xs
xsm
sm
md
lg

“อนุทิน” โวรัฐบาลเสถียรภาพสูง พรรคร่วมไร้ขัดแย้ง มีสัญญาลูกผู้ชายผูกมัด ลั่น ปชช.พื้นที่จริงตอบรับดีสวนทางโลกโซเชียลที่มีแค่ 5%

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



นายกฯ "อนุทิน" เปิดตึกไทยคู่ฟ้า จ้อ "ตัวจี๊ดปรี๊ดข่าว" มองการเมืองนิ่ง เสถียรภาพรัฐบาลสูง มั่นใจพรรคร่วมมีลายลักษณ์อักษรและสัญญาลูกผู้ชาย ไร้ขัดแย้ง เสียงในสภาเหลือๆ ยังไม่มีปัจจัยปรับ ครม. บอกลงพื้นที่จริงเสียงตอบรับดีสวนทางโลกโซเชียล ชี้แค่ 5% พร้อมนำผลโพลล์มาปรับการทำงานอย่างต่อเนื่อง เผยเคล็ดกางสูตรคณิต-วิทย์คำนวนความน่าจะเป็นทางการเมือง แม่นราวหมอดู ไม่มีฟลุก


นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดห้องทำงานบนตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล ให้รายการ "ตัวจี๊ดปรี๊ดข่าว"ช่อง NEWS1 เข้าสัมภาษณ์ถึงสถานการณ์ทางการเมือง โดยนายกรัฐมนตรี มั่นใจว่าตอนนี้สถานการ์ทางการเมืองในปัจจุบันถือว่า "นิ่ง" โดยตนเป็นนายกรัฐมนตรีมาแล้ว 1 ปี และเวลาผ่านไปด้วยความรวดเร็ว ตอนแรกเข้ามาคิดว่านับเป็นเดือนๆเพราะเขาให้อยู่แค่4เดือน แต่ก็ต้องยุบสภาฯ ตามเอ็มโอเอ บอกให้อยู่ได้4เดือน สุดท้ายเป็นนายกฯได้แค่ 2 เดือน ก็ต้องยุบสภาฯ ด้วยเหตุจำเป็นทางการเมือง แต่เราก็ทำให้ดีที่สุด ซึ่งสิ่งที่เราได้รับมามีความชัดเจนประชาชนให้ความเชื่อมั่นในพรรคภูมิใจไทย ที่ได้นำเสนอนโยบายต่างๆ ประชาชนเลือกเราเข้ามา 190 กว่าเสียง ดังนั้นต้องทำให้เขาไม่ผิดหวังในฐานะเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลมาบริหารประเทศ


"โดยส่วนตัวได้ทำอย่างเต็มที่การเป็นนายกรัฐมนตรีไม่ใช่เป็นสิ่งที่ได้มาแล้วเป็นเกียรติต่อวงตระกูลเท่านั้น แต่ยังต้องทำงานอย่างหนักเพื่อให้เกิดผลงานและเกิดประโยชน์กับบ้านเมืองด้วย"

ผู้สื่อข่าวถามว่า วันนี้ประเมินความรู้สึกประชาชนที่มีต่อรัฐบาลอย่างไร นายอนุทินกล่าวว่า ถ้าถามตนเองก็ยังรู้สึกว่าประชาชนยังให้ความมั่นใจในตัวรัฐบาล ขณะเดียวกันหากดูโซเชียลก็อย่างหนึ่ง แต่เวลาเราลงพื้นที่ก็แตกต่าง ซึ่งยังไม่เคยเจออะไรร้ายแรงไปกว่าโซเชียล ไม่เคยเจอการเผชิญหน้าในแบบนั้นและไม่เห็นเหตุผลว่าจะมาเผชิญหน้าทำไม ซึ่งตนมาทำงานแล้วก็ทำอย่างเต็มที่

เมื่อถามว่า รัฐบาลอยู่ๆไปความนิยมจะลดลง นายอนุทินกล่าวทันทีว่า พึ่งผ่านการเลือกตั้งมา6เดือน หากความนิยมจะลดจริง ซึ่งเดี๋ยวนี้มีการทำโพลล์ตลอดเวลา เราก็นำโพลล์เหล่านั้นมาแก้ไขปัญหา ซึ่งมั่นใจว่าเรายังมีเวลาที่จะแก้ตัว ทั้งนี้อาจดูเหมือนว่าในทางการเมืองตนเองอยู่มานาน ซึ่งก็ถือว่าอยู่ติดต่อกันมานานตั้งแต่เข้าร่วมรัฐบาลตั้งแต่ปี 2562 ปีแล้ววันนี้ปี 2569 จะหมดปีแล้วรวม 7 ปีกว่าๆและเว้นวรรคไป 3 เดือนถ้าไม่เว้นป่านนี้ก็ยังเป็นรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
ทุกอย่างธรรมะจัดสรรเมื่อเข้ามาแล้วก็ทำหน้าที่ให้ดี

นายอนุทิน กล่าวด้วยว่า วันนี้รัฐบาลถือว่ามีความมั่นคง แต่ไม่บอกว่าเพิ่มขึ้น เอาเป็นว่ารัฐบาลนี้ถูกตั้งมาด้วยความมีเสถียรภาพและคณะรัฐมนตรี สามารถบริหารราชการแผ่นดินได้ด้วยความราบรื่น ยังไม่เคยมีความขัดแย้งใดๆทุกอย่างพูดคุยและจบในวงคณะรัฐมนตรี เป็นการสนับสนุนซึ่งกันและกัน ตนก็สนับสนุนพรรคร่วม ขณะเดียวกันพรรคร่วม ก็สนับสนุนนโยบายในส่วนของการบริหาร ที่นำเสนอต่อคณะรัฐมนตรี แต่การที่ตนจะบันทึกไว้ว่าอันนี้ไม่เห็นด้วย อะไรอย่างนั้น ในคณะรัฐมนตรีไม่มีฉะนั้นในภาพรวมมีความราบรื่นมากทีเดียว ถ้าดูเสียงในสภาฯก็มีความเพียงพอและเกินกึ่งหนึ่งมาหลายคะแนน


"กรณีที่มีความพยายามให้เป็นข่าวเดี๋ยวพรรคโน้นพรรคนี้จะถอนตัวหรือเดี๋ยวพอถึงเวลาอภิปรายไม่ไว้วางใจ ก็จะไม่สนับสนุน ตรงนี้ผมได้รับการยืนยันจากแกนนำพรรคร่วมรัฐบาลทุกพรรค ทั้งเป็นลายลักษณ์อักษรและเป็นข้อความเป็นสัญญาลูกผู้ชายทุกๆเรื่องและถ้าผมไม่เชื่อในสิ่งเหล่านี้ผมจะทำงานไปเพื่ออะไรเราก็ต้องเชื่อและเราก็ต้องทำตัวให้เขาเห็นว่าเราอยู่ด้วยกันแบบมีทุกข์ก็ต้องช่วยกันแก้ทุกข์

ถ้ามีความราบรื่นก็ต้องยิ่งทำให้ความราบรื่นนั้นผ่านต่อไปเป็นการดำเนินการที่เป็นประโยชน์กับประเทศและประชาชน Mission ของรัฐบาลเป้าหมายคือชาติและประชาชน ถ้าเรารักษาประโยชน์ของชาติได้รักษาประโยชน์ของประชาชนได้ในทุกๆด้านรัฐบาลทำแค่นี้ก็เหลือจะพอแล้วแล้ว"นายอนุทิน กล่าว

เมื่อถามว่าถ้าเสียงรัฐบาลเหลือจะพอตามที่พูดมองหรือไม่กระแสข่าวที่ออกมาได้มีการประเมินเบื้องหลังมีความพยายามอะไรหรือไม่ของคนปล่อยข่าว นายอนุทิน กล่าวว่าถ้ามองในทางการเมืองในสภาผู้แทนราษฎร ความสัมพันธ์ดีไหม ก็คงไม่ดี เพราะมีความขัดแย้งกันมาโดยตลอดทั้งเรื่องของแนวทางความคิดและเรื่องของการที่เราคิดว่าจะไปด้วยกันได้ สุดท้ายก็ไปด้วยกันไม่ได้ อันนี้เราต้องถือว่ามันเป็นวิถีทาง หากถามว่าตนทราบหรือไม่ทางพรรคประชาชนสนับสนุนให้ตนได้เป็นนายกฯทำไมตนจะไม่ทราบ ซึ่งก็ได้ขอบคุณทุกครั้ง แต่เหตุที่ทำให้รัฐบาลอนุทิน1 ไปไม่ถึงวันที่พวกเรากำหนดไว้มีหลายสาเหตุและเมื่อเป็นความไม่ลงตัวก็นำไปสู่การยุบสภาฯ และในรัฐบาลอนุทิน2 ก็เหลือแต่ความรู้สึกที่ดี ที่เคยสนับสนุนกันมา แต่ถามว่าติดค้างหนี้อะไรกันหรือไม่มีแล้วเพราะอนุทิน2 มาโดยประชาชน แต่เป็นพี่น้องประชาชน ในขณะที่อนุทิน1 มาโดยพรรคประชาชน ฉะนั้นอนุทิน2มาโดยฉันทามติของพี่น้องประชาชน ฉะนั้นเป้าหมายในการทำงาน ยิ่งชัดเจนบริหารงานทุกอย่างและนำประโยชน์ทั้งหลายคืนสู่ประชาชนที่ให้โอกาสได้เข้ามาเมื่อมีความชัดเจนตรงนี้ก็ยังเชื่อ


"ผมก็ไปร้อยเอ็ดเจ็ดย่านน้ำทั้งต่างประเทศและในประเทศผมก็ได้รับการต้อนรับในทุกที่ที่ผมไป ถ้าเทียบกันเป็นเปอร์เซ็นต์คนที่เห็นตัวผมแล้วเทียบกับคนที่ดุด่าว่ากล่าวตำหนิทำให้เสื่อมเสียนั้น ผมว่าไม่ถึง 5% ผมชอบเปรียบแบบนี้ เพราะเรียนคณิต-วิทยาศาสตร์ การคำนวณสถิติ การคำนวณความน่าจะเป็น ตนสามารถแปลงสิ่งที่อยากให้เกิดมาเป็นตัวเลขเพราะมีวิชาที่ร่ำเรียนมาแล้วเกิดความชอบ โดยสมัยอยู่ภาคเอกชนต้องผ่านต้มยำกุ้งต้องฟื้นฟูกิจการบริษัทที่บริหารอยู่มีการเขียนเป็นแผนแล้วแปลงเป็นสูตรคำนวณและกำหนดวันได้เหมือนกับหมอดู ซึ่งก็เป๊ะไปตามนั้น ยังคิดว่าเราฟลุ๊คหรือเปล่า หลังจากนั้นก็มีเหตุการณ์อื่นๆ ก็Applyสิ่งเหล่านี้เช่นกัน

นายอนุทิน กล่าวย้อนอดีตด้วยว่า สมัยรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ผลการเลือกตั้งเรามา 70 เสียง คนบอกว่าแย่เป็นฝ่ายค้านแน่ๆ แต่จากการคำนวณของตามสูตรของตนเองคือไม่เป็นฝ่ายค้าน แม้แต่การคาดการณ์หลังเลือกตั้งตัวเลขก็ใกล้เคียง แต่เที่ยวนี้การคาดการณ์ผิดนิดหน่อยประเมินไว้ 150-160 เสียง แต่ออกมา 190 กว่า ซึ่งไม่เป็นไรผิดแล้วดีขึ้น แต่ถ้าผิดแล้วแย่ลงก็ต้องหาวิธีแก้ไข หลักเหล่านี้ก็นำมาคิดการบริหารประเทศก็คิด การจะอยู่ร่วมรัฐบาลอย่างไรเพื่อเกิดความราบรื่นก็คิด ซึ่งก็มีที่ตอบมาเป็นตัวเลข

"ผมเชื่อว่ารัฐบาลผมเป็นรัฐบาลที่มีเสถียรภาพสูงมากตราบใดที่เรายังบริหารประเทศและอยู่กับพรรคร่วมรัฐบาลด้วยความเข้าใจไม่ก้าวก่ายซึ่งกันและกัน แต่ก็ต้องมีความเป็นมืออาชีพด้วย และในฐานะหัวหน้ารัฐบาลทุกอย่างต้องโปร่งใสตรวจสอบได้และเป็นประโยชน์ต่อประเทศและประชาชน ถ้าตอบโจทย์เหล่านี้ได้ผมก็สนับสนุนโดยไม่คำนึงว่าเขาคือพรรคร่วมรัฐบาล หรือไม่ใช่พรรคเดียวกัน

เมื่อถามว่าวันนี้ไม่มีท้อพร้อมที่จะเดินไปสุดทางใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ตนเป็นคนชอบทำงานอยู่แล้วเพราะการได้ทำงานเป็นสิ่งที่ทำให้เราแอคทีฟตลอดเวลาและข้าราชการทำงานกับตนก็เปลี่ยนไปมีการเตรียมตัวดีขึ้นมาก เพราะรู้ว่าตนเป็นคนลงรายละเอียดโดยฟังการสรุปรายงานก็จริง แต่ก็ลงไปลึกกว่านั้นเพราะต้องการพิสูจน์สิ่งที่ได้รับมาว่าจริงหรือไม่ต่างคนต่างมีสไตล์การทำงานเวลาประชุมไม่ใช้เวลาทั้งวันทั้งคืนแต่ก็ไม่ใช่เข้าเปิดประชุมแล้วออกทันที ต้องให้เวลาวงประชุม เช่นเดียวกับเมื่อเจอแขกบ้านแขกเมืองก็ไม่ได้อยู่ในกรอบที่ถามว่าสบายดีหรือไม่ เราจะทำอะไรร่วมกันตามเอ็มโอยู แต่มีวิธีที่จะคุยสร้างความสัมพันธ์ที่ทำให้เขาเกิดความเชื่อในประเทศของเราและมั่นใจว่าเราจะเป็นพาร์ตเนอร์ที่ดีของเขาได้เป็นวิธีการพูดคุยเจรจาทำให้ความร่วมมือเกิดขึ้น

ส่วนการเดินทางไปหลายประเทศผู้นำประเทศอื่นๆถามหรือไม่ว่าประเทศไทยเปลี่ยนผู้นำบ่อยนั้น ก็ไม่มี และปัจจุบันแสดงให้เห็นว่ามีเสถียรภาพทั้งเสียงจากในสภาผู้แทนราษฎรและการทำงานของคณะรัฐมนตรี เรื่องเสถียรภาพรัฐบาลวันนี้ไม่ได้เป็นปัญหาของการบริหารราชการแผ่นดินเลย


เมื่อถามว่าคณิตศาสตร์การเมืองรัฐบาลยังอยู่ในความมั่นคงใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า คิดว่ายังมีความมั่นคง

เมื่อถามว่าหากถามถึงคณิตศาสตร์สูตรการปรับคณะรัฐมนตรี คำนวนอย่างไร นายอนุทิน กล่าวว่า ถ้าถึงเวลาที่สมควรเหมาะสม ก็ต้องดำเนินการแต่ ณ ขณะนี้ยังไม่มีปัจจัยอะไร

เมื่อถามว่ากระแสข่าวจะปรับคณะรัฐมนตรีช่วงปลายปีนี้ประมาณเดือพฤศจิกายนอยู่ในการคำนวนหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ยังไม่เห็นมีปัจจัยอะไรการทำงานของคณะรัฐมนตรีก็ต้องให้โอกาสทุกคน คณะรัฐมนตรีมีตั้ง 35 คน ต่างคนต่างมาคนละทิศละทางไม่ได้ทำงานร่วมกันมาก่อน ซึ่งทุกอย่างอยู่ที่ สถานการณ์และเวลาด้วย ฉะนั้นใครทำอะไรขึ้นมา ถ้าไม่ออกนอกลู่นอกทาง เราก็ให้โอกาสเขาเสมอและเห็นว่ารัฐบาลชุดนี้คนในคณะรัฐมนตรีรักกันดีขอร้องอะไรกันก็ตอบสนองกันทุกเรื่องแล้วก็มีความเป็นหนึ่งเนื้อเดียวกับกองทัพ ถ้าเทียบรรุ่น ตนก็รุ่น 25 และวันนี้รุ่น 26 ก็มีมีบทบาทเยอะ แต่การให้เกียรติซึ่งกันและกันความไว้เนื้อเชื่อใจระหว่างรัฐบาลกับกองทัพต้องประเมินว่าดีและดีมาก เราจะไปหวังอะไรมากกว่านี้ ส่วนทางสภาผู้แทนราษฎรเราก็เสียงเกินกึ่งหนึ่งพอสมควรการโหวตลงมติที่ผ่านมาก็เห็นความแข็งแกร่งของพรรคร่วมรัฐบาล ฉะนั้นตนมีเวลาในการทำงานอย่างเต็มที่