สำหรับสวนปลูกแทนที่เสียหายจากอุทกภัย กยท.มีมาตรการช่วยเหลือ 2 กรณี ได้แก่ สวนที่เสียสภาพ โดยมีต้นยางเหลือน้อยกว่าร้อยละ 70 ของจำนวนต้นที่ปลูก จะได้รับเงินอุดหนุนการปลูกแทนเพื่อช่วยเหลือส่วนที่เสียหายตามอัตราที่กำหนด
ส่วนสวนที่ไม่เสียสภาพ โดยมีต้นยางเหลือไม่น้อยกว่าร้อยละ 70 หากต้นยางอายุน้อยกว่า 2 ปีได้รับความเสียหาย ไม่สามารถค้ำยันได้ หรือค้ำยันแล้วตาย จะได้รับค่าปลูกซ่อมครั้งเดียว ขณะที่ต้นยางเอนล้มซึ่งสามารถค้ำยันให้ตรงได้ จะได้รับค่าค้ำยันครั้งเดียว
นอกจากนี้ เกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนกับ กยท.สามารถขอรับเงินช่วยเหลือหลังน้ำลด รายละไม่เกิน 3,000 บาทต่อปี โดยนำเอกสารหลักฐานติดต่อ กยท.จังหวัดหรือสาขาที่สวนยางตั้งอยู่ ภายใน 30 วันหลังประสบภัย หรือวันที่ภัยพิบัติสิ้นสุด
ทั้งนี้ สวนยางที่เข้าเกณฑ์ประสบภัยครอบคลุมความเสียหายจากภัยธรรมชาติ รวมถึงอัคคีภัย อุทกภัย วาตภัย ภัยแล้ง ตลอดจนโรคหรือศัตรูพืชทุกชนิด ซึ่งทำให้ต้นยางตาย หักโค่น ไม่สามารถเจริญเติบโต หรือเก็บผลผลิตได้ โดยต้องมีต้นยางเสียหายไม่น้อยกว่า 20 ต้นในแปลงเดียวกัน
กยท.ยังมีเงินทุนกู้ยืมเพื่อบรรเทาความเดือดร้อน รายละไม่เกิน 50,000 บาท อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 2 ต่อปี สำหรับค่าใช้จ่ายจากภัยพิบัติ การรักษาพยาบาลตนเอง การปรับปรุงที่อยู่อาศัย ยานพาหนะและเครื่องมือ รวมถึงเป็นทุนประกอบอาชีพเสริม ส่วนกรณีเกษตรกรเสียชีวิตจากภัยพิบัติ จะมอบเงินช่วยเหลือแก่ทายาทรายละไม่เกิน 30,000 บาท
นายศันสนะย้ำให้เร่งประชาสัมพันธ์มาตรการและแนวทางขอรับความช่วยเหลือ เพื่อให้เกษตรกรเข้าถึงสิทธิอย่างทั่วถึง ตามนโยบายของนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่ห่วงใยชาวสวนยางซึ่งได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติครั้งนี้


