วันนี้(30 ก.ย.) นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่จังหวัดฉะเชิงเทรา เพื่อติดตามสถานการณ์และประชุมหารือแนวทางการรับมือ โดยมี นายประสิทธิ์ อินทรโชติ รองผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม
นายเจเศรษฐ์กำชับให้จังหวัดติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะ เส้นทางสัญจรที่อาจได้รับผลกระทบ พร้อมแจ้งเตือนประชาชนล่วงหน้าผ่าน Cell Broadcast และช่องทางการสื่อสารในพื้นที่ เพื่อให้ประชาชนสามารถวางแผนการเดินทางและหลีกเลี่ยงเส้นทางเสี่ยงได้ทันเวลา
สำหรับสถานการณ์น้ำในพื้นที่ นายเจเศรษฐ์ได้ติดตามการบริหารจัดการน้ำใน ลุ่มน้ำบางปะกง ซึ่งมีแม่น้ำนครนายกและแม่น้ำปราจีนบุรีไหลมาบรรจบกัน ก่อนระบายลงสู่แม่น้ำบางปะกงและออกสู่อ่าวไทย โดยขณะนี้อยู่ระหว่างเร่งดำเนินการติดตั้งเครื่องสูบน้ำเพิ่มเติมบริเวณปลายทาง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำออกสู่ทะเล โดยมีศักยภาพการระบายสูงสุดตามแผนที่กำหนดไว้ 26 ล้านลูกบาศก์เมตร
ทั้งนี้ พื้นที่ที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษคือ พื้นที่ฝั่งตะวันตกของจังหวัดฉะเชิงเทรา ซึ่งเชื่อมต่อกับพื้นที่กรุงเทพมหานคร เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่อาจได้รับผลกระทบจากการสะสมและการระบายน้ำ จึงต้องติดตามระดับน้ำและเส้นทางสัญจรอย่างต่อเนื่อง พร้อมเตรียมมาตรการรองรับล่วงหน้า
นายเจเศรษฐ์ย้ำหลักการทำงานว่า “หน้างานจะรู้ดีที่สุด” หากพื้นที่ต้องการความช่วยเหลือหรือทรัพยากรเพิ่มเติม ขอให้แจ้งเข้ามาทันที เพื่อให้ส่วนกลางสามารถสนับสนุนได้ตรงกับสถานการณ์ โดยเฉพาะ ระบบประปาและน้ำอุปโภคบริโภค หากเกิดปัญหาหรือมีความต้องการเพิ่มเติม ต้องรายงานทันที เพื่อให้การช่วยเหลือไม่ขาดตอน
ในส่วนของ โรงพยาบาลและสถานพยาบาล ได้กำชับให้เตรียมแผนสำรองสำหรับรองรับผู้ป่วยและเหตุฉุกเฉินในทุกรูปแบบ ทั้งการรองรับผู้ป่วยที่อาจเพิ่มขึ้น การเคลื่อนย้ายผู้ป่วย ระบบไฟฟ้า น้ำประปา และระบบสาธารณูปโภคที่จำเป็น เพื่อให้สามารถให้บริการประชาชนได้อย่างต่อเนื่อง แม้เกิดสถานการณ์ฉุกเฉิน
นอกจากนี้ ยังได้กำชับให้จังหวัดเริ่มจัดทำ แผนฟื้นฟูควบคู่กับการรับมือสถานการณ์ โดยเร่งสำรวจความเสียหายและจัดลำดับความสำคัญ ทั้งเส้นทางคมนาคม ระบบสาธารณูปโภค บ้านเรือนประชาชน และพื้นที่สำคัญ เพื่อให้สามารถเข้าดำเนินการได้ทันทีเมื่อสถานการณ์คลี่คลาย
นายเจเศรษฐ์เน้นย้ำแนวทางการทำงาน “เตือนให้เร็ว – ช่วยให้ทัน – ฟื้นฟูให้ไว” โดยข้อมูลจากพื้นที่ต้องส่งกลับมาอย่างรวดเร็ว เพื่อให้การช่วยเหลือและการสนับสนุนตรงกับความต้องการของประชาชนมากที่สุด
ทั้งนี้ หากประชาชนประสบเหตุสาธารณภัย หรือต้องการขอความช่วยเหลือ สามารถติดต่อกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) สายด่วน 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง


