MIXUE โชว์สร้างเครือข่ายเกือบ 700 สาขาในไทย สร้างงานโดยตรงแล้วกว่า 5,000 ตำแหน่ง พร้อมต่อยอดการจ้างงานและจัดซื้อวัตถุดิบในประเทศ เดินหน้าปรับกลยุทธ์สู่การเติบโตอย่างมีคุณภาพ ยกระดับบริหารสาขา โลจิสติกส์ และสินค้า รองรับการขยายธุรกิจในระยะยาว
วันนี้(25 ก.ย.)นางสาวศุภนิดา สุกช่วง หัวหน้าฝ่ายสนับสนุนการดำเนินงาน บริษัทมี่เสวี่ย(ประเทศไทย) จำกัด ให้สัมภาษณ์ว่าMIXUE เดินหน้าปรับแนวทางการดำเนินธุรกิจในประเทศไทย โดยให้ความสำคัญกับคุณภาพการบริหารสาขา ประสบ การณ์ของผู้บริโภค และความสามารถในการดำเนินธุรกิจระยะยาวของผู้ประกอบ การแฟรนไชส์ ควบคู่กับการพัฒนาสินค้าให้เข้ากับตลาดไทยและการจัดกิจกรรมเพื่อชุมชน ปัจจุบันแบรนด์มีสาขาในไทยเกือบ 700 แห่ง ครอบคลุมกรุงเทพฯ เชียงใหม่ , ภูเก็ต และเมืองอื่นๆ
สำหรับทิศทางดังกล่าว สอดคล้องกับผลการดำเนินงานครึ่งแรกของปี 2569 ที่กลุ่มบริษัท MIXUE ประกาศเมื่อวันที่ 27 สิงหาคม โดยบริษัทระบุว่าจะเปลี่ยนจุดเน้นจากการเติบโตอย่างรวดเร็วไปสู่การเติบโตอย่างมีคุณภาพ พร้อมเพิ่มความสำคัญด้านความปลอดภัย คุณภาพสินค้า ห่วงโซ่อุปทาน การบริหารสาขา และการสร้างแบรนด์ เมื่อเครือข่ายร้านค้าในไทยขยายตัว MIXUE จึงพัฒนาระบบสนับสนุนในประเทศให้ครอบคลุมทั้งการบริหารร้าน การจัดเก็บและกระจายสินค้า การตลาด และบริการสำหรับผู้ประกอบการแฟรนไชส์ เป้าหมายคือการดูแลสาขาที่เปิดแล้วให้ดำเนินงานได้อย่างมีคุณภาพ พร้อมเสริมความสามารถในการประกอบธุรกิจของพันธมิตรแต่ละราย
โดยตั้งแต่ต้นปี 2569 แบรนด์ระบุว่าได้ยกระดับเกณฑ์คัดเลือกผู้ประกอบการแฟรนไชส์และทำเลร้าน เพิ่มการฝึกอบรมและการสนับสนุนการดำเนินงานประจำวัน รวมถึงจัดทำแนวทางปรับปรุงที่เหมาะกับสภาพของแต่ละสาขา นอกจากนี้ยังปรับการมองเห็นหน้าร้านและป้ายให้ชัดเจนขึ้น โดยคำนึงถึงพฤติกรรมผู้บริโภคในไทยที่เดินทางด้วยรถยนต์และรถจักรยานยนต์เป็นจำนวนมาก
เบื้องหลังการดำเนินงานของสาขา คือระบบจัดซื้อ ผลิต จัดเก็บ และกระจายสินค้า ในครึ่งแรกของปี 2569 MIXUE เริ่มยกระดับระบบโลจิสติกส์ควบคุมอุณหภูมิในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ขณะที่กลุ่มบริษัทมีระบบคลังสินค้าและเครือข่ายจัดส่งในต่างประเทศ 9 ประเทศแล้ว บริษัทระบุว่าจะพัฒนาระบบตลอดห่วงโซ่อุปทานต่อไป เพื่อช่วยรักษาความสม่ำเสมอของสินค้า เพิ่มประสิทธิภาพการจัดส่ง และสนับสนุนการดำเนินงานของร้านค้าในไทย
ทั้งนี้ MIXUE จะยึดแนวทางยกระดับคุณภาพโดยไม่ผลักภาระต้นทุนไปสู่การขึ้นราคาสินค้าเป็นหลัก โดยใช้ประสิทธิ ภาพของห่วงโซ่อุปทาน การทำงานร่วมกันในระดับเครือข่าย และระบบดิจิทัลมาช่วยรองรับต้นทุนที่เพิ่มขึ้น แนวทางนี้มีเป้าหมายเพื่อรักษาสินค้าที่มีคุณภาพในราคาที่เข้าถึงได้ พร้อมลดแรงกดดันด้านต้นทุนของผู้ประกอบการแฟรนไชส์ และในปีนี้ MIXUE เปิดตัวสินค้าใหม่ในซีรีส์มะลิ โดยนำกลิ่นหอมที่ผู้บริโภคไทยคุ้นเคยและความหมายทางวัฒนธรรมของดอกมะลิมาเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาผลิตภัณฑ์ เพื่อประชา สัมพันธ์สินค้าใหม่ แบรนด์จัดขบวนพาเหรดมาสคอต Snow King จำนวน 50 ตัวในย่านสยามเมื่อเดือนกรกฎาคม พร้อมนำเครื่องแต่งกายที่ออกแบบสำหรับประเทศไทยและองค์ประกอบรูปดอกมะลิมาใช้กับตัวละคร
ก่อนหน้านั้น MIXUE ยังร่วมกับวิน เมธวิน ศิลปินไทย จัดกิจกรรม “One-Day Store Manager” ให้แฟน ๆ ได้เห็นประสบการณ์การทำเครื่องดื่มและการให้บริการภายในร้าน กิจกรรมเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของแนว ทางที่แบรนด์เรียกว่า “หนึ่งประเทศ หนึ่งกลยุทธ์” เพื่อให้สินค้าและการสื่อสารสอดคล้องกับวิถีชีวิตของผู้บริโภคไทย
นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมเพื่อชุมชนต่อเนื่องจากภาคใต้ถึงกรุงเทพฯ โดย MIXUE ดำเนินกิจกรรมเพื่อสังคมภายใต้โครงการ “MIXUE CARES” โดยระบุว่าการส่งต่อความห่วงใยเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมองค์กร เมื่อเกิดอุทกภัยในภาคใต้ของไทยเมื่อปี 2568 แบรนด์ได้บริจาคเงิน 1 ล้านบาทให้พื้นที่ประสบภัยและเข้าร่วมกิจกรรมช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบ ซึ่งในเดือนเมษายน 2569 ทีมงาน MIXUE เดินทางไปยังศูนย์การศึกษาพิเศษในจังหวัดนครนายก มอบเครื่องดื่มและจัดกิจกรรมร่วมกับนักเรียนและครู ต่อมาแบรนด์เดินทางไปยัง HDF Mercy Centre ซึ่งทำงานกับเด็กและชุมชนคลองเตยในกรุงเทพฯ มานานกว่า 50 ปี โดยมอบน้ำมะนาว อุปกรณ์การเรียน ขนม และของที่ระลึก Snow King ให้เด็กกลุ่มเปราะบาง พร้อมใช้เวลาทำกิจกรรมร่วมกัน
ขณะที่เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม ที่ผ่านมา พนักงาน MIXUE ประเทศไทยมอบข้าวสาร อาหารแห้ง อาหารกระป๋อง และน้ำมันปรุงอาหารให้มูลนิธิสายธารร่วมใจ เพื่อช่วยเหลือผู้สูงอายุที่ขาดแคลน ส่วนวันที่ 20 สิงหาคม ทีมงานเข้าเยี่ยมศูนย์ผู้สูงอายุแห่งหนึ่ง มอบของใช้สำหรับอาบน้ำและทำความสะอาด รวมทั้งผลิตภัณฑ์นมชาเขียวมะลิให้ผู้สูงอายุ และยังมีกิจกรรมอื่นๆอีกดำเนินการอย่างต่อเนื่อง โดยในวันที่ 16 กันยายน MIXUE มอบดินสอ สมุด ลูกบอล ถุงเท้า ตลอดจนเครื่องดื่มและของที่ระลึก Snow King ให้โรงเรียนแห่งหนึ่ง เพื่อสนับสนุนการเรียนและกิจกรรมกีฬาของเด็ก จากนั้นวันที่ 22 กันยายน ทีมงานมอบข้าวสาร อาหารแห้ง และน้ำดื่มให้มูลนิธิมิตรภาพสามัคคี (ท่งเซียเซี่ยงตึ๊ง) หาดใหญ่ พร้อมนำเครื่องดื่มซีรีส์องุ่นไปมอบให้เจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานในพื้นที่
"ที่สำคัญ ทีมบริหารฯมองไกลถึงการจ้างงานและการจัดซื้อวัตถุดิบในไทย ซึ่งตามข้อมูลการดำเนินธุรกิจในไทยของ MIXUE เครือข่ายสาขาเกือบ 700 แห่ง สร้างงานโดยตรงแล้วมากกว่า 5,000 ตำแหน่ง และยังเกี่ยวข้องกับธุรกิจขนส่ง คลังสินค้า การก่อสร้างร้าน และการจัดหาอุปกรณ์ บริษัทระบุว่าต่อไปจะศึกษาความเป็นไปได้ในการจัดซื้อวัตถุดิบจากผู้ผลิตในไทยเพิ่มเติม ทั้งกาแฟ ชา และผลไม้ เพื่อเปิดโอกาสให้คู่ค้าและภาคธุรกิจท้องถิ่นมีส่วนร่วมกับการเติบโตของแบรนด์มากขึ้น"
สำหรับ MIXUE การพัฒนาธุรกิจในไทย จึงครอบคลุมตั้งแต่คุณภาพสินค้าและการบริหารสาขาไปจนถึงความร่วมมือกับผู้ประกอบการและชุมชน บริษัทระบุว่าต้องการให้แต่ละสาขาเป็นทั้งพื้นที่ให้บริการผู้บริโภค ช่องทางสร้างโอกาสประกอบธุรกิจ และส่วนหนึ่งของชุมชนที่ร้านตั้งอยู่ในระยะยาว


