xs
xsm
sm
md
lg

กมธ.ปกครอง เรียกสภาทนายความ-กรมการปกครอง ถก ประเด็นการคัดรายการทะเบียนราษฎร์

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2569 สภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ โดย ดร.ธนพล คงเจี้ยง นายกสภาทนายความ เข้าร่วมประชุมกับคณะกรรมาธิการการปกครอง สภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาและหารือเกี่ยวกับหลักเกณฑ์และแนวทางปฏิบัติในการขอตรวจ คัด หรือคัดและรับรองสำเนาข้อมูลเกี่ยวกับทะเบียนราษฎร โดยเฉพาะรายการทะเบียนราษฎร ทร.14/1 ในกรณีที่ทนายความมีความจำเป็นต้องขอข้อมูลเพื่อนำไปใช้ประกอบการดำเนินคดีต่อศาล

การประชุมดังกล่าวมี นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เข้าร่วมประชุม พร้อมด้วย นายธนยศ ทิมสุวรรณ ประธานคณะกรรมาธิการการปกครอง สภาผู้แทนราษฎร และผู้แทนราษฎรในคณะกรรมาธิการ รวมถึงผู้แทนจากกรมการปกครอง และสภาทนายความฯ ได้แก่ นายรัฐวิช จิตสุจริตวงศ์ ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านกฎหมาย กรมการปกครอง, นายสุมาตย์ เพชรเขาทอง ผู้อำนวยการส่วนการทะเบียนราษฎร, นายธันย์ชนน ศรีอัษฎาวุธกุล เลขานุการนายกสภาทนายความ , นายยุทธพล พวกสนิท หัวหน้ากลุ่มงานมาตรฐานและระเบียบการทะเบียน และนางสาวจิราภรณ์ จันทระแจ่ม เจ้าพนักงานปกครองชำนาญการ

การประชุมครั้งนี้สืบเนื่องจากปัญหาในการปฏิบัติหน้าที่ของทนายความเกี่ยวกับการขอตรวจ คัด หรือคัดและรับรองสำเนารายการทะเบียนราษฎร ซึ่งข้อมูลดังกล่าวอาจมีความจำเป็นต่อการรวบรวมข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานสำหรับการดำเนินคดี การติดต่อบุคคลที่เกี่ยวข้องกับคดี ตลอดจนการดำเนินกระบวนพิจารณาต่อศาล จึงมีการหารือร่วมกันระหว่างฝ่ายนิติบัญญัติ ฝ่ายบริหาร หน่วยงานผู้รับผิดชอบด้านทะเบียนราษฎร และสภาทนายความฯ เพื่อพิจารณาหลักเกณฑ์และแนวทางปฏิบัติให้เกิดความชัดเจนและเหมาะสม

ในที่ประชุมสำนักทะเบียนกลาง กรมการปกครองได้สรุปแนวทางปฏิบัติ เพื่อกำหนดหลักเกณฑ์ให้มีความชัดเจน อำนวยความสะดวก และส่งเสริมการเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมอย่างมีประสิทธิภาพ โดยกรณีทนายความขอคัดสำเนารายการทะเบียนราษฎร นายทะเบียนสามารถเรียกหลักฐานและเอกสารประกอบการพิจารณา ดังนี้

ประการแรก ทนายความผู้ยื่นคำร้องสามารถแสดงใบแต่งทนายความ โดย ไม่จำเป็นต้องมีลายมือชื่อรับรองจากผู้พิพากษา หรือหนังสือมอบอำนาจจากคู่ความ พร้อมบัตรประจำตัวสมาชิกสภาทนายความ โดยให้นายทะเบียนบันทึกภาพหรือสแกนเอกสารไว้ในระบบฐานข้อมูลทะเบียนราษฎร เพื่อใช้ประกอบการตรวจสอบ

ประการที่สอง ให้แสดงหลักฐานหรือเอกสารข้อมูลคดีที่เกี่ยวข้อง เช่น สัญญาซื้อขาย สัญญากู้ยืม สัญญาจ้างทำของ บันทึกประจำวันเกี่ยวกับคดี หรือหลักฐานอื่นที่แสดงถึงความเกี่ยวข้องกับมูลคดี เพื่อให้นายทะเบียนพิจารณาความเป็นผู้มีส่วนได้เสียระหว่างผู้ยื่นคำร้องหรือผู้มอบอำนาจกับบุคคลซึ่งเป็นเจ้าของรายการทะเบียนที่ขอตรวจ คัด หรือคัดและรับรองสำเนา ตามข้อเท็จจริงที่ผู้ยื่นคำร้องกล่าวอ้าง

ประการที่สาม กรณีไม่มีหลักฐานเอกสารเกี่ยวกับมูลคดี หรือเอกสารที่นำมาแสดงไม่ปรากฏรายการบุคคลที่ชัดเจน หรือมีประเด็นที่นายทะเบียนมีข้อสงสัยเพิ่มเติม รวมถึงกรณีผู้ยื่นคำร้องไม่ประสงค์ให้นายทะเบียนบันทึกภาพเอกสารไว้ในระบบฐานข้อมูลทะเบียนราษฎร ให้นายทะเบียนดำเนินการสอบสวนตามแบบ ป.ค. 14 โดยบันทึกข้อมูล ข้อเท็จจริง ตลอดจนหลักฐานและรายละเอียดของเอกสารที่ผู้ร้องนำมาแสดงให้ปรากฏอย่างชัดเจน เพื่อยืนยันความเป็นผู้มีส่วนได้เสีย และให้มีผู้รับผิดชอบต่อข้อมูลที่นำมาแสดงทั้งในทางแพ่งและทางอาญา

และเมื่อปรากฏหลักฐานและเอกสารที่นายทะเบียนสามารถพิจารณาความเป็นผู้มีส่วนได้เสียกับรายการบุคคลที่ขอตรวจ คัด หรือคัดและรับรองสำเนาได้แล้ว ไม่จำเป็นต้องเรียกสำนวนคดีทั้งฉบับ ร่างคำฟ้อง หรือคำฟ้องที่มีการประทับรับฟ้องจากศาลมาเป็นหลักฐานประกอบการพิจารณาแต่อย่างใด

ดร.ธนพล คงเจี้ยง นายกสภาทนายความกล่าวว่า “แนวทางดังกล่าวมีความสำคัญต่อการปฏิบัติหน้าที่ของทนายความ เนื่องจากในหลายกรณีการรวบรวมข้อมูลจากทะเบียนราษฎรอาจเป็นขั้นตอนหนึ่งของการเตรียมพยานหลักฐานหรือการดำเนินการก่อนการฟ้องคดีต่อศาล ดังนั้น การกำหนดหลักฐานที่สามารถใช้ประกอบการพิจารณาได้อย่างชัดเจน จึงช่วยให้การปฏิบัติงานของทนายความและนายทะเบียนเป็นไปในทิศทางเดียวกัน”

นอกจากนี้ ในการประที่ประชุม สำนักทะเบียนกลาง กรมการปกครอง ได้แจ้งแนวทางการดำเนินการต่อไปว่า จะดำเนินการ จัดทำหนังสือเวียนแจ้งแนวทางปฏิบัติดังกล่าวไปยังนายทะเบียนจังหวัดทุกแห่ง และนายทะเบียนกรุงเทพมหานคร เพื่อให้รับทราบและใช้เป็นแนวทางในการปฏิบัติกรณีทนายความขอตรวจ คัด หรือคัดและรับรองสำเนารายการทะเบียนราษฎรในมาตรฐานเดียวกันภายในเดือนตุลาคม 2569

“การหารือครั้งนี้เป็นการประสานความร่วมมือระหว่างคณะกรรมาธิการการปกครอง สภาผู้แทนราษฎร กระทรวงมหาดไทย กรมการปกครอง และสภาทนายความฯ ในการนำข้อเท็จจริงและปัญหาจากการปฏิบัติหน้าที่ของทนายความมาหารือร่วมกับหน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรง เพื่อให้เกิดความเข้าใจและแนวทางปฏิบัติที่มีความชัดเจน”

“การกำหนดแนวทางดังกล่าวยังเป็นการสร้างมาตรฐานในการปฏิบัติงานของนายทะเบียนทั่วประเทศ ขณะเดียวกันก็ช่วยอำนวยความสะดวกแก่ทนายความในการรวบรวมพยานหลักฐานที่จำเป็นต่อการดำเนินคดี โดยคำนึงถึงหลักเกณฑ์ทางกฎหมาย การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และความจำเป็นในการเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมของประชาชน” นายกสภาทนายความ กล่าว