xs
xsm
sm
md
lg

"ไอติม" ดักสว.น้ำเงินร้องฟัน "สิทธิโชติ" เผยความลับคดีฮั้ว ย้อนร้อง "ณรงค์" ด้วยไหมก็เปิดเผยเหมือนกัน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



สส.พรรคส้ม จี้จับตา สว.น้ำเงิน ร้องฟัน ‘สิทธิโชติ’ ฐานเปิดเผยความลับคดีโกงเลือกสว. ถามกลับแล้วจะร้อง ’ณรงค์‘ ด้วยหรือไม่ ชี้ ก็เปิดรายละเอียดเหมือนกัน

เมื่อวันที่ (4 ตุลาคม) นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กถึงกรณีกระแสข่าว สว.สีน้ำเงินจะร้องให้ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ไต่สวนนายสิทธิโชติ อินทรวิเศษ กรรมการเลือกตั้ง (กกต.) เสียงข้างน้อย ในฐานการฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมหรือไม่ ว่า ตนขอตั้งคำถามและข้อสังเกตต่อมาตรฐานในการดำเนินการของ สว. ผู้ยื่นคำร้อง ดังต่อไปนี้ 1.หากจะกล่าวหาว่านายสิทธิโชติ แสดงความคิดเห็นหรือข้อมูลต่อสื่อสาธารณะในเรื่องที่อยู่ในระหว่างการพิจารณา ก็ต้องย้ำว่าคดีโกง สว. ดังกล่าว ไม่ใช่เรื่องที่ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาของ กกต. แต่ได้เสร็จสิ้นการพิจารณาและผ่านการลงมติของกกต. ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เมื่อวันที่ 14 กันยายนที่ผ่านมา

นายพริษฐ์ ระบุต่อว่า 2.หากจะกล่าวหาว่านายสิทธิโชติ นำความลับในการประชุมหรือการพิจารณาวินิจฉัยหรือรายละเอียดในสำนวน มาเปิดเผย แล้วทางผู้ร้องจะมีการยื่นเรื่องให้ ป.ป.ช. ไต่สวนนายณรงค์ กลั่นวารินทร์ ประธานกรรมการการเลือกตั้ง
ในข้อกล่าวหาดังกล่าวด้วยหรือไม่ เพราะในการแถลงข่าวผลการลงมติเมื่อวันที่ 14 กันยายนที่ผ่านมา นายณรงค์ ก็ได้พูดถึงข้อมูลในสำนวนการพิจารณาคดี เช่น รายละเอียดเกี่ยวกับพยานที่มีการกลับคำให้การ 3 คน โดยละเอียดเช่นกัน

นายพริษฐ์ ระบุอีกว่า 3.หากจะกล่าวหาว่านายสิทธิโชติ ไม่เคารพต่อมติของที่ประชุมฝ่ายข้างมาก และเหตุผลของทุกฝ่ายอย่างเคร่งครัด เราก็ต้องย้ำว่าการที่ กกต. เสียงข้างน้อย นำเสนอเหตุผลของตนเองที่อาจแตกต่างกับ กกต. เสียงข้างมาก ไม่เท่ากับการไม่เคารพต่อมติของเสียงข้างมาก ในทางกลับกันหากจะกล่าวหาใครในข้อกล่าวหานี้ คนที่สุ่มเสี่ยงจะถูกมองว่าไม่เคารพเหตุผลของทุกฝ่ายอย่างเคร่งครัดมากกว่า น่าจะเป็นนายณรงค์ ประธานกรรมการการเลือกตั้ง ที่แถลงข่าวผลการลงมติเมื่อวันที่ 14 กันยายนที่ผ่านมา โดยไม่พูดถึงหรืออธิบายเหตุผลของเสียงข้างน้อยโดยละเอียดเลย

นายพริษฐ์ ระบุด้วยว่า 4.หากจะกล่าวหาว่า นายสิทธิโชติ ไม่ควรออกมาแสดงความเห็นต่อสาธารณะ เราก็ต้องย้ำว่าหน้าที่อย่างหนึ่งของผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ คือการให้ข้อมูลข่าวสารตามข้อเท็จจริงแก่ประชาชนหรือสื่อมวลชน ถูกต้อง ครบถ้วน และไม่บิดเบือน ดังนั้น หากจะวิจารณ์ประเด็นนี้ คนที่ควรถูกวิจารณ์ไม่น่าจะใช่นายสิทธิโชติในกรณีนี้ แต่น่าจะเป็น กกต. หลายคนในหลายกรณีก่อนหน้านี้ ที่เลือกที่จะไม่สื่อสาร ให้ข้อมูล หรือตอบคำถาม ในประเด็นที่สังคมสงสัย เช่น ข้อสงสัยหลังการเลือกตั้ง 2569 หรือเลือกที่จะไม่ให้ความร่วมมือในการส่งข้อมูลให้คณะกรรมาธิการของสภา เช่น ข้อมูลเรื่องอนุฯ วินิจฉัยชุดที่ 36 ที่ กกต. ยังไม่ส่งให้ กมธ.องค์กรอิสระฯ หลังผ่านมา 3-4 เดือน

นายพริษฐ์ ระบุต่อว่า 5.หากจะกล่าวหาว่านายสิทธิโชติ ไม่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความยุติธรรม เป็นอิสระ เป็นกลาง และปราศจากอคติ โดยไม่หวั่นไหวต่ออิทธิพล กระแสสังคม หรือแรงกดดันอันมิชอบด้วยกฎหมาย ตนก็ชวนมองมุมกลับว่าหากจะมี กกต. คนไหนที่อยู่ในสถานะที่เสี่ยงจะเข้าข่ายข้อกล่าวหานี้ ก็น่าจะเป็น กกต. 4 คนที่ถูกรับรอง โดย สว.สีน้ำเงินชุดนี้ มากกว่า เนื่องจาก กกต. 4 คนดังกล่าวได้ใช้ดุลพินิจในลักษณะที่เป็นคุณต่อผู้ถูกกล่าวหาในคดีโกง สว. ที่มีส่วนให้ตนได้เป็น กกต. ทุกวันนี้ 

นายพริษฐ์ ระบุอีกว่า และในเชิงคณิตศาสตร์ได้เป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้แกนนำพรรคภูมิใจไทยหลายคน ไม่ถูกสั่งฟ้องไปที่ศาล หากตัด 4 คนดังกล่าวออกไป กกต.ที่เหลืออีก 3 คน มีความเห็น 2-1 ให้สั่งฟ้องนายอนุทิน ชาญวีรกุลนายกรัฐมนตรี และแกนนำพรรคภูมิใจไทยจำนวนมาก ฉะนั้น รอดูกันว่า สว.สีน้ำเงินจะมีการยื่นเรื่องไปที่ ป.ป.ช. จริงหรือไม่ และจะอธิบายประเด็นดังกล่าวอย่างไร

นายพริษฐ์ ระบุด้วยว่า หากมีการยื่นจริงก็ชวนประชาชนจับตาต่อไป เพื่อเปรียบเทียบมาตรฐานในการทำหน้าที่ของ ป.ป.ช. ระหว่างการไต่สวนนายสิทธิโชติ กรณีฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรม ตามคำร้อง สว. สีน้ำเงิน กับการไต่สวน กกต. กรณีการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตามคำร้องพรรคประชาชน ยิ่งในเมื่อ ป.ป.ช. 4 จาก 9 คน ทุกวันนี้ ถูกรับรองให้เข้าสู่ตำแหน่งโดย สว. สีน้ำเงิน และเพิ่งมีผลงานชิ้นโบว์น้ำเงินในการยกคำร้องคดีซุกหุ้นของนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม