“สนธิญา” ร้องผู้ตรวจฯ ชี้ขาด “ร.อ.ธรรมนัส-กก.บห.กล้าธรรม” หลังส่งผู้สมัครขาดคุณสมบัติลงชิงเขต 8 นครศรีธรรมราช ลั่นไม่ได้เตะตัดขาสกัดร่วมรัฐบาล ชี้ ต้องการให้เป็นบรรทัดฐานทุกพรรคเฟ้นหาผู้สมัคร
วันนี้ (24 ก.ย.) นายสนธิญา สวัสดี นักเคลื่อนไหวทางการเมือง ยื่นเรื่องถึงผู้ตรวจการแผ่นดิน ขอให้ส่งศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยหัวหน้าพรรค กรรมการบริหารและประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม กรณีการ นายก้องเกียรติ เกตุสมบัติ เป็นผู้สมัคร สส.เขต 8 จังหวัดนครศรีธรรมราช และได้รับการเลือกตั้ง 2 ครั้ง ทั้งในการเลือกตั้งซ่อม และล่าสุด การเลือกตั้งทั่วไป แต่มีผู้ไปยื่นคำร้องว่า นายก้องเกียรติ เป็นผู้ขาดคุณสมบัติในการลงสมัครรับเลือกตั้ง เนื่องจากถูกศาลอาญาจังหวัดสุราษฎร์ธานีสั่งจำคุก ซึ่ง กกต.ได้มีคำสั่งให้ นายก้องเกียรติ ขาดคุณสมบัติในการลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นการทั่วไปที่ผ่านมา โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยคุณสมบัติและการตัดสิทธิทางการเมือง คาดจะมีความชัดเจนภายใน 1-2 เดือนนี้จะรับคำร้องหรือไม่ พร้อมระบุว่า เหตุการณ์ดังกล่าวจะพัวพันไปถึง ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคและหัวหน้าพรรครวมถึงกรรมการบริหารพรรครวม 25 คน จากการพิจารณาส่งผู้สมัครที่ขาดคุณสมบัติ จนนำไปสู่การส่งศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัยคุณสมบัติ ตนมาร้องต่อผู้ตรวจการแผ่นดินตามรัฐธรรมนูญมาตรา 213 เพื่อส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยการกระทำของกรรมการบริหารพรรคทั้ง 25 คน ร่วมกันกระทำผิดตาม พ.ร.ป.พรรคการเมือง และข้อบังคับพรรคที่ระบุว่าในกรณีการอนุญาตหรืออนุมัติให้ผู้ลงสมัคร สส.แล้วขาดคุณสมบัติ หากผู้ตรวจการแผ่นดินไม่ดำเนินการภายใน 60 วัน ตนจะใช้สิทธิยื่นฟ้องตรงต่อศาลรัฐธรรมนูญ
เมื่อถามว่า การยื่นคำร้องจะเป็นการเตะตัดขาพรรคกล้าธรรมหรือไม่ เพราะมีแนวโน้มจะได้เข้าร่วมรัฐบาล นายสนธิญา ระบุว่าตนต้องการให้เรื่องนี้เป็นบรรทัดฐานทางการเมืองในฐานะที่ นายก้องเกียรติ เป็น สส.ในพื้นที่บ้านเกิดตนเอง เมื่อถูกตัดสิทธิและพรรคการเมืองที่ส่งลงสมัคร จะต้องแสดงความรับผิดชอบ เพื่อเป็นเยี่ยงอย่างต่อไปในอนาคตในการพิจารณาส่งผู้สมัคร ซึ่งมีช่องทางให้สามารถตรวจสอบคุณสมบัติของผู้สมัครได้ ซึ่งนายก้องเกียรติ ทำผิดในเรื่องการขาดคุณสมบัติตั้งแต่การลงสมัครรับเลือกตั้งซ่อม ถือเป็น สส. มาแล้ว 1 สมัย และยังกระทำผิดอีกครั้งโดยพรรคการเมืองเดิมส่งลงสมัครในการเลือกตั้งทั่วไป ยืนยันว่า ไม่ใช่การเตะตัดขา แต่กรรมการบริหารพรรคต้องตอบให้ได้ว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง แต่ใน พ.ร.ป.พรรคการเมือง และข้อบังคับพรรคระบุชัดเจนกรรมการบริหารพรรคมีหน้าที่พิจารณาส่งผู้สมัคร เห็นว่ามีความชัดเจนอยู่แล้ว อย่างไรก็ตาม ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของศาลรัฐธรรมนูญ ทั้งนี้ ในช่วงของการหาเสียง ตนเองได้มีโอกาสร่วมสังเกตการหาเสียงของพรรคที่ส่งผู้สมัครทุกพรรค และได้เห็นว่า ร.อ.ธรรมนัส ไปช่วยหาเสียงด้วย โดยมีรูปภาพและป้ายหาเสียงปรากฏคู่กับผู้สมัครชัดเจน ถือเป็นพยานหลักฐานยืนยันว่า ร.อ.ธรรมนัส เป็นผู้ร่วมตัดสินใจส่งนายก้องเกียรติลงสมัครรับเลือกตั้งและแถลงข่าวการส่งผู้สมัคร ร่วมกับ น.ส.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ หัวหน้าพรรค ในขณะนั้นด้วย ทำให้รับรู้ได้ว่าพรรคกล้าธรรม หมายถึงพรรคของใคร ดังนั้นประเด็นนี้ไม่ได้เป็นการเตะตัดขา แต่นำเรื่องจริงมาร้อง เพื่อให้ศาลพิจารณาและวินิจฉัย
เมื่อถามว่า การยื่นคำร้องเพื่อให้เกิดเป็นบรรทัดฐานกับทุกพรรคการเมือง นับจากนี้ต้องพิจารณาคุณสมบัติก่อนส่งผู้สมัครใช่หรือไม่ นายสนธิญา กล่าวว่า ผู้ที่เป็นประธานที่ปรึกษา กรรมการบริหาร หรือหัวหน้าพรรค จะต้องพิจารณาคุณสมบัติให้ดี เพราะเกี่ยวกันกับบุคคลที่เป็นกรรมการบริหารพรรค แม้จะไม่ได้มีโทษจำคุก แต่ก็ผิดในเรื่องข้อบังคับพรรคถึงขั้นถูกตัดสิทธิทางการเมืองก็เป็นไปได้ อย่างไรก็ตาม ก็ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของศาลรัฐธรรมนูญ พร้อมยกตัวอย่างในการเลือกตั้งเมื่อ 2568-2569 ก็มีพรรคการเมืองไม่ต่ำกว่า 4-5 พรรค ที่ปรากฏมี สส.แบบบัญชีรายชื่อ ที่ถูก กกต.พิจารณาขาดคุณสมบัติ โดยตนได้รวบรวมรายชื่อไว้เรียบร้อยแล้ว


