นายกฯ นำรัฐมนตรีหลายคนลงพื้นที่เคหะร่มเกล้า เขตลาดกระบัง ติดตามสถานการณ์น้ำท่วมและเยี่ยมศูนย์พักพิงชั่วคราว ย้ำดูแลอาหาร น้ำดื่ม และยารักษาโรคครบทุกมื้อ ขณะที่ “ชัชชาติ” คาดพื้นที่ทั่วไปน้ำลดใน 3–4 วัน ส่วนชุมชนอาจใช้เวลาราว 7 วัน
เมื่อเวลา 21.45 น. วันที่ 28 กันยายน 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่ชุมชนเคหะร่มเกล้า เขตลาดกระบัง เพื่อติดตามสถานการณ์อุทกภัยและให้กำลังใจประชาชนผู้ประสบภัย พร้อมมอบอาหาร น้ำดื่ม และถุงยังชีพแก่ผู้พักอาศัยในพื้นที่ โดยมีนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ร่วมลงพื้นที่
การลงพื้นที่ครั้งนี้มีคณะรัฐมนตรีและผู้บริหารระดับสูงร่วมติดตามสถานการณ์ ได้แก่ พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายพลพีร์ สุวรรณฉวี และนายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย รวมถึงนางสาวไตรศุลี ไตรสรณกุล เลขาธิการนายกรัฐมนตรี นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย พร้อมข้าราชการและภาคีเครือข่าย
จากนั้น นายอนุทินได้ลงเรือตรวจระดับน้ำในพื้นที่ ก่อนเดินทางไปยังโรงเรียนเคหะชุมชนลาดกระบัง ซึ่งเปิดเป็นศูนย์พักพิงชั่วคราว มีประชาชนพักอาศัยอยู่ประมาณ 70 คน โดยได้ขึ้นอาคารเยี่ยมให้กำลังใจผู้ประสบภัย พร้อมกำชับทุกหน่วยงานดูแลประชาชนอย่างเต็มที่ ทั้งอาหาร น้ำดื่ม และยารักษาโรคให้เพียงพอในทุกมื้อ
นายอนุทินกล่าวว่า ขณะนี้ระดับน้ำในพื้นที่เริ่มลดลงอย่างต่อเนื่อง แต่ยังไม่สามารถลดลงได้รวดเร็ว เนื่องจากระดับน้ำภายนอกยังสูง หากเร่งสูบน้ำออกมากเกินไป น้ำจะไหลย้อนกลับเข้ามา จึงต้องรอให้การระบายเป็นไปตามธรรมชาติ เมื่อการไหลของน้ำดีขึ้น กรุงเทพมหานครและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะระดมเครื่องสูบน้ำและไดโว่ผลักดันน้ำออกจากพื้นที่เพิ่มเติม
ด้านนายชัชชาติกล่าวว่า เบื้องต้นคาดว่าพื้นที่ทั่วไปของกรุงเทพฯ จะใช้เวลาประมาณ 3–4 วัน ระดับน้ำจึงจะลดลงอย่างชัดเจน ส่วนพื้นที่ชุมชนอาจต้องใช้เวลาราว 7 วัน อย่างไรก็ตาม ในเคหะร่มเกล้าระดับน้ำได้ลดลงมาระดับหนึ่งแล้ว และมีแนวโน้มลดลงต่อเนื่อง
ขณะที่นายพลพีร์และนายวรศิษฎ์ ได้กำชับรักษาการอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ประสานกรุงเทพมหานครจัดพาหนะเก็บขยะและสิ่งปฏิกูลในช่วงน้ำท่วม เช่น เรือเก็บขยะที่พ่วงกับเรือกู้ภัย เพื่อป้องกันปัญหาสุขอนามัยในชุมชน
ด้านนายพัฒนา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า กระทรวงฯ เตรียมจัดตั้งโรงพยาบาลสนามเพื่อดูแลประชาชนในพื้นที่ โดยเฉพาะการเฝ้าระวังและรักษาโรคที่มากับน้ำท่วม เพื่อให้ผู้ประสบภัยเข้าถึงบริการทางการแพทย์ได้อย่างทั่วถึง.


