xs
xsm
sm
md
lg

"จรัญ" แนะใช้ช่องทางผู้ตรวจฯส่งศาลรธน.ชี้ขาดฮั้ว สว. แนะ 3 ขั้นก่อนชงวินิจฉัยไม่เกินปี ยังค้านปลุกไล่กกต

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



"จรัญ" เสนอใช้ช่องทางผู้ตรวจฯส่งศาลรธน.ชี้ขาดฮั้ว สว. ชี้ระบบเลือกตั้งมีช่องโหว่ แก้รธน.ต้องใช้เวลา 5 ปี ขณะที่คดีศาลปกติอาจไม่ทันการณ์ แนะ 3 ขั้นตอนเร่งรวบรวมหลักฐาน ใช้พยานวิทยาศาสตร์ตรวจสอบ ก่อนส่งศาลรธน.วินิจฉัยภายใน 6 เดือน–1 ปี แต่ยังค้านปลุกระดมมวลชนไล่ กกต.

วันนี้( 30 ก.ย.) นายจรัญ ภักดีธนากุล อดีต ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ กล่าวตอนหนึ่งในการเสวนาในหัวของ "คดีฮั้ว สว. : เรื่อง จริงที่คนไทยทุกคนต้องรู้" ที่สำนักงานราชบัณฑิตยสภาจัดขึ้นว่า  จากกระแสวิพากษ์วิจารณ์ถึงกระบวนการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ตามรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน ที่หลายฝ่ายมองตรงกันว่าสุ่มเสี่ยงต่อความไม่สุจริตและเที่ยงธรรม ล่าสุดมีการเปิดเผยถึงข้อจำกัดทางกฎหมายของกระบวนการเดิม พร้อมเสนอทางออกผ่านช่องทางผู้ตรวจการแผ่นดินเพื่อส่งต่อศาลรัฐธรรมนูญชี้ขาด  

นายจรัญ กล่าวอีกว่า ปัญหาการเลือก สว. เกิดขึ้นตั้งแต่โครงสร้างระบบการเลือกตั้ง และการวางมาตรการรองรับของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ชุดใหม่ที่ยังขาดความรอบคอบ ส่งผลให้เกิดช่องโหว่การ “ฮั้วเลือกตั้ง” ที่ผู้เล่นคนที่ชำนาญหรือเก่งกว่าก็จะได้เปรียบ 

 เมื่อเห็นปัญหา ขณะที่แนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญต้องใช้เวลานานถึง 5 ปี และมีอุปสรรคหลายประการ  ส่วนการพึ่งพากระบวนการทางศาลปกติ เช่น ศาลฎีกา หรือการดำเนินคดีอาญา อาจไม่ทันการณ์  เพราะการดำเนินคดีในศาลฎีกา อาจใช้เวลา 1–3 ปี และการสืบพยานเฉพาะรายบุคคลทำได้เพียงการถอดถอนผู้กระทำผิด แล้วนำผู้สมัครสำรองขึ้นมาแทน ซึ่งไม่อาจล้มล้างระบบการเลือกตั้งที่ผิดพลาดได้  อีกทั้งการดำเนินคดีทางอาญา อาจใช้เวลานานถึง 5 ปีเป็นอย่างน้อย  


อดีตตุลาการฯ กล่าวอีกว่า ศาลรัฐธรรมนูญเป็นองค์กรเดียวที่มีอำนาจพิจารณาว่าระบบการเลือกตั้งขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ เหมือนคดีบัตรเลือกตั้งบาร์โค้ดริวอาร์โค้ด ที่ผ่านไปยังผู้ตรวจการแผ่นดินจะรวดเร็วกว่าศาลอื่น

แต่คดีฮั้วสว. แม้มองว่าที่ผ่านมา ศาลรัฐธรรมนูญเคยปฏิเสธคำร้องตรงจากผู้เสียหาย เนื่องจากติดข้อบังคับตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ (มาตรา 46, 47, 48) ที่กำหนดให้ต้องใช้ช่องทางอื่นก่อน แต่เมื่อเปรียบเทียบกับคดีในอดีต เช่น คดีบาร์โค้ด คิวอาร์โค้ด ศาลรัฐธรรมนูญสามารถรับพิจารณาและใช้เวลาวินิจฉัยประมาณ 9 เดือนได้ เนื่องจากเป็นการยื่นเรื่องผ่าน ผู้ตรวจการแผ่นดิน น่าจะเร็วกว่าศาลอื่น

ทั้งนี้นายจรัญยังกล่าวอีกว่า เพื่อให้กระบวนการเดินหน้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ ขอเสนอ 3 ขั้นตอน ดังนี้
1.อาศัยกระบวนการไต่สวนของศาลฎีกาช่วยรวบรวมพยานหลักฐานเชิงลึก โดยเสนอให้มีการ ใช้เครื่องจับเท็จหรือพยานทางวิทยาศาสตร์ เข้ามาใช้ในการสอบสวนเค้นความจริง กรณีพยานมีการกลับคำให้การหรือสุ่มเสี่ยงต่อการให้การเท็จ ควบคู่ไปกับการตรวจสอบเส้นทางการเงิน และข้อมูลการติดต่อสื่อสารทางโทรศัพท์หรือแอปพลิเคชันต่าง ๆ

2.ยื่นเรื่องต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน เมื่อใช้เครื่องจับเท็จและหลักฐานวิทยาศาสตร์จนได้พยานหลักฐานที่แน่นหนาแล้ว ให้กลุ่มผู้เสียหายนำเรื่องเข้ายื่นต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน เพื่อให้ส่งเรื่องต่อไปยังศาลรัฐธรรมนูญตามช่องทางกฎหมาย

3.ส่งศาลรัฐธรรมนูญชี้ขาด โดยผ่าน ผู้ตรวจการแผ่นดินเป็นผู้ส่งเรื่อง คาดว่าศาลรัฐธรรมนูญจะรับไว้พิจารณาและสามารถทำคำวินิจฉัยเสร็จสิ้นได้ภายใน 6 เดือน ถึง 1 ปี อย่างไรก็ตามตนไม่เห็นด้วยกับการปลุกระดมมวลชน มาขับไล่กกต.