xs
xsm
sm
md
lg

เปิดมติศาล รธน.เอกฉันท์ QR Code บัตรเลือกตั้งไม่ผิด ส่วนบาร์โค้ด 8 ต่อ 1 - เสียงข้างน้อยชี้อาจย้อนถึงคนลงคะแนนได้

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



มติศาล รธน.เอกฉันท์ชี้ QR Code บัตรเลือกตั้งไม่ขัดรัฐธรรมนูญ ส่วนบาร์โค้ดบนบัตรบัญชีรายชื่อ 8 ต่อ 1 โดยเสียงข้างน้อยเห็นว่าทำให้สืบค้นย้อนกลับถึงผู้ลงคะแนนได้ แนะ กกต.ปรับรูปแบบบัตร ป้องกันเชื่อมโยงตัวตนผู้ลงคะแนน

วันนี้(28ก.ย.)สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญเผยแพร่มติศาลรัฐธรรมนูญกรณี ผู้ตรวจการแผ่นดิน ผู้ร้อง ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญมาตรา 213 โดยอ้างว่าได้รับเรื่องร้องเรียน จำนวน 22 คำร้อง ขอให้พิจารณายื่นคำร้องพร้อมความเห็นต่อศาลรัฐธรรมนูญตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 213กรณีคณะกรรมการการเลือกตั้งและคณะ (ผู้ถูกร้องทั้งสาม) ดำเนินการจัดการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการทั่วไปเมื่อวันที่ 8 ก.พ.2569 โดยกำหนดรูปแบบและจัดพิมพ์บัตรเลือกตั้งที่มีการใช้รหัสแท่ง (Barcode) และรหัสคิวอาร์ (QR Code) ซึ่งน่าเชื่อได้ว่าสามารถสืบทราบและตรวจสอบตัวตนผู้ลงคะแนนรวมถึงผลการลงคะแนนได้ ทำให้การออกเสียงลงคะแนนมิได้เป็นไปโดยลับ เป็นการกระทำที่ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 50 (7) มาตรา 83 วรรคสอง และมาตรา 85 วรรคหนึ่ง

ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเป็นเอกฉันท์ วินิจฉัยว่า การใช้รหัสคิวอาร์ (QR Code) ในบัตร เลือกตั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้งและบัตรเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อ สำหรับการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เป็นการทั่วไปเมื่อวันที่ 8 ก.พ. 69 ไม่มีปัญหาความชอบด้วยรัฐธรรมนูญ มาตรา 50 (3) มาตรา 83 วรรคสอง และมาตรา 85 วรรคหนึ่ง ไม่เป็นการละเมิดสิทธิหรือเสรีภาพของผู้ร้องเรียน และประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง

และศาลรัฐธรรมนูญมีมติโดยเสียงข้างมาก 8 ต่อ 1 วินิจฉัยว่า การใช้รหัสแท่ง (Barcode) ในบัตรเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อกุมภาพันธ์ ไม่มีปัญหาความชอบด้วยรัฐธรรมนูญ มาตรา 50 (7) มาตรา 83 วรรคสอง และ มาตรา 85 วรรคหนึ่ง ไม่เป็นการละเมิดสิทธิหรือเสรีภาพของผู้ร้องเรียนและประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ตุลาการเสียงข้างมาก จำนวน 8 คน คือ นายอุดม สิทธิวิรัชธรรม นายวิรุฬห์ แสงเทียน นายจิรนิติ หะวานนท์ นายบรรจงศักดิ์ วงศ์ปราชญ์ นายอุดม รัฐอมฤต นายสุเมธ รอยกุลเจริญ นายสราวุธ ทรงศิวิไล และพลตำรวจโท จักรพงศ์ วิวัฒน์วานิช


ตุลาการเสียงข้างน้อย จำนวน 1 คน คือ นายนภดล เทพพิทักษ์ เห็นว่า การใช้ รหัสแท่ง (Barcode) ในบัตรเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อ สำหรับการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เป็นการทั่วไปเมื่อวันที่ 8 ก.พ.69 ที่สามารถสืบย้อนกลับถึงตัวบุคคลที่ออกเสียงลงคะแนน เลือกตั้งได้ มีปัญหาความชอบด้วยรัฐธรรมนูญอันเป็นการละเมิดสิทธิหรือเสรีภาพของผู้ร้องเรียนและ ประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง

ศาลรัฐธรรมนูญมีมติโดยเสียงข้างมาก เห็นว่า ข้อเท็จจริงในคดีแสดงให้เห็นถึงผลกระทบ ต่อความไว้วางใจของประชาชนที่มีต่อกระบวนการจัดการเลือกตั้งของผู้ถูกร้องทั้งสาม เพื่อให้ประชาชน เกิดความเชื่อมั่นต่อกระบวนการจัดการเลือกตั้งที่เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม ผู้ถูกร้องทั้งสามควรกำหนด รูปแบบการจัดพิมพ์บัตรเลือกตั้งโดยคำนึงถึงมาตรการป้องกันการปลอมแปลงบัตรเลือกตั้งหรือป้องกัน การทุจริตการเลือกตั้งที่เหมาะสมยิ่งขึ้น โดยไม่ใช้เครื่องหมายหรือสัญลักษณ์ใดบนบัตรเลือกตั้งที่สามารถ เชื่อมโยงข้อมูลระบุตัวตนของผู้มีสิทธิเลือกตั้งและผลการออกเสียงลงคะแนน และควรกำหนดวิธีการจัดเก็บ บัตรเลือกตั้งที่พิพาทตามคำวินิจฉัยนี้ให้มีมาตรการที่รัดกุมและเข้มงวดเป็นการเฉพาะ ไม่ให้มีการกระทำ โดยผิดกฎหมายเพื่อเข้าถึงข้อมูลการออกเสียงลงคะแนนของผู้ใช้สิทธิเลือกตั้ง

ทั้ง นี้ศาลรัฐธรรมนูญอนุญาตให้คู่กรณีคัดถ่ายสำเนาคำวินิจฉัยได้เมื่อพ้น ๑๕ วัน นับแต่วันอ่าน

อย่างไรก็ตามก่อนการพิจารณาคดีนี้ ศาลรัฐธรรมนูญได้พิจารณาคำร้องของนายพลภาขุน เศรษฐญาบดี ฉบับลงวันที่ 24 ก.ย. และคำร้องเพิ่มเติม ฉบับลงวันที่ 28 ก.ย. ที่ยื่นคัดค้าน นายสราวุธ ทรงศิวิไล และพลตำรวจโท จักรพงศ์ วิวัฒน์วานิช ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ให้ถอนตัวจาก การพิจารณาคดี และศาลรัฐธรรมนูญประชุมปรึกษาหารือเพื่อพิจารณาแล้ว กรณีไม่เป็นเหตุคัดค้านตุลาการ ศาลรัฐธรรมนูญและผู้ยื่นคำร้องไม่ใช่คู่กรณีที่อาจยกข้อคัดค้านขึ้นอ้างได้ตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ 2561 มาตรา 32 มาตรา 33 และมาตรา 35 จึงมีคำสั่ง ยกคำร้องคัดค้านดังกล่าว