xs
xsm
sm
md
lg

"พีมูฟ" ขน 2 พันคนบุกทำเนียบฯ วันอยู่อาศัยโลก จี้รัฐแก้ปมที่ดิน-บ้าน “อนุทิน” รับข้อเรียกร้อง ย้ำไม่ตัดสิทธิบัตรทอง

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



P-MOVE-เครือข่ายสลัม 4 ภาค รวมพลังราว 2,000 คน เคลื่อนขบวนเนื่องใน “วันที่อยู่อาศัยโลก” ยื่นข้อเรียกร้องรัฐบาลแก้ปัญหาที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัย ตั้งแต่ชุมชนคลองเตย ที่ดิน รฟท. พื้นที่สาธารณประโยชน์ ไปจนถึงพื้นที่อนุรักษ์ พร้อมเสนอรับรอง “ที่อยู่อาศัยคือสิทธิขั้นพื้นฐาน” ในรัฐธรรมนูญ ด้าน “อนุทิน” รับหนังสือ ยืนยันไม่มีแนวคิดตัดสิทธิหลักประกันสุขภาพ หากแก้จะทำให้ดีขึ้น

เมื่อวันที่ 5 ต.ค. ที่บริเวณประตู 5 ทำเนียบรัฐบาล ขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (ขปส.) หรือ P-MOVE และเครือข่ายสลัม 4 ภาค นำโดยนายจำนงค์ หนูพันธ์ จัดกิจกรรมรณรงค์เนื่องใน “วันที่อยู่อาศัยโลก” โดยมีประชาชนเข้าร่วมประมาณ 2,000 คน ก่อนเคลื่อนขบวนไปยังทำเนียบรัฐบาล องค์การสหประชาชาติ และกระทรวงคมนาคม เพื่อยื่นข้อเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัย รวมถึงเจรจาแนวทางแก้ไขปัญหาชุมชนที่พักอาศัยอยู่บนที่ดินของการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.)


สำหรับกิจกรรมบริเวณทำเนียบรัฐบาล นายกรัฐมนตรีและคณะได้ออกมารับหนังสือจากกลุ่มผู้ชุมนุม โดยรัฐบาลมีการรับข้อเรียกร้องจากภาคประชาชน ขณะที่กลุ่มได้อ่านแถลงการณ์เนื่องใน “วันที่อยู่อาศัยโลก ประจำปี 2569” ซึ่งกำหนดขึ้นเพื่อสะท้อนความสำคัญของที่อยู่อาศัยในฐานะปัจจัยพื้นฐานของการดำรงชีวิต

ขบวนคนจนเพื่อสิทธิที่ดินและที่อยู่อาศัย (ขพศ.) ระบุว่า การรวมตัวครั้งนี้เกิดจากการรวมกลุ่มขององค์กรชุมชนและหมู่บ้านที่ประสบปัญหาความไม่มั่นคงด้านที่อยู่อาศัยและที่ทำกิน จำนวน 12 องค์กร เพื่อผลักดันให้ประชาชนเข้าถึงที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกินอย่างมั่นคง โดยข้อเรียกร้องครอบคลุมทั้งระดับนโยบายและการแก้ไขปัญหาเฉพาะพื้นที่

สำหรับข้อเรียกร้องสำคัญต่อรัฐบาล ประกอบด้วย

1. การกำหนดหลักประกันด้านที่อยู่อาศัยในรัฐธรรมนูญ
กลุ่มเรียกร้องให้รัฐบาลเดินหน้ากระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ตามผลประชามติ พร้อมเสนอให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) โดยตรงจากประชาชน และให้บัญญัติหลักการว่า “ที่อยู่อาศัยคือสิทธิขั้นพื้นฐานของทุกคน” ไว้ในรัฐธรรมนูญ

นอกจากนี้ ยังเรียกร้องให้รัฐบาลคงสิทธิในการรักษาพยาบาลและดูแลสุขภาพตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด โดยไม่แก้ไขพระราชบัญญัติหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2545

2. กระทรวงคมนาคม เร่งแก้ปัญหาชุมชนคลองเตยและที่ดิน รฟท.
กลุ่มเสนอให้รัฐบาลมีนโยบายแบ่งปันที่ดินเพื่อแก้ปัญหาที่อยู่อาศัยของชุมชนคลองเตย โดยเสนอให้แบ่งปันที่ดินของการท่าเรือแห่งประเทศไทยร้อยละ 20 ภายใต้แนวคิด “บ้าน สวน คนเมือง แบ่งปัน เพื่อความยั่งยืน” พร้อมจัดทำบันทึกข้อตกลงร่วมกับเครือข่ายที่อยู่อาศัยคลองเตย และจัดตั้งกลไกพัฒนาที่อยู่อาศัยร่วมกัน

ส่วนชุมชนที่อาศัยอยู่ในที่ดินของ รฟท. เรียกร้องให้รัฐบาลสานต่อนโยบายนำที่ดิน รฟท. มาแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยตามมติ ครม. เมื่อวันที่ 1 ก.พ. 2565 และเร่งรัดให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการตามมติของคณะกรรมการกำกับและติดตามการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยสำหรับชุมชนในที่ดิน รฟท.


3. กระทรวงมหาดไทย แก้ปัญหาที่ดินสาธารณประโยชน์
เรียกร้องให้รัฐบาลนำที่ดินสาธารณประโยชน์มาใช้แก้ปัญหาที่อยู่อาศัยและที่ทำกิน พร้อมมีมาตรการคุ้มครองและชะลอการดำเนินคดีกับชุมชนที่อยู่ระหว่างกระบวนการแก้ไขปัญหาที่ดิน รวมถึงให้ติดตามการแก้ปัญหาอย่างต่อเนื่องทั้งในระดับกระทรวงและระดับจังหวัด

4. กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม แก้ปัญหาพื้นที่อนุรักษ์
กลุ่มเสนอให้รัฐบาลมีนโยบายผ่อนปรนการบังคับใช้กฎหมายที่ส่งผลกระทบต่อการทำมาหากินและการอยู่อาศัยของประชาชนในพื้นที่อนุรักษ์ พร้อมผลักดันการแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เช่น พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า และ พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ ให้สอดคล้องกับวิถีชีวิตของประชาชน

5. กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ผลักดัน “สหกรณ์เคหสถานบ้านมั่นคง”
เรียกร้องให้พิจารณาจัดตั้งสหกรณ์ประเภทที่ 8 “เคหสถานบ้านมั่นคง” โดยแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติสหกรณ์ พ.ศ. 2542 เพื่อเปิดทางให้ประชาชนรวมกลุ่มแก้ปัญหาที่อยู่อาศัยและที่ทำกินในรูปแบบสหกรณ์

6. กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ แก้ปัญหาที่อยู่อาศัยคนทุกกลุ่ม
ข้อเสนอประกอบด้วย การกำหนดอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยไม่เกินร้อยละ 2 ปรับเพิ่มงบสนับสนุนโครงการบ้านมั่นคงจาก 86,800 บาท เป็น 160,000 บาทต่อหน่วย และขยายระยะเวลาการดำเนินโครงการบ้านมั่นคงสำหรับชุมชนในที่ดิน รฟท. ออกไปอีก 5 ปี

นอกจากนี้ ยังเสนอให้ปรับหลักเกณฑ์เพื่อช่วยเหลือคนไร้บ้าน เพิ่มจำนวนกลุ่มเป้าหมายโครงการสนับสนุนที่อยู่อาศัยเช่าราคาถูกเป็น 300 หน่วย และผลักดันโครงการห้องเช่าราคาถูกเป็นนโยบายหลัก พร้อมปรับงบสนับสนุนจาก 75,000 บาท เป็น 140,000 บาทต่อหน่วย

ส่วนคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ กลุ่มเรียกร้องให้รัฐบาลยืนยันการแก้ปัญหาที่ดินและที่อยู่อาศัยในรูปแบบ “โฉนดชุมชน” และเร่งเปิดเวทีหารือร่วมกับภาคประชาชนเพื่อขับเคลื่อนนโยบายดังกล่าว


ทั้งนี้ กลุ่ม P-MOVE และเครือข่ายที่เกี่ยวข้องเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีประกาศนโยบายที่เกี่ยวข้องกับข้อเสนอทั้งหมด เพื่อสร้างความเชื่อมั่นว่าจะมีการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม และมีคำสั่งประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ดำเนินการโดยเร่งด่วน

ด้านนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวภายหลังรับหนังสือว่า ในประเด็นหลักประกันสุขภาพ รัฐบาลไม่มีแนวคิดที่จะปรับลดสิทธิหลักประกันสุขภาพของประชาชน หากจะมีการปรับแก้ก็จะเป็นการปรับปรุงให้ดีขึ้น

นายอนุทินยืนยันว่า  นับตั้งแต่ ที่เป็น รมว.สาธารณสุข และเป็นประธาน สปสช.ไม่มีครั้งไหนที่จะตัดสิทธิประโยชน์เรื่องสุขภาพของประชาชน ถ้าจะปรับเปลี่ยนแก้ไขก็จะทำให้ดีขึ้น ครอบคลุมโรคมากขึ้น มีคุณภาพการรักษามากขึ้น และครอบคลุมอายุของผู้สูงอายุให้มากขึ้น จะต้องทำให้เกิดมาตรฐานที่สูงขึ้น

“อย่าไปฟังคนโน้นคนนี้ ที่บอกว่ารัฐบาลนี้จะไปแก้หรือตัดอะไรเพราะเป็นไปไม่ได้ อะไรที่ให้กับประชาชนโดยเฉพาะเรื่องสุขภาพ ไม่สามารถตัดได้ มีแต่จะต้องเพิ่ม เรื่องนี้ไม่มีและไม่เคยอยู่ในหัว ไปฟังใครมา ไม่เคยมีอยู่แล้ว ไร้สาระ ยืนยันว่าเวลาจัดทำงบประมาณทุกปี ในรัฐบาลของผม เรื่องแรกที่พูดกับสำนักงบประมาณคือมีเงินพอไปดูแลสุขภาพประชาชนหรือเปล่า“ นายอนุทินกล่าว

หลังเสร็จสิ้นการยื่นหนังสือ นายกรัฐมนตรีเดินทางกลับเข้าทำเนียบรัฐบาล ขณะที่กลุ่มผู้ชุมนุมได้จัดขบวนและแบ่งการเคลื่อนไหวออกเป็น 2 ส่วน โดยส่วนหนึ่งเดินทางไปยังกระทรวงคมนาคม เพื่อผลักดันข้อเรียกร้องเกี่ยวกับที่อยู่อาศัยในที่ดินของหน่วยงานด้านคมนาคม ส่วนอีกส่วนเดินทางไปรอให้กำลังใจรองนายกรัฐมนตรีที่มีกำหนดเข้าร่วมประชุมที่สำนักงาน ก.พ.

ทั้งนี้ การเคลื่อนไหวของ P-MOVE ในวันนี้สอดคล้องกับประเด็นที่ภาคประชาชนผลักดัน ทั้งเรื่องสิทธิที่อยู่อาศัย การแบ่งปันที่ดินของรัฐ การแก้ข้อพิพาทด้านที่ดิน และการเข้าถึงสวัสดิการ โดยรัฐบาลระบุว่าจะเดินหน้าหารือแนวทางแก้ไขปัญหาต่อไป