“สว.เปรมศักดิ์” สับแก้ กม.ดึงภาษีบาปไทยพีบีเอส เสี่ยงทำสื่ออิสระกลายร่างเป็นกระบอกเสียงรัฐบาล แนะปรับโครงสร้างไทยพีบีเอสใหม่ ให้เป็นสื่อสาธารณะอย่างแท้จริง ไม่ใช่เพื่อผลประโยชน์คนบางกลุ่ม
วันนี้ (5 ต.ค.) นพ.เปรมศักดิ์ เพียยุระ สมาชิกวุฒิสภา ให้สัมภาษณ์ถึงกรณี สส.พรรคภูมิใจไทย เสนอแก้กฎหมายเปลี่ยนแหล่งเงินสนับสนุนสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส จากเงินภาษีสุราและยาสูบ หรือ “ภาษีบาป” มาใช้งบประมาณรายจ่ายปกติ โดยตั้งคำถามถึงผลกระทบต่อความเป็นอิสระของสื่อสาธารณะ พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลคิดอย่างรอบด้าน ทั้งโครงสร้างองค์กร บุคลากร ทรัพย์สิน และทิศทางในระยะยาว
นพ.เปรมศักดิ์ กล่าวว่า ไม่ควรมองไทยพีบีเอสเป็นเพียงสถานีโทรทัศน์ เพราะสื่อสาธารณะมีความหมายครอบคลุมสื่อทุกรูปแบบที่สามารถสร้างประโยชน์และส่งเสริมการพัฒนาประเทศได้ หากจะดึงเงินสนับสนุนจากภาษีบาปออกไป แล้วให้ ไทยพีบีเอสต้องพึ่งพางบประมาณปกติ อาจทำให้สถานะไม่แตกต่างจากสถานีโทรทัศน์ของรัฐ ซึ่งจะกระทบหลักการสำคัญเรื่องความเป็นอิสระในการทำหน้าที่สื่อ
นพ.เปรมศักดิ์ กล่าวย้อนถึงแรงผลักดันให้เกิดสื่ออิสระภายหลังเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ ว่า การปิดกั้นข่าวสารในเวลานั้นทำให้สังคมเรียกร้องสื่อที่ไม่ปิดหูปิดตาประชาชน เป็นบริบทสำคัญของเส้นทางจากไอทีวีมาถึงไทยพีบีเอส จึงเห็นว่า ต้องรักษาจุดยืนเรื่องความเป็นอิสระของสื่อสาธารณะเอาไว้ให้ได้ หากไม่รักษาจุดยืนดังกล่าว จะคงองค์กรไว้เพื่ออะไร ยุบไปเลยจะดีกว่า เพราะถ้าจะให้เป็นสื่อของรัฐอีกคงไม่จำเป็น สิ้นเปลืองงบประมาณเปล่าๆ
“หากประเทศไทยยังต้องการสื่อสาธารณะ ทางออกควรเป็นการปฏิรูปไทยพีบีเอสให้ทำงานครอบคลุมสื่อทุกระบบอย่างครบวงจร และทำให้ประชาชนเป็นเจ้าของอย่างแท้จริงไม่ใช่เหมือนทุกวันนี้ เพราะเท่าที่ทราบข้างในไทยพีบีเอส มีปัญหากลุ่มอิทธิพลเข้าครอบงำองค์กร มีความไม่ชอบมาพากล และความขัดแย้งภายใน ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องตรวจสอบและชี้แจงต่อสาธารณะ” นพ.เปรมศักดิ์ กล่าว
นพ.เปรมศักดิ์ กล่าวว่า ตนเองเคยตั้งคำถามในวุฒิสภาถึงปัญหาเหล่านี้ และได้รับแจ้งจากผู้บริหารไทยพีบีเอสว่าจะขี้แจงรายละเอียดกลับมาภายใน 1 เดือน รับปากตั้งแต่ 25 กันยายน แต่จนถึงขณะนี้เลยกำหนดมานานแล้ว ยังไม่ได้รับรายงานตามที่รับปากไว้ โดยเฉพาะกรณีที่ตนตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับการรับเงินเดือน 2 ทางของผู้บริหาร รวมถึงการจัดซื้อจัดจ้างที่มักใช้วิธีเฉพาะเจาะจง และเจ้าเดิมๆ ได้งานท่ามกลางความเคลือบแคลงสงสัย
นพ.เปรมศักดิ์ ยืนยันว่า ต้องเร่งส่งคำชี้แจงมาโดยเร็ว ผลตรวจสอบเป็นอย่างไร มีการลงโทษแล้วหรือไม่ หากลงโทษแล้วดำเนินการอย่างไร และใครบ้างต้องรับผิดชอบ เพราะเป็นคำถามเพื่อประโยชน์สาธารณะ ซึ่งองค์กรควรตอบให้ชัดเจน ถ้ายังไม่ชัดเจนถือว่า ไม่เคารพระบบการตรวจสอบ ทำให้ไม่ต่างจากองค์กรราชการทั่วไปอย่างนี้ไม่เรียกเป็นสื่อสาธารณะแล้ว จะให้ประชาชนมาปกป้องได้อย่างไร
“ผมเป็นวุฒิสมาชิก เป็นผู้แทนปวงชนชาวไทย ถามเพื่อประโยชน์สาธารณะ ไม่ได้ถามเพื่อประโยชน์ส่วนตัว ผมไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ทางธุรกิจในเรื่องนี้” นพ.เปรมศักดิ์ กล่าว


