xs
xsm
sm
md
lg

กมธ.ป.ป.ช. แจงสอบโครงการพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ DSI ติดใจ จนท.เอี่ยว ไม่ปรากฏปม 5 แสน แลกเรียน ปปร.

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



กมธ.ป.ป.ช. แจงคืบหน้าสอบโครงการพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ ของ DSI ตั้งข้อสังเกตดำเนินการทางวินัยและการพิจารณาเลื่อนตำแหน่ง จนท.มีเอี่ยว พร้อมขอเอกสารการ ส่วนปม 5 แสน แลกเรียน ปปร. รุ่นที่ 30 ส.พระปกเกล้า ยังไม่ปรากฏยอดเงินบริจาคตามจำนวนที่มีการกล่าวอ้าง

วัน (24 ก.ย.) ที่รัฐสภา นายอาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ สส.ศรีสะเกษ พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ (กมธ.ป.ป.ช.) สภาผู้แทนราษฎร  แถลงสรุปผลการประชุม กมธ.ป.ป.ช. โดยมีประเด็นสำคัญ  2 เรื่อง ดังนี้ 1. การตรวจสอบโครงการพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการบริหารและเครือข่าย (MIS) ของกรมสอบสวนคดีพิเศษ โดย กมธ.เชิญผู้แทนกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าชี้แจงการดำเนินโครงการ ซึ่งเริ่มดำเนินการตั้งแต่ปี 2548 วงเงินประมาณ 77 ล้านบาท แบ่งเป็น 4 งวดงาน โดย 2 งวดแรกส่งมอบตามปกติ ส่วน 2 งวดสุดท้ายประสบปัญหาและมีการแก้ไขสัญญา 3 ครั้ง ซึ่งจากการชี้แจง ระบุว่า กรมสอบสวนคดีพิเศษไม่สามารถส่งมอบพื้นที่ห้องเซิร์ฟเวอร์ให้แก่ผู้รับจ้างได้ตามกำหนด จนนำไปสู่ข้อพิพาทและการฟ้องร้อง ต่อมาศาลฎีกามีคำพิพากษาเมื่อปี 2566 ให้กรมสอบสวนคดีพิเศษชำระเงินแก่ผู้รับจ้าง เป็นเงินงวดค้างจ่ายประมาณ 46.7 ล้านบาท และดอกเบี้ยประมาณ 37.5 ล้านบาท รวมประมาณ 84 ล้านบาท ซึ่งได้ดำเนินการชำระเรียบร้อยแล้ว

ต่อมาในปี 2567 กรมสอบสวนคดีพิเศษได้ตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงความรับผิดทางละเมิด โดยผลการสอบไม่พบผู้ต้องรับผิดทางละเมิด และได้ส่งเรื่องให้กรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง พิจารณาเมื่อเดือน ก.ย. 68 ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างรอผลการพิจารณา ซึ่ง กมธ.ยังตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับการดำเนินการทางวินัยและการพิจารณาเลื่อนตำแหน่งของเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง พร้อมมีมติขอเอกสารการสอบข้อเท็จจริงความรับผิดทางละเมิดและเอกสารของคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ เพื่อประกอบการพิจารณาในครั้งต่อไป

ประธาน กมธ.ป.ป.ช. กล่าวต่อว่า 2. การตรวจสอบการคัดเลือกบุคคลเข้าอบรมหลักสูตรประกาศนียบัตรชั้นสูงของสถาบันพระปกเกล้า ซึ่ง กมธ.ป.ป.ช. ได้เชิญผู้แทนสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ผู้แทนสถาบันพระปกเกล้า และผู้เกี่ยวข้องเข้าชี้แจงกรณีการคัดเลือกบุคคลเข้าอบรมหลักสูตรประกาศนียบัตรชั้นสูง การเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตยสำหรับนักบริหารระดับสูง (ปปร.)  ซึ่งผู้แทนสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน ชี้แจงข้อมูลจากรายงานการเงินของสถาบันพระปกเกล้า โดยระบุว่า ไม่ปรากฏยอดเงินบริจาคตามจำนวนที่มีการกล่าวอ้างต่อ กมธ. อย่างไรก็ตาม การไม่ปรากฏรายการดังกล่าวในงบการเงิน ยังไม่อาจยืนยันได้ว่าไม่มีการรับหรือจ่ายเงินตามที่กล่าวอ้าง จึงต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงเพิ่มเติม

ประธาน กมธ.ป.ป.ช. กล่าวต่อว่า ทางด้านผู้แทนสถาบันพระปกเกล้า ชี้แจงว่า กระบวนการคัดเลือกผู้เข้าอบรมมีคณะกรรมการทำหน้าที่กลั่นกรองคุณสมบัติ โดยมีผู้สมัครผ่านคุณสมบัติ 324 ราย และได้รับการคัดเลือก 160 ราย ประกอบด้วยสมาชิกรัฐสภา 47 ราย และบุคคลที่ผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการคัดเลือก 113 ราย ซึ่ง กมธ.ตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับหลักเกณฑ์และระยะเวลาในการพิจารณาคัดเลือก จากผู้ผ่านคุณสมบัติ 324 ราย เหลือ 113 ราย โดยผู้ชี้แจงระบุว่าใช้ดุลยพินิจในการพิจารณา จึงเห็นควรตรวจสอบหลักเกณฑ์และกระบวนการคัดเลือกให้มีความชัดเจนยิ่งขึ้น

สำหรับกรณีข้อกล่าวอ้างเกี่ยวกับการมอบเงินจำนวน 500,000 บาท เพื่อแลกกับการได้รับคัดเลือกเข้าอบรมหลักสูตร ปปร. รุ่นที่ 30 ผู้เกี่ยวข้องซึ่งเข้าชี้แจงต่อ กมธ. โดยยืนยันว่าไม่ได้รับเงินดังกล่าว และไม่เคยรู้จักบุคคลที่อ้างว่าเป็นผู้มอบเงิน ขณะที่กรณีดังกล่าวมีการแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรรัตนาธิเบศร์ จ.นนทบุรี และยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริง