xs
xsm
sm
md
lg

“อนุทิน” ชูแผน 14 สร้างอนาคตที่ยั่งยืน ดันไทยเข้า OECD ลุยปฏิรูปราชการขจัดเกียร์ว่าง ลงทุนพัฒนาคน ยก “เนเน่” เป็นตัวอย่าง

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



“อนุทิน” ชูยุทธศาสตร์แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 14 สร้างอนาคตที่ยั่งยืน มากกว่าโครงการสวยหรู ปักธงไทยเข้าเป็นสมาชิก OECD ก่อนจบแผนที่ 14 สั่งลุยปฏิรูประบบราชการขจัดค่านิยมเกียร์ว่าง ดันลงทุนพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ยก “เนเน่” เป็นตัวอย่างประสบความสำเร็จ แม้ยังไม่จบปริญญา

เมื่อเวลา 10.00 น. ที่ห้องแกรนด์ไดมอนด์ บอลรูม อิมแพคเมืองทองธานี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย เป็นประธานเปิดการประชุมประจำปี 2569 “แผน 14 เปลี่ยนไทยให้ไปไกลกว่าเดิม (Thailand’s Next Agenda)” ของสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) พร้อมกล่าวปาฐกถาพิเศษภายใต้หัวข้อการขับเคลื่อน “ร่างแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 14” (พ.ศ. 2571-2575) ภายใต้แนวคิด “เปลี่ยนไทยให้ไปไกลกว่าเดิม”

โดยมี นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.ต่างประเทศ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.ต่างประเทศ นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี และนายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม ร่วมงานและกล่าวปาฐกถา


นายอนุทิน กล่าวปาฐกถาตอนหนึ่งว่า การจัดทำแผนครั้งนี้พิเศษกว่าทุกครั้ง เพราะเกิดขึ้นระหว่างที่ประเทศไทยและโลกกำลังเผชิญหน้ากับความเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่หลายด้านพร้อมกัน ทั้งด้านเศรษฐกิจ ภูมิรัฐศาสตร์ เทคโนโลยี โครงสร้างประชากร สภาพภูมิอากาศ ล้วนเป็นเรื่องที่ทั่วโลกกำลังพูดถึง และร่วมกันกำหนดทิศทาง ในขณะที่ทุกประเทศต้องเร่งสร้างศักยภาพและยกระดับตัวเองให้สามารถแข่งขันและพัฒนามีความยั่งยืน

นายกฯ กล่าวว่า บทเรียนจากสภาวะภัยพิบัติและน้ำท่วมในปัจจุบัน วันนี้เหตุการณ์ที่อยู่ต่อหน้าเราได้บอกบางอย่างกับเราชัดเจน ในช่วงหลายวันที่ผ่านมาพี่น้องประชาชนในหลายพื้นที่ รวมถึงใน กทม.ต้องเผชิญกับสภาวะภัยพิบัติฝนตกหนักและทำให้เกิดน้ำท่วม สิ่งที่เกิดขึ้นไม่ได้กระทบกับการเดินทาง แต่กระทบคุณภาพชีวิต กระทบบ้านเรือน ร้านค้า การทำงาน การสร้างรายได้ และความมั่นคงของครอบครัวเป็นจำนวนมาก หลายคนบอกไม่เคยเห็นแบบนี้มาก่อน แน่นอนว่าสภาพการเปลี่ยนไป มาจากการเปลี่ยนแปลงของภูมิอากาศ รวมถึงเป็นผลจากการพัฒนาเมืองของเรา ภัยพิบัติในช่วงที่ผ่านมา ได้บอกเราว่า การพัฒนาประเทศไม่ใช่เป็นเพียงเรื่องของตัวเลขหรือโครงการที่สวยหรู แต่คือความสามารถของประเทศที่จะทำให้ประชาชนใช้ชีวิตและประกอบอาชีพได้อย่างมั่นคง ทั้งสถานการณ์ปกติและเกิดวิกฤต นี่คือโจทย์ที่พวกเราทุกคนจะต้องแก้ไข

ทั้งนี้ ระหว่างนายกฯ กล่าวได้มีอาการไอเป็นระยะ โดยนายกฯ ได้ดื่มน้ำ พร้อมกล่าวว่า ช่วงนี้น้ำท่วมต้องออกทุกคืน นอนน้อย


นายอนุทิน กล่าวว่า ขณะที่โลกยุคปัจจุบันไม่ได้มองหาประเทศที่มีต้นทุนการผลิตหรือค่าแรงต่ำที่สุดอีกต่อไป แต่มองหาประเทศที่มีความน่าเชื่อถือ มีกติกาที่โปร่งใส มีความพร้อมด้านพลังงานและโครงสร้างพื้นฐาน ตลอดจนมีรัฐบาลที่สามารถตัดสินใจแก้ปัญหาได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งประเทศไทยมีศักยภาพตอบโจทย์นักลงทุนทั่วโลกได้อย่างสมบูรณ์แบบ โลกไม่ได้มองหาประเทศที่มีต้นทุนในการผลิตที่ต่ำสุดอีกต่อไป แต่มันกำลังมองหาประเทศที่มีความน่าเชื่อถือ มีกติกาที่ชัดเจน มีพลังงานและโครงสร้างพื้นฐานที่เพียงพอ มีกำลังคนที่มีทักษะ... ประเทศไทยคือคำตอบ You are talking to the right partner”

นายอนุทิน กล่าวว่า ไทยจะไม่ลงแข่งขันด้วยการตัดราคาค่าแรง หรือแจกสิทธิประโยชน์ทางภาษีแบบเซ็นเช็คเปล่า แต่จะแข่งขันด้วยคุณภาพ นวัตกรรม และศักยภาพทางภูมิศาสตร์ที่เชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทาน นักลงทุนที่เข้ามาตั้งฐานการผลิตในไทยไม่ได้มองเพียงแค่ตลาดประชากร 70 ล้านคน แต่กำลังเข้าถึงโอกาสทางเศรษฐกิจในภูมิภาคที่มีประชากรรวมกว่า 700 ล้านคน โดยมุ่งเป้าดึงดูดกลุ่มอุตสาหกรรมมูลค่าสูง อาทิ ปัญญาประดิษฐ์ (AI), เซมิคอนดักเตอร์, ยานยนต์สมัยใหม่, เทคโนโลยีสุขภาพ และพลังงานสะอาด

สำหรับมิติการปฏิรูประบบราชการ ภาครัฐต้องเป็นฝ่ายปรับตัวและเปลี่ยนโครงสร้างก่อน ไม่ใช่ปล่อยให้ประชาชนหรือภาคเอกชนปรับตัวอยู่ฝ่ายเดียว พร้อมสั่งการให้ขจัดค่านิยมรับราชการแบบเกียร์ว่าง ที่มักมองว่า ไม่ทำอะไรก็รอเลื่อนขั้น แต่ทำงานมากมีความเสี่ยงที่จะถูกจับผิด ให้หมดสิ้นไป โดยต้องสร้างหลักประกันให้ข้าราชการกล้าตัดสินใจปฏิบัติงานด้วยความสุจริต รัฐที่มีศักยภาพสูง ไม่ได้วัดจากจำนวนหน่วยงาน จำนวนกฎหมาย หรือจำนวนบุคลากร แต่วัดจากความสามารถในการตัดสินใจ แก้ปัญหา และสร้างผลลัพธ์ให้ประชาชนได้อย่างรวดเร็ว ตรงจุด และโปร่งใส


ทั้งนี้ รัฐบาลได้เร่งขับเคลื่อนเครื่องมืออำนวยความสะดวกอย่าง Thailand Fast Track และ Super License รวมถึงตั้งเป้าหมายบรรจุการเข้าเป็นสมาชิกองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) ไว้ในแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 14 ให้เข้าเป็นสมาชิกให้ได้ในช่วงแผนฉบับที่ 14 หรือก่อนแผนจบ เราจะได้เป็นประเทศที่ธุรกิจก็จะแข่งขันได้ดีขึ้น และประชาชนก็จะได้รับการบริการที่ดีขึ้น โดยไม่จำเป็นต้องเพิ่มงบประมาณในทุกเรื่อง เพราะมีศักยภาพที่ดีในทุกด้าน
และเพื่อยกระดับมาตรฐานธรรมาภิบาล กฎหมายการแข่งขัน และความโปร่งใสของไทยสู่ระดับสากล สิ่งที่เราได้ทำเพื่อให้เกิดความมั่นใจเพิ่มขึ้น

นายอนุทิน กล่าวว่า การลงทุนต่อไปคือการพัฒนาทุนมนุษย์อย่างจริงจัง ในประเทศที่มีวัยคนทำงานลดน้อยลง มีความสามารถ เราไม่สามารถปล่อยคนในวัยทำงานปล่อยให้ความสามารถต่ำกว่ามาตรฐาน เด็กๆ ต้องได้รับการพัฒนาให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีตั้งแต่ช่วงต้นของชีวิตหลักสูตรการศึกษาจะต้องมีความทันสมัยทัดเทียมเท่าทันโลก ตอบโจทย์ทั้งบุคคลและตลาดงาน และพัฒนาประเทศได้ ต้องพัฒนาศักยภาพ ปรับทักษะได้ตลอดเวลา เรื่องการศึกษาคนที่อยู่นอกระบบต้องได้กลับเข้ามาอยู่ในระบบ


นายกฯ กล่าวว่า แผน 14 จะต้องเลิกวัดความสำเร็จความสำเร็จทางการศึกษาจากจำนวนคนได้วุฒิปริญญา แต่ดูจากทักษะที่สามารถใช้ได้จริง มีงานที่เหมาะสม มีรายได้ มีความสามารถพิเศษ ซึ่งเราก็มีสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (องค์การมหาชน) หรือ สคช. ถ้าเราไปวัดแต่ว่ามีปริญญาตรี ปริญญาโท ปริญญาเอกไหม ที่มีทักษะพิเศษจะทำอย่างไร อย่าง น.ส.รัตติกานต์ อำลอย หรือน้องเนเน่ รอยัล แชมป์ ที่คว้าแชมป์รายการ America's Got Talent (AGT) ซีซัน 21 ที่วันนี้ยังไม่จบปริญญาตรี แต่สร้างชื่อเสียง มีความสามารถ และในที่สุดก็จะสามารถสร้างรายได้ เราต้องมีคนแบบนี้

พร้อมกำหนดกติกาให้การลงทุนในกลุ่ม Data Center ต้องรับผิดชอบต่อการใช้พลังงานสะอาด และไม่แย่งชิงทรัพยากรน้ำหรือไฟฟ้าของประชาชน

นายอนุทิน กล่าวทิ้งท้ายถึงหัวใจสำคัญในการนำแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 14 ไปปฏิบัติจริงว่า ต้องไม่ผูกติดกับพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่ง แต่ต้องเป็นวาระร่วมกันของคนทั้งชาติ โดยเปลี่ยนผ่านจากการวางแผนสู่การสร้างผลลัพธ์ที่จับต้องได้อย่างเป็นรูปธรรม

“สิ่งที่เรายังต้องทำให้ดีขึ้น คือ การเปลี่ยนแผนให้เป็นการตัดสินใจ เปลี่ยนการตัดสินใจให้เป็นการลงมือทำ และเปลี่ยนการลงมือทำให้เป็นผลลัพธ์ที่พี่น้องประชาชนสัมผัสได้ หากเราทำสำเร็จ ประเทศไทยก็จะไม่เป็นเพียงผู้เดินตามโลกได้ทัน แต่จะสามารถกำหนดอนาคตของตนเองได้อย่างแท้จริง”