xs
xsm
sm
md
lg

กมธ.กระจายอำนาจฯ ถกโอนถนนกรมทางหลวง-กรมทางหลวงชนบทให้ อปท. งบบำรุงรักษา 67,000 บ./กม./ปี

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



“กมธ.กระจายอำนาจฯ” ถกถ่ายโอนถนนจากกรมทางหลวงและกรมทางหลวงชนบทให้ อปท.  กำหนดหลักเกณฑ์ส่งคืนส่วนราชการ พร้อมจัดสรรงบบำรุงรักษา 67,000 บาท/กม./ปี

เมื่อวันที่ (1 ต.ค.69)  นายคงกฤษ ฉัตรมาลีรัตน์  สส.ระนอง พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ ( กมธ.)การกระจายอำนาจ การปกครองส่วนท้องถิ่น และการบริหารราชการรูปแบบพิเศษ สภาผู้แทนราษฎร แถลงผลการพิจารณา เรื่อง การถ่ายโอนถนนจากกรมทางหลวงและกรมทางหลวงชนบทให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ภายหลังการประชุมร่วมกับ สส. ผู้แทนส่วนราชการ อปท. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อพิจารณาปัญหาและแนวทางการถ่ายโอนถนน ว่า ปัจจุบันมีถนนที่ส่วนราชการถ่ายโอนให้ อปท. รวม 30,818 สายทาง ระยะทางกว่า 93,980.19 กิโลเมตร จากหน่วยงานต่าง ๆ อาทิ กรมทางหลวง กรมทางหลวงชนบท กรมส่งเสริมสหกรณ์ และกรมชลประทาน โดยตามมติคณะกรรมการการกระจายอำนาจฯ เมื่อวันที่ 26 ส.ค.68 กำหนดหลักเกณฑ์การส่งคืนถนนให้ส่วนราชการในกรณีที่กรมทางหลวงชนบท มีความจำเป็นต้องใช้เป็นโครงข่ายเชื่อมโยงระหว่างจังหวัด การถ่ายโอนไม่เป็นไปตามขอบเขตความรับผิดชอบ สถานการณ์เปลี่ยนแปลงไป เช่น จากสายทางย่อยเป็นเส้นทางเชื่อมระหว่างจังหวัด หรือเกินขีดความสามารถของท้องถิ่นในการดูแลรักษา โดยต้องเสนอผ่านคณะอนุกรรมการอำนวยการการกระจายอำนาจฯ ระดับจังหวัดเพื่อพิจารณา

ประธาน กมธ.การกระจายอำนาจฯ กล่าวต่อว่า  ทั้งนี้ หาก อปท. ได้แก่ เทศบาลหรือองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ไม่สามารถพัฒนาหรือก่อสร้างทางหลวงท้องถิ่นได้ ให้ร้องขอความช่วยเหลือจากองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ก่อน หาก อบจ. ไม่สามารถให้ความช่วยเหลือได้ จึงส่งเรื่องให้ส่วนราชการรวบรวมเสนอคณะกรรมการการกระจายอำนาจฯ พิจารณาต่อไป  

นายคงกฤษ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ คณะกรรมการการกระจายอำนาจฯ มีมติจัดสรรเงินอุดหนุนทั่วไปเพื่อบำรุงรักษาถนนทางหลวงท้องถิ่น ในอัตรา 67,000 บาท/กิโลเมตร/ปี เริ่มจัดสรรในปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 สำหรับถนนที่ได้รับการถ่ายโอนและลงทะเบียนเป็นทางหลวงท้องถิ่นแล้ว หากงบประมาณไม่เพียงพอ อปท. สามารถขอรับงบประมาณเงินอุดหนุนเฉพาะกิจเพิ่มเติมได้

นายคงกฤษ กล่าวว่า สำหรับการโอนเปลี่ยนแปลงงบประมาณในภาวะจำเป็น ผู้ว่าราชการจังหวัดได้รับมอบอำนาจจากอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) ให้ดำเนินการได้ แต่กรณีเปลี่ยนสถานที่หรือเปลี่ยนสายทาง ต้องพิจารณาตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด โดยให้ใช้จ่ายตามวัตถุประสงค์เดิมเป็นหลัก เว้นแต่กรณีประสบภัยพิบัติ ซึ่งควรเสนอขอรับงบประมาณเพื่อการฟื้นฟูตามช่องทางปกติ มากกว่าการโอนเปลี่ยนแปลงงบประมาณของโครงการเดิม พร้อมกำชับให้การโอนเปลี่ยนแปลงงบประมาณในภาวะจำเป็นเป็นไปตามระเบียบอย่างเคร่งครัด