“เจเศรษฐ์” แจงประกันภัยพิบัติ เริ่มคุ้มครองผู้ประสบภัยตั้งแต่ 00.01 น. วันที่ 1 ต.ค. ใช้ภาพดาวเทียมยืนยันพื้นที่ จ่ายสูงสุด 1 หมื่นบาทภายใน 15 วัน ครอบคลุม “น้ำล้อม” และบ้านไม่มีเลขที่ พร้อมเตือนระดับน้ำเจ้าพระยาจะสูงขึ้น ขอประชาชนติดตามสถานการณ์ใกล้ชิด
วันที่ 1 ต.ค.นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รมช.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมถึงประกันภัยพิบัติเพื่อประชาชนว่า เหตุการณ์ที่ต่อเนื่องอยู่จะไม่เข้าหลักเกณฑ์ประกันภัย คนที่จะเข้าหลักเกณฑ์ประกันภัยนั้นจะเริ่มเวลา 00.01 น. ของวันที่ 1 ต.ค. โดยเราใช้การยืนยันจากภาพถ่ายดาวเทียม ซึ่งในวันที่ 30 ก.ย. มีการถ่ายภาพถ่ายดาวเทียมของ สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (จิสด้า) ตีเส้นไว้เรียบร้อยแล้ว ซึ่งประกันภัยตรงนี้จะได้รับการคุ้มครองที่รวดเร็วกว่าและชัดเจนกว่า ประชาชนสามารถรู้ตัวเลขได้ชัดเจนว่าได้รับการเยียวยา 10,000 บาทแน่ๆจะได้วางแผนใช้เงินตรงนี้อย่างไร ส่วนการซ่อมแซมบ้านเรือนจะใช้วิธีเหมาจ่าย โดยจะเริ่มนับตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย. ยกตัวอย่างหากน้ำสูง 50 เซนติเมตร จะได้รับการเยียวยา 10,000 บาท โดยไม่ต้องมานั่งสำรวจความเสียหายอีกต่อไป และหลักเกณฑ์ของประกันภัยนั้นหากจังหวัดประกาศพื้นที่ภัยพิบัติหรือประสบภัยจริงจะเข้าหลักเกณฑ์เลย ไม่จำเป็นต้องถ่ายภาพ โดยจะได้รับเงินภายใน 15 วัน
นายเจเศรษฐ์ กล่าวว่า โครงการประกันภัยพิบัติเพื่อประชาชนนี้ให้การครอบคลุมเหตุน้ำล้อมด้วย ซึ่งตรงนี้ใช้เวลาในการเจรจานานมาก และโครงการนี้ยังครอบคลุมบ้านเรือนที่ไม่มีบ้านเลขที่ด้วย ต่างจากการเยียวยาก่อนหน้านี้ที่กรมการปกครองจะสำรวจตามบ้านเลขที่เป็นหลัก และประกันภัยจะเยียวยาครอบคลุม 30 ล้านครัวเรือน วงเงินสูงสุด 7.5 หมื่นล้านบาท หากเกินยอดตรงนั้นไปแล้วรัฐบาลจะเป็นผู้เยียวยาโดยหลักเกณฑ์เดียวกันกับประกัน
เมื่อถามถึงสถานการณ์น้ำที่ประชาชนกังวลว่าจะเข้ากรุงเทพฯเพิ่มเติม นายเจเศรษฐ์ กล่าวว่า ลุ่มน้ำเจ้าพระยา โดยเฉพาะพื้นที่รับน้ำซึ่งผันจาก กทม. ก่อนออกสู่อ่าวไทยระดับน้ำจะเพิ่มสูงขึ้นอย่างแน่นอน แต่เราจะประคองให้ค่อยๆยกตัว โดยประสานสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) เราจะได้แจ้งเตือนประชาชน ขอให้ประชาชนติดตามข้อมูลข่าวสารอย่างใกล้ชิด ทั้งนี้ปริมาณน้ำในแม่น้ำจะสูงขึ้นอย่างแน่นอน ส่วนพื้นที่ที่ประสบอุทกภัยจากน้ำป่าหรือน้ำท่วมขังจากฝนที่ตกลงมาสถานการณ์จะดีขึ้นใน 1-2 วันนี้


