xs
xsm
sm
md
lg

“สกลธี” จี้คมนาคมแจง ปมกระเป๋าตกค้างสนามบิน ซัดผู้บริหาร TG สอบตก ปล่อยพนักงานเผชิญแรงกดดัน เยียวยาผู้โดยสารเชิงรุก

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



“สกลธี” จี้ คมนาคม แจงปมกระเป๋าผู้โดยสารการบินไทยตกค้าง-ยกเลิกเที่ยวบิน ซัดผู้บริหารสอบตก ปล่อยพนักงานเผชิญแรงกดดัน เรียกร้องเยียวยาผู้โดยสารเชิงรุก ด้าน “สิริพงศ์” ยืนยันเข้าช่วยเต็มที่ เผย การบินไทยรับปากชดเชยมากกว่าเกณฑ์กฎหมาย พร้อมระบุค่าปรับล่าช้าในสัญญาใหม่

วันนี้ (1 ต.ค.) เวลา 10.30 น. ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งมี นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภา เป็นประธาน นายสกลธี ภัททิยกุล สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ตั้งกระทู้ถามสดถึง นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เรื่องปัญหาการให้บริการของการบินไทย โดยมี นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ชี้แจงแทน

นายสกลธี กล่าวว่า ปัญหากระเป๋าสัมภาระล่าช้าตั้งแต่วันที่ 26 ก.ย. ส่งผลให้ผู้โดยสารบางรายต้องรอหลายชั่วโมง บางคนเดินทางถึงเวลา 17.00 น. แต่ได้รับกระเป๋าเที่ยงคืน ขณะที่บางรายรอตั้งแต่เวลา 23.30 น. จนถึง 08.00 น. โดยไม่ได้รับคำตอบที่ชัดเจนจากสายการบิน ก่อนมีการระงับบริการขนส่งสินค้าในวันที่ 29 ก.ย. ยิ่งกระทบภาพลักษณ์ประเทศ

นายสกลธี ระบุว่า เจ้าหน้าที่ภาคพื้นดินมีจำนวนน้อย ต้องรับแรงกดดันจากผู้โดยสารจนบางคนร้องไห้ ขณะที่ผู้บริหารไม่ได้ลงมารับมือในพื้นที่ ต่อมา นายพิพัฒน์ แถลงว่า มีกระเป๋าตกค้าง 10,000 ใบ ส่วนเที่ยวบินถูกยกเลิกประมาณ 40-50 เที่ยว ทำให้ชื่อเสียงของสายการบินแห่งชาติเสียหายอย่างมาก

“ซีอีโอท่านอาจจะเก่งในเรื่องของการฟื้นฟูให้การบินไทยกลับมามีกำไรมาก แต่เรื่องนี้ท่านสอบตกและล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง ท่านอำมหิตมากที่ทิ้งให้พนักงานของการบินไทยตัวเล็กๆ ต้องคอยรับหน้าผู้โดยสาร หาคำตอบไม่ได้ โดนด่าร้องห่มร้องไห้กับผู้โดยสารที่มีอารมณ์ ผมเข้าใจทุกฝ่าย แต่ผมคิดว่าผู้บริหารการบินไทยควรทำอะไรได้กว่านี้” นายสกลธี กล่าว

นายสกลธี ย้ำว่า แม้การบินไทยไม่ได้เป็นรัฐวิสาหกิจแล้ว แต่กระทรวงการคลัง ยังเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ และมีตัวแทนภาครัฐอยู่ในบอร์ด รัฐบาลจึงควรให้ความสำคัญ พร้อมถามว่า เหตุการณ์เกิดจากอะไร และใครจะรับผิดชอบต่อชื่อเสียงประเทศที่เสียหาย
นอกจากนี้ ยังตั้งคำถามถึงข้อมูลที่ว่าการบินไทยให้บริการขนสัมภาระแก่สายการบินคู่สัญญาก่อน เพราะเกรงถูกเรียกค่าปรับ จนปล่อยให้ผู้โดยสารของตนเองรอ หากเป็นจริงถือเป็นการบริหารจัดการที่ไม่เหมาะสม และต้องชี้แจงให้ชัดเจน

นายสกลธี เรียกร้องให้การบินไทยเยียวยาเชิงรุก ด้วยการติดต่อผู้โดยสารและเสนอชดเชยอย่างเหมาะสม ครอบคลุมความเสียหาย พร้อมขอคำยืนยันว่า จะไม่อ้างเหตุสุดวิสัยจากน้ำท่วม เพื่อปฏิเสธการจ่ายชดเชย รวมทั้งเสนอให้ทบทวนสัญญาผู้ให้บริการภาคพื้นรายที่ 3 ซึ่งระบุว่า มีระยะเวลา 25 ปี มูลค่าเกือบ 70,000 ล้านบาท เพื่อให้สามารถปรับเงื่อนไขตามสถานการณ์ในอนาคตได้

ด้าน นายสิริพงศ์ ชี้แจงว่า นายพิพัฒน์ มีกำหนดเดินทางไปญี่ปุ่นระหว่างวันที่ 26-27 ก.ย. เพื่อลงนามความร่วมมือด้านคมนาคมที่นัดหมายไว้ล่วงหน้า และรีบกลับก่อนกำหนดเมื่อเสร็จภารกิจ ก่อนลงพื้นที่สนามบินสุวรรณภูมิวันที่ 30 ก.ย. กระทรวงคมนาคม รับทราบปัญหาตั้งแต่ช่วงเย็นวันที่ 26 ก.ย. และประสานกำลังเจ้าหน้าที่อากาศโยธินเข้าช่วยตั้งแต่เวลา 11.00 น. วันที่ 27 ก.ย. รวมถึงมีรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม หมุนเวียนติดตามสถานการณ์ แม้บางส่วนไม่ได้ปรากฏเป็นข่าว

นายสิริพงศ์ ระบุว่า สาเหตุสำคัญ คือ บุคลากรของการบินไทยมาทำงานได้เพียงครึ่งหนึ่ง กระทรวงจึงประสาน ทอท. หน่วยงานด้านการบิน วิทยุการบิน และกองทัพอากาศเข้าช่วย แต่ยอมรับว่า ช่วงแรกการประสานงานมีปัญหา และเป็นไปด้วยความยากลำบาก

แม้การบินไทยเป็นเอกชน และไม่ได้อยู่ภายใต้การกำกับโดยตรงของกระทรวงคมนาคม แต่รัฐบาลต้องช่วยเหลือ เพราะเป็นสายการบินแห่งชาติ การดำเนินงานจึงไม่อาจคำนึงถึงกำไรหรือขาดทุนเพียงอย่างเดียว แต่ต้องรักษาชื่อเสียงและภาพลักษณ์ประเทศด้วย

สำหรับข้อสงสัยว่า การบินไทยให้บริการสายการบินอื่นก่อน เพื่อหลีกเลี่ยงค่าปรับ นายสิริพงศ์ ระบุว่า ยังเป็นเพียงสมมติฐาน แม้ตนเชื่อว่า อาจเป็นเช่นนั้น จึงส่งกำลังคนเข้าไปสนับสนุนการทำงาน

ส่วนสัญญาบริการภาคพื้น นายสิริพงศ์ ชี้แจงว่า การบินไทยได้รับสัมปทาน 35 ปี เหลืออายุสัญญาอีก 15 ปี เนื่องจากทำสัญญาขณะเป็นรัฐวิสาหกิจ ขณะที่ BFS ให้บริการชั่วคราวระหว่างรอสัญญาใหม่ และบริษัท บริการภาคพื้น ท่าอากาศยานไทย จำกัด หรือ AOTGA อยู่ระหว่างรอลงนามเป็นผู้ให้บริการรายที่ 3 โดยสัญญาหลังจากนี้ต้องกำหนดค่าปรับกรณีล่าช้าให้ชัดเจน จากเดิมที่มีเพียงตัวชี้วัด

นายสิริพงศ์ กล่าวว่า การบินไทยยืนยันจะเยียวยาผู้โดยสารมากกว่าเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด เพราะตระหนักถึงผลกระทบต่อชื่อเสียง และเชื่อว่า จะติดต่อผู้โดยสารเพื่อชดเชยเชิงรุก รวมถึงดูแลความรู้สึกของผู้ได้รับผลกระทบ ส่วนความรับผิดชอบของกระทรวงคมนาคม ยืนยันว่าได้ดำเนินการตามหน้าที่อย่างเต็มที่แล้ว

“ปัญหาที่เกิดขึ้นกระทรวงคมนาคมไม่ได้ปล่อยปละละเลย แต่เราทำในสิ่งที่เราสามารถดำเนินการได้ เพราะบางเรื่องต้องใช้ทักษะ แต่อะไรที่เราสามารถช่วยเหลือได้เราทำเต็มที่” นายสิริพงศ์ กล่าว