xs
xsm
sm
md
lg

โหมดฟื้นฟู เยียวยา ปรามาสล่วงหน้าว่า ยัง“เละ”เหมือนเดิม !!

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



เมืองไทย 360 องศา

พิจารณาตามรูปการณ์แล้วจะเห็นว่าแนวโน้มน้ำท่วมในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ดีขึ้นเรื่อยๆ ระดับน้ำลดลงเรื่อยๆ โดยเฉพาะตามถนนสายหลักน่าจะเข้าสู่ภาวะปกติภายในสองวันนี้ ส่วนชุมชนพื้นที่ลุ่มต่ำ ก็น่าจะลดระดับจนปกติหรือเกือบปกติภายใน 7 วัน แต่ต้องอยู่ในเงื่อนไขฝนไม่ตกลงมาเติมมากนัก

แต่เอาเป็นว่าสถานการณ์โดยรวม เรื่องน้ำท่วมเฉพาะในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล จะดีขึ้นเรื่อยๆ

อย่างไรก็ดี ก็อย่าเพิ่งมั่นใจเต็มร้อยไปนัก เพราะมีรายงานเรื่อง “น้ำเหนือ” เริ่มไหลทะลักลงมาเพิ่มเติม เพราะตอนนี้ทางกรมชลประทานได้เพิ่มการปล่อยน้ำจากเขื่อนเจ้าพระยาลงมาเพิ่มเติม ตั้งแต่เมื่อเที่ยงวันที่ 28 กันยายน ที่ผ่านมา และมวลน้ำที่เพิ่มขึ้นดังกล่าวจะเริ่มมาถึงภาคกลางในวันรุ่งขึ้น นั่นหมายความว่า บริเวณท้ายน้ำในจังหวัดภาคกลาง เช่น อ่างทอง อยุธยา นนทบุรี ปทุมธานี รวมถึงกรุงเทพมหานคร จะต้องรองรับน้ำเหนือที่กำลังมุ่งหน้ามา โดยเฉพาะกรุงเทพมหานคร ที่ตอนนี้กำลังเร่งระบายน้ำกันตลอด 24 ชั่วโมง ทำให้ต้องลุ้นกันอีกว่าจะมี “รอบสอง” อีกหรือไม่

ก็ได้แต่มองโลกในด้านบวก ว่าน่าจะ “เอาอยู่” นะ

แต่ถึงอย่างไรก็ต้องมองข้ามช็อตไปก่อน เพราะหลังจากนี้จะเข้าสู่โหมดที่เรียกว่า “เยียวยา ฟื้นฟู” ทั้งในพื้นที่กรุงเทพมหานคร และพื้นที่ต่างจังหวัดที่จะตามมา ก็ต้อง “ปรามาส” ไว้ล่วงหน้าอีกว่า มันต้อง “เละ” และมีเรื่อง “อื้อฉาว” อย่างหนักเช่นเดิม เมื่อพิจารณาจากวิธีการทำงานของรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล ที่เป็นทั้งนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เพราะแม้ว่าที่ผ่านมามักจะเน้นย้ำคำว่า “สรุปบทเรียน” แต่ในทางปฏิบัติถือว่า “ไม่เคยมีจริง”

มีรายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 29 กันยายน แจ้งว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบตามความเห็นของสำนักงบประมาณ ให้กระทรวงมหาดไทย โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ใช้จ่ายงบประมาณรายจ่ายประจำปี งบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น ปี 2569 วงเงิน 4,731,666,600 บาท เพื่อจ่ายเงินช่วยเหลือเยียวยาผู้ประสบอุทกภัยในช่วงฤดูฝนปี 2569 ในพื้นที่ 24 จังหวัด

การจัดสรรงบประมาณดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้ประชาชน เนื่องจากสถานการณ์อุทกภัยมีความรุนแรงและส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิต เข้าข่ายกรณีฉุกเฉินและมีความจำเป็น ขณะที่ ปภ.ไม่ได้ตั้งงบประมาณรายจ่ายประจำปีรองรับไว้ และไม่สามารถปรับแผนการปฏิบัติงานหรือแผนการใช้จ่ายงบประมาณเดิมมาดำเนินการได้

จากการตรวจสอบและยืนยันข้อมูลของ ปภ. พบว่า มีประชาชนได้รับผลกระทบเบื้องต้นรวม 553,780 ครัวเรือน และมีผู้เสียชีวิต 8 ราย ส่วนอัตราการจ่ายเงินช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยจะเป็นไปตามที่กระทรวงการคลังให้ความเห็นชอบ ตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการในการขอใช้งบประมาณรายจ่ายงบกลางฯ พ.ศ. 2559

ทั้งนี้ ปภ.จะเสนอ ครม.เพื่อพิจารณาทบทวนหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการจ่ายเงินช่วยเหลือ รวมทั้งขอเพิ่มเติมพื้นที่ดำเนินการช่วยเหลือต่อไป

สำหรับการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบพิเศษ สำนักงบประมาณระบุว่า

จากรายงานฐานะเงินสะสม ณ วันที่ 18 กันยายน 2569 พบว่า กรุงเทพมหานครมีเงินสะสมปลอดภาระผูกพัน 2,968,768,844 บาท จึงเห็นควรให้ใช้จ่ายจากเงินนอกงบประมาณ เงินรายได้ หรือเงินสะสมคงเหลือของกรุงเทพมหานครเป็นลำดับแรก

การเยียวยาในพื้นที่ กทม.จะเป็นไปตามระเบียบกรุงเทพมหานครว่าด้วยการสงเคราะห์ผู้ประสบสาธารณภัย พ.ศ. 2537 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ประกอบกับระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน พ.ศ. 2562 เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความซ้ำซ้อนกับการขอรับจัดสรรงบกลาง

สำนักงบประมาณยังมอบหมายให้กระทรวงมหาดไทย โดย ปภ.เร่งตรวจสอบข้อมูลผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่อย่างละเอียด รอบคอบ ครอบคลุม และถูกต้องตามข้อเท็จจริง โดยข้อมูลต้องไม่มีความซ้ำซ้อน เพื่อให้การช่วยเหลือถึงมือประชาชนอย่างรวดเร็ว เสมอภาค ทั่วถึง และเป็นธรรม ตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง

ทั้งนี้ เนื่องจากวงเงินงบประมาณดังกล่าวเกินกว่า 100 ล้านบาท ตามระเบียบว่าด้วยการบริหารงบประมาณรายจ่ายงบกลางฯ พ.ศ. 2562 ข้อ 9 (3) สำนักงบประมาณจะนำเรื่องเสนอต่อนายกรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบ ก่อนแจ้งให้หน่วยรับงบประมาณเสนอขออนุมัติต่อคณะรัฐมนตรีตามขั้นตอนต่อไป

ก็รอฟังรายละเอียดฉบับสมบูรณ์จะตามมาภายหลัง แต่อย่างที่บอกไว้แล้วว่า รายการไหนที่เกี่ยวกับเรื่อง “เงินเรื่องทอง” สำหรับรัฐบาล สำหรับข้าราชการ นักการเมืองและหัวคะแนน บอกได้เลยว่า “เละ” มีแต่เรื่องทุจริต คนที่เดือดร้อนจริงไม่ได้ หรือตกหล่น ขณะที่บางบ้านที่น้ำไม่ท่วม หรือท่วมน้อยกลับได้รับ รวมไปถึงครอบครัวญาติ พี่น้องของหัวคะแนนจะมาก่อน เหมือนกับกรณีน้ำท่วมหาดใหญ่คราวก่อน ที่เต็มไปด้วยความวุ่นวาย ตกหล่น ล่าช้า จนถึงตอนนี้ผ่านมาหลายเดือนแล้วก็ยังไม่เสร็จสิ้น

ที่ผ่านมา นายอนุทิน มักย้ำคำว่า “ถอดบทเรียน” หรือ สรุปบทเรียน แต่เท่าที่ประเมินแล้วว่า มัน “ไม่เคยมีจริง” !!