xs
xsm
sm
md
lg

“รมว.กลาโหม” บินสงขลาติดตามแผนนำร่อง 14 อำเภอ ชู 5 มิติแก้ปัญหาภาคใต้ ย้ำ ต้องทำจริงไม่จบแค่ห้องประชุม เพื่อสันติสุขที่ยั่งยืน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



“พล.ท.อดุลย์” ลงสงขลา ติดตามแผน 14 อำเภอนำร่องชายแดนใต้ ขับเคลื่อนแก้ปัญหา 5 มิติ ย้ำใช้มาตรการ “ปรับ-พิทักษ์-ปราบ” ควบคู่ข่าวกรอง-สื่อสารเชิงยุทธศาสตร์ ยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง พร้อมกำชับแผนต้องทำได้จริง ไม่จบแค่ห้องประชุม

วันนี้(24 ก.ย)พลโทอดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม โพสต์ผ่านเฟสบุคว่า วันนี้ได้ร่วมรับฟังผลการประชุมเชิงปฏิบัติการจัดทำแผนระดับอำเภอ “14 อำเภอนำร่อง” ที่ จังหวัดสงขลา เพื่อเชื่อมโยงนโยบายสูการปฏิบัติในพื้นที่ โดยระบุว่า วันนี้ได้มารับฟังผลการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อจัดทำแผนการปฏิบัติระดับอำเภอ จาก 14 อำเภอนำร่องในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยได้ร่วมฟังการนำเสนอและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในหลายประเด็น ซึ่งสัมผัสได้ถึงความตั้งใจและความมุ่งมั่นของคนทำงานจากทุกภาคส่วนในการนำข้อมูล ประสบการณ์ และความเข้าใจพื้นที่มาร่วมกันคิดแก้ไขปัญหา เพื่อให้ประชาชนมีความปลอดภัย มีคุณภาพชีวิตที่ดี และเกิดสันติสุขอย่างยั่งยืน

พล.ท.อดุลย์ กล่าวว่า ขอชื่นชมทุกกลุ่มที่ยึดหลัก “เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา” เป็นหลักในการคิดวิเคราะห์ เนื่องจากพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้มีบริบทที่ละเอียดอ่อน การทำงานจึงต้องเริ่มจากการเข้าใจปัญหา เข้าใจประชาชน เข้าถึงพื้นที่และข้อเท็จจริง ก่อนนำไปสู่การพัฒนาที่ตอบโจทย์ความต้องการของประชาชนอย่างแท้จริง ซึ่งแผนงานครอบคลุม 5 มิติ ได้แก่ ความปลอดภัย การพัฒนาและพหุวัฒนธรรม การศึกษา ความยุติธรรม และการสื่อสารเชิงยุทธศาสตร์ โดยนำข้อมูลจากบริบทจริงของแต่ละพื้นที่มาเป็นฐานในการดำเนินงาน


รมว.กห. กล่าวต่อว่า ที่ประชุมได้นำหลักนิยมและแนวทางในการป้องกันและปราบปรามการก่อความไม่สงบ หรือ Counter Insurgency ผ่าน “มาตรการ 3 หลัก 2 เสริม” มาใช้วิเคราะห์อย่างเป็นระบบ โดย “3 หลัก” ประกอบด้วย “ปรับ” คือการปรับปรุงสภาพแวดล้อม พัฒนาความเป็นอยู่และแก้ไขปัญหาความเดือดร้อน, “พิทักษ์” คือการดูแลความปลอดภัยในชีวิต ทรัพย์สิน และทรัพยากรของประชาชน และ “ปราบ” คือการดำเนินมาตรการด้านความมั่นคงและการบังคับใช้กฎหมายต่อผู้กระทำผิด ส่วน “2 เสริม” คือการปฏิบัติการข่าวกรองเพื่อให้มีข้อมูลถูกต้องรู้เท่าทันสถานการณ์ และการปฏิบัติการข่าวสาร (IO) เพื่อสื่อสารข้อเท็จจริง สร้างความเข้าใจ และลดเงื่อนไขความขัดแย้ง

พล.ท.อดุลย์ เน้นย้ำว่า สิ่งสำคัญไม่ใช่การเลือกใช้มาตรการใดมาตรการหนึ่ง แต่คือการทำทุกด้านให้สมดุลโดยมีประชาชนเป็นศูนย์กลาง เพราะสันติสุขไม่สามารถเกิดขึ้นจากมิติความมั่นคงเพียงอย่างเดียว แต่ต้องเดินไปพร้อมกับการพัฒนา การดูแลคุณภาพชีวิต และการสร้างความเข้าใจระหว่างกัน นอกจากนี้ยังให้ความสำคัญกับการสื่อสารเชิงยุทธศาสตร์ (Strategic Communication) ที่ต้องเชื่อมโยงตั้งแต่นโยบาย จังหวัด จนถึงระดับอำเภอ เพื่อให้สิ่งที่คิด สิ่งที่ทำ และสิ่งที่สื่อสารเป็นไปในทิศทางเดียวกัน ตั้งอยู่บนข้อเท็จจริง เข้าใจบริบทพื้นที่ และสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชน


รมว.กห. กล่าวอีกว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้มีผู้แทนจากหลายหน่วยงาน ทั้งด้านความมั่นคง การต่างประเทศ การปกครอง การข่าว การทหาร และตำรวจ มาร่วมรับฟังและแลกเปลี่ยนร่วมกัน เพราะการสร้างสันติสุขในจังหวัดชายแดนภาคใต้ไม่มีหน่วยงานใดทำได้เพียงลำพัง ทุกฝ่ายต้องเชื่อมโยงกันตั้งแต่นโยบายจนถึงคนทำงานในพื้นที่ โดยบูรณาการหน่วยงานด้านความมั่นคง การพัฒนา การปกครอง และการบังคับใช้กฎหมายเข้าด้วยกัน

พล.ท.อดุลย์ กล่าวทิ้งท้ายว่า แผนของ 14 อำเภอนำร่องต้องไม่จบอยู่แค่ในห้องประชุม แต่ต้องนำกลับไปใช้ได้จริง นำไปสู่การปฏิบัติ ติดตามผล และสร้างผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม โดยทุกหน่วยต้องเข้าใจเป้าหมายเดียวกัน และนำบทเรียนจากพื้นที่นำร่องมาพัฒนาขยายผลต่อไป ซึ่งเชื่อมั่นว่าเมื่อเข้าใจพื้นที่ เข้าใจประชาชน ทำงานร่วมกัน และมีเป้าหมายเดียวกัน สิ่งที่คิดร่วมกันจะเปลี่ยนเป็นการปฏิบัติและค่อย ๆ สร้างความเปลี่ยนแปลงที่ประชาชนสัมผัสได้ เพื่อประโยชน์ Quality of Life และสันติสุขของพี่น้องประชาชนในจังหวัดชายแดนภาคใต้