xs
xsm
sm
md
lg

“สนธิ” ลั่น สัจจะวาจา จะใช้ชีวิตที่เหลือลาก 5 กกต.เข้าคุกให้ได้

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



“สนธิ ลิ้มทองกุล” นำเครือข่าย “รวมพลังแผ่นดิน ทวงคืนประเทศไทย” บุก กกต. จี้เร่งทำคดีฮั้วเลือก สว.อัดโครงสร้างอำนาจถูกครอบงำผ่านระบบเลือกตั้ง ชี้ 4 ใน 5 กกต.มาจาก สว.ชุดที่ถูกกล่าวหา พร้อมประกาศให้สัจจะต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ จะใช้ชีวิตที่เหลือ “ลาก 5 กกต.เข้าคุก” ให้ได้ แม้พ้นตำแหน่งไปแล้วก็ตาม

วันนี้ (25 ก.ย.) ที่บริเวณด้านหน้าสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายสนธิ ลิ้มทองกุล อดีตแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย พร้อมเครือข่าย “รวมพลังแผ่นดิน ทวงคืนประเทศไทย” เดินทางมายื่นหนังสือต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพื่อเรียกร้องให้ กกต.ปฏิบัติหน้าที่และยุติการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ กรณีการพิจารณาคดีทุจริตการเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ปี 2567

จากนั้น เวลาประมาณ 12.00 น. นายสนธิ ได้ขึ้นเวทีปราศรัย โดยกล่าวถึงเหตุผลที่ตั้งชื่อการเคลื่อนไหวว่า “รวมพลังแผ่นดิน ทวงคืนประเทศไทย” เนื่องจากมองว่า สถานการณ์ที่เกิดขึ้นกับ กกต.กรณีฮั้ว สว. รวมถึงกรณีที่ ป.ป.ช. พิจารณาคดีของนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ และเหตุการณ์ทางการเมืองหลายกรณี เป็นสิ่งที่สะท้อนว่า มีกระบวนการใช้ระบบการเลือกตั้งเพื่อสร้างกลไกในการควบคุมประเทศ


นายสนธิ กล่าวว่า การเลือกตั้ง สว.ที่เกิดขึ้น ได้สร้างกลไกต่างๆ จนทำให้ประชาชนไม่สามารถใช้ช่องทางตามรัฐธรรมนูญเพื่อเรียกร้องความเป็นธรรมได้ โดยเฉพาะการที่ สว.มีส่วนในการคัดเลือกกรรมการองค์กรอิสระต่างๆ

“วันนี้ กกต. 4 คน ใน 5 คน ล้วนแล้วแต่ได้รับการเลือกตั้งจาก สว.ชุดที่กำลังถูกกล่าวหาอยู่ ซึ่งเป็นของพรรคสีน้ำเงิน ป.ป.ช. 4 คน ที่เพิ่งเข้าไปนั่งก็มาจาก สว.ชุดนี้เช่นเดียวกัน” นายสนธิ กล่าว

นายสนธิ ยังกล่าวถึงการคัดเลือกตุลาการศาลรัฐธรรมนูญในอนาคต รวมถึงองค์กรที่ประชาชนใช้เป็นช่องทางในการร้องเรียน โดยระบุว่า กระบวนการเหล่านี้ล้วนต้องผ่านกลไกที่เกี่ยวข้องกับ สว.ชุดดังกล่าว ทำให้ประชาชนถูกจำกัดช่องทางในการเรียกร้องความเป็นธรรม

นายสนธิ กล่าวต่อว่า สิ่งที่เกิดขึ้นทำให้เห็นว่า ประเทศไทยกำลังถูกครอบงำโดยกลุ่มอำนาจทางการเมือง พร้อมกล่าวถึง “ศูนย์อำนาจที่บุรีรัมย์” และตั้งข้อสังเกตว่า เป็นการสร้าง “ราชวงศ์การเมือง” ที่เข้ามาครอบงำกลไกต่างๆ ของประเทศ

“พวกเรามีสิทธิอยู่อย่างเดียว คือ มีชีวิตอยู่ แล้วก็พึ่งพาลมหายใจของเราไปวันๆ ความไม่เป็นธรรมที่เกิดขึ้นในสังคม เราไม่มีสิทธิที่จะร้องเรียน” นายสนธิ กล่าว


นายสนธิ ยังกล่าวถึง นายณรงค์ กลั่นวารินทร์ ผู้ทำหน้าที่ประธาน กกต. ซึ่งเคยระบุว่า ตนเองเป็นผู้พิพากษามา 38 ปี โดย นายสนธิ ระบุว่า ขอฝากข้อความไปถึงนายณรงค์ ว่า การเคยเป็นผู้พิพากษามายาวนานไม่ได้หมายความว่าจะทำให้การตัดสินใจทุกอย่างถูกต้องเสมอไป พร้อมยกตัวอย่าง “สมีโชติ” ที่อ้างว่า ตนเองเป็นพระมา 40 ปี แต่สุดท้ายก็จบลงด้วยโต๊ะกลมหนึ่งโต๊ะ

ช่วงท้าย นายสนธิ ประกาศจุดยืนจะดำเนินการทางกฎหมายต่อกรรมการ กกต. 5 คน ที่ลงมติคดีฮั้ว สว. พร้อมกล่าวว่า จะติดตามเรื่องดังกล่าวต่อไป แม้บุคคลเหล่านี้จะพ้นจากตำแหน่งแล้วก็ตาม

“ผมให้สัจจะวาจา ต่อหน้าสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ต่อ 16 ชั้นฟ้า 15 ชั้นดิน ผมให้สัจจะวาจาต่อพ่อแม่ครูบาอาจารย์ ซึ่งผมเคารพนับถือเป็นอย่างสูง ว่า ผมจะต้องใช้ชีวิตส่วนที่เหลือของผม เอาพวกมึงเข้าคุกให้ได้ ไม่ว่าจะนานแค่ไหนกูก็จะรอ”

นายสนธิ กล่าวอีกว่า “ถึงมึงจะพ้นตำแหน่งไปแล้ว ตราบใดที่ สนธิ ลิ้มทองกุล ยังมีลมหายใจอยู่ จะทำทุกวิถีทางจะลากพวกมึงเข้าคุกให้ได้”

ทั้งนี้ นายสนธิ ระบุว่า รายละเอียดเกี่ยวกับข้อกล่าวหากรณีทุจริตการเลือก สว.นั้น หลายคนได้ออกมาอภิปรายและนำเสนอไปแล้ว ทั้ง นายพิชิต ไชยมงคล นายนิติธร ล้ำเหลือ และ นายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ จึงไม่จำเป็นต้องกล่าวซ้ำอีก


นายสนธิ ยังได้กล่าวฝากไปถึงเจ้าหน้าที่ กกต. ที่มีจิตบริสุทธิ์ยุติธรรม โดยเฉพาะคนที่ปฏิบัติหน้าที่ในคณะอนุกรรมการ ชุดที่ 26 ว่า การต่อสู้เช่นนั้นจะอยู่ในหัวใจประชาชน

นายสนธิ ระบุด้วยว่า ที่ผ่านมา มีผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามตนเอง ว่า จะมีการออกมาเคลื่อนไหว เพื่อขับไล่รัฐบาล อย่างไร ตนได้ย้ำกลับไปว่า จะไม่มีการออกมาขับไล่ใดๆ แต่จะทำทุกทางให้รัฐบาลอยู่ไม่ได้ตัวการกระทำของรัฐบาลเอง ตนจะทำให้รัฐบาลนั่งทำงานอย่างไม่เป็นสุข นายสนธิ ยังเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทุกคน ต้องมีจิตวิญญาณและต้องรู้ว่าหน้าที่คืออะไร และสิ่งที่ประธาน กกต.ทำฝ่ายตุลาการไม่เสียหน้าหรือ เพราะประธาน กกต. มาจากตุลาการ ทำไมถึงไม่มีจิตวิญญาณของการเป็นตุลาการ หรือผู้พิพากษา ดังนั้น ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม คนที่มาจากตุลาการ หรือผู้พิพากษา ต้องยืนตัวตรง ไม่ยอมให้ฝ่ายการเมือง ถ้าฝ่ายการเมือง ไม่ยอมให้เป็น ประธาน กกต. ก็ไม่ต้องเป็นก็ได้ 

ส่วนการแต่งตั้งให้ ร้อยตำรวจเอก ปิยะ รักสกุล เป็นอธิบดีดีเอสไอ คนใหม่ นั้น นายสนธิ ระบุว่า เป็นการส่งคนของตัวเองเข้ามา เพื่อเข้าไปปลดล็อกคดีอั้งยี่ ซ่องโจร ที่คณะอนุกรรมการ ชุดที่ 26 ทำไว้กับ DSI