xs
xsm
sm
md
lg

ครม.ไฟเขียว กรมชลฯ เดินหน้าคลองระบายน้ำหลาก “ชัยนาท-ป่าสัก-อ่าวไทย” เพิ่มประสิทธิภาพระบายน้ำ แก้ปัญหาน้ำท่วมเจ้าพระยา

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



กรมชลประทาน เดินหน้าขับเคลื่อน โครงการคลองระบายน้ำหลาก ชัยนาท-ป่าสัก-อ่าวไทย ภายหลังคณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติโครงการ กำหนดดำเนินการระหว่างปี 2570-2577 มุ่งยกระดับระบบบริหารจัดการน้ำในลุ่มน้ำเจ้าพระยา เพื่อบรรเทาอุทกภัยและเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ เป็นการเสริมความมั่นคงด้านน้ำให้แก่ประชาชนและภาคการเกษตร

นายวิทยา แก้วมี อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยถึงโครงการดังกล่าวว่า เป็นหนึ่งในโครงการสำคัญภายใต้แผนหลักการบรรเทาอุทกภัยในลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่าง 9 แผนงาน ซึ่งกรมชลประทานได้เตรียมความพร้อมและดำเนินการตามขั้นตอนที่เกี่ยวข้องมาอย่างต่อเนื่อง โดยได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ และผ่านความเห็นชอบรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) จากคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติแล้ว

ภายหลัง ครม. มีมติอนุมัติโครงการ กรมชลประทานจะเดินหน้าขับเคลื่อนการดำเนินงานตามขั้นตอนที่เกี่ยวข้อง เพื่อพัฒนาระบบคลองระบายน้ำหลากให้สามารถรองรับและระบายน้ำจากพื้นที่ตอนบนลงสู่ทะเลได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเมื่อโครงการแล้วเสร็จ จะช่วยเพิ่มศักยภาพการระบายน้ำจากบริเวณหน้าเขื่อนเจ้าพระยาลงสู่ทะเล จากประมาณ 210 ลบ.ม./วินาที เป็น 930 ลบ.ม./วินาที ช่วยลดพื้นที่น้ำท่วมในลุ่มน้ำเจ้าพระยาได้ประมาณ 3.48 ล้านไร่ ลดความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นต่อประชาชน พื้นที่เกษตร และพื้นที่เศรษฐกิจได้เป็นอย่างมาก

นอกจากการเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำในช่วงฤดูน้ำหลากแล้ว โครงการยังมีส่วนสำคัญช่วยเพิ่มศักยภาพในการบริหารจัดการน้ำช่วงฤดูแล้ง โดยสามารถกักเก็บน้ำไว้ใช้ประโยชน์ได้มากกว่า 155.77 ล้าน ลบ.ม. ช่วยเพิ่มน้ำต้นทุนและสร้างความมั่นคงด้านน้ำให้แก่ภาคการเกษตรและประชาชน

ขณะเดียวกัน กรมชลประทานยังเร่งดำเนินการ โครงการคลองระบายน้ำหลากบางบาล-บางไทร ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการเชื่อมโยงระบบระบายน้ำและเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ภาคกลาง โดยมีเป้าหมายให้การก่อสร้างแล้วเสร็จภายในปี 2573 เพื่อช่วยบรรเทาอุทกภัยและผลกระทบในช่วงฤดูน้ำหลากให้แก่พื้นที่เศรษฐกิจของจังหวัดพระนครศรีอยุธยา

กรมชลประทานให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบ ทั้งการป้องกันและบรรเทาอุทกภัย การเพิ่มน้ำต้นทุน และการบริหารน้ำในช่วงฤดูแล้ง โดยจะเร่งดำเนินงานตามมติคณะรัฐมนตรี พร้อมบูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด เพื่อให้โครงการเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน ลดความเสี่ยงและความเสียหายจากอุทกภัย และสร้างความมั่นคงด้านน้ำให้กับพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาในระยะยาว