xs
xsm
sm
md
lg

ครช.ยื่นค้าน 2 ตุลาการศาลรธน. ลงมติคดีบาร์โค้ดคิวอาร์บัตรเลือกตั้ง ชี้มาจากสว.พัวพันฮั้ว ผลประโยชน์ขัดกัน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ตัวแทนครช. ยื่นค้าน 2 ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ลงมติวินิจฉัยคดี 'บัตรเลือกตั้งติด Bar code/QR Code' อ้างมาจาก สว.ที่พัวพันคดีฮั้ว หวั่นผลประโยชน์ขัดกัน ขาดอิสระวินิจฉัย เล็งดำเนินการทางกฎหมายหากลงมติ

วันนี้ (25 ก.ย.) นายพลภาขุน เศรษฐญาบดี ตัวแทนผู้ประสานงานคณะราษฎรไทยแห่งชาติ (ครช.) และอดีตผู้สมัครสมาชิกวุฒิสภา(สว.) กลุ่ม 17 จ.นครปฐม เปิดเผยว่า ได้ส่งจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ ด่วนที่สุด ลงวันที่ 24 ก.ย.2569 ถึง ประธานศาลรัฐธรรมนูญ และ ประธานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) เพื่อขอคัดค้านและเรียกร้องให้มีมติห้ามนายสราวุธ ทรงศิวิไล และ นายจักรพงษ์ วิวัฒน์วานิช สองตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ เข้าร่วมพิจารณา ปรึกษาหารือ หรือ ลงมติวินิจฉัยชี้ขาดในคดีสำคัญเกี่ยวกับการจัดพิมพ์บัตรเลือกตั้ง สส. (คดี Barcode และ QR Code) ซึ่งมีกำหนดนัดอ่านคำวินิจฉัยในวันที่ 28 ก.ย. 2569 นี้

นายพลภาขุน ระบุ 3 ประเด็นใหญ่ เหตุต้องคัดค้าน 2 ตุลาการ ดังนี้ 1. สุ่มเสี่ยงผลประโยชน์ขัดกัน (Conflict of Interest) อย่างร้ายแรง การที่ประชุมวุฒิสภา ลงมติเห็นชอบให้นายสราวุธ ทรงศิวิไล ดำรงตำแหน่งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ด้วยคะแนนเห็นชอบ 143 เสียง ไม่เห็นชอบ 17 เสียงเมื่อวันที่ 21 ก.ค. 2568 และลงมติเห็นชอบให้นายจักรพงษ์ วิวัฒน์วานิช ดำรงตำแหน่งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญด้วยคะแนนเห็บชอบ 140 เสียง ไม่เห็นชอบ 17 เสียง เมื่อวันที่ 23 มิ.ย. 2569

"ซึ่งเป็นที่รับรู้และตระหนักแจ้งแก่วิญญูชนโดยทั่วไปว่าเป็นกลุ่ม "สว. สีน้าเงิน" ซึ่งเป็นกลุ่มวุฒิสมาชิกที่ได้มาจากการจัดตั้งและฮั้วเลือกสว.เชิงระบบที่มีความเชื่อมโยงโดยตรงกับฝ่ายบริหาร พรรคการเมือง ย่อมสร้างสภาวะ การมีผลประโยชน์ขัดกัน อย่างร้ายแรง หากปล่อยให้ผู้ถูกร้องทั้งสองเข้าร่วมปรึกษา หารือ ลงมติ และอ่านคาวินิจฉัยในวันที่ 28 กันยายน 2569 ย่อมทำให้วิญญูชนโดยทั่วไปสงสัยได้ โดยมีเหตุผลอันสมควรว่าการพิจารณาและคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ มิได้เป็นไปโดยอิสระ ปราศจากอคติ หรือ มีความเป็นกลางตามหลักนิติธรรม ขณะที่ผลการวินิจฉัยคดีบัตรเลือกตั้งนี้อาจส่งผลให้การเลือกตั้ง สส. เป็นโมฆะได้"

2.ขัดต่อรัฐธรรมนูญและกฎหมายวิธีพิจารณาคดีการปฏิบัติหน้าที่ของตุลาการต้องเป็นไปโดยอิสระ ปราศจากอคติ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 188 และ พ.ร.ป.ว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2561 มาตรา 31, 32 (1) ซึ่งเปิดช่องให้คัดค้านตุลาการได้หากมีเหตุสภาพร้ายแรงอันอาจทำให้การพิจารณาเสียความยุติธรรม เทียบเคียงบรรทัดฐานและมาตรฐานจริยธรรม ตาม พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง และข้อบังคับจริยธรรมองค์กรอิสระ หากมีเหตุอันน่าสงสัยเรื่องความเป็นกลาง กรรมการหรือตุลาการท่านนั้นต้องถอนตัวออกจากการพิจารณา ดังเช่นบรรทัดฐานในอดีตของ ป.ป.ช. และศาลรัฐธรรมนูญ ที่เคยมีตุลาการยื่นขอถอนตัวเพื่อรักษาความน่าเชื่อถือของกระบวนการยุติธรรม

นายพลภาขุน ระบุอีกว่า ข้อเรียกร้องและแนวทางดำเนินการ ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญเปิดประชุมด่วน เพื่อพิจารณาลงมติให้ตุลาการทั้ง 2 ท่าน ถอนตัวออกจากการทำคดีนี้ทันที และแจ้งผลให้ทราบโดยเร่งด่วน ขอให้ ป.ป.ช. เข้าติดตามและตรวจสอบ กรณีอาจเข้าข่ายการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ หรือ ฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง

"หากศาลรัฐธรรมนูญยังคงปล่อยให้ตุลาการทั้ง 2 ท่านร่วมลงมติในวันที่ 28 ก.ย. นี้ ทาง ครช. จะถือว่าเป็นการปฏิเสธการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย และจะเดินหน้าใช้สิทธิดำเนินคดีทางกฎหมายต่อศาลที่มีอำนาจต่อไปทันที" นายพลภาขุน กล่าว