12 องค์กรสวัสดิภาพสัตว์ ยื่นหนังสือผ่านพรรคประชาธิปัตย์ ขอเร่งแก้กฎหมายที่ใช้มา 12 ปี ชี้ นิยามและอำนาจเจ้าหน้าที่ไม่ชัด งบประมาณไม่พอ เสนอคุ้มครองสัตว์ให้ครอบคลุม จัดการสัตว์ถูกทอดทิ้ง และทบทวนบทลงโทษ
วันนี้ (24 ก.ย.) นางรัดเกล้า อินทวงศ์ สุวรรณคีรี และ นางการดี เลียวไพโรจน์ สส.พรรคประชาธิปัตย์ รับหนังสือจาก นายโรเจอร์ โลหนันทน์ ตัวแทนสมาคมพิทักษ์สัตว์ไทยและภาคีเครือข่าย ขอให้รัฐสภาเร่งพิจารณาปรับปรุงพระราชบัญญัติป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์ พ.ศ. 2557
เครือข่ายระบุว่า ตลอด 12 ปีที่ผ่านมา การบังคับใช้กฎหมายยังขาดประสิทธิภาพ บทบัญญัติบางส่วนคลุมเครือจนหน่วยงานตีความต่างกัน และไม่สามารถออกกฎหมายลำดับรองเพื่อรองรับการคุ้มครองสัตว์ในหลายบริบทได้ อีกทั้งยังขาดงบประมาณและบุคลากรเฉพาะทาง ทำให้ภาระช่วยเหลือสัตว์ตกอยู่กับประชาชนและองค์กรสวัสดิภาพสัตว์ ซึ่งยังขาดสถานะทางกฎหมายรองรับ
นางรัดเกล้า กล่าวว่า การยื่นหนังสือครั้งนี้มีตัวแทนองค์กรสวัสดิภาพสัตว์ 12 หน่วยงาน ทั้งในและต่างประเทศเข้าร่วม โดยเห็นว่า กฎหมายปัจจุบันยังคุ้มครองสัตว์ได้ไม่ครอบคลุม โดยเฉพาะเมื่อเกิดภัยพิบัติ ซึ่งการช่วยเหลือของหน่วยงานรัฐมักให้ความสำคัญกับสัตว์ปศุสัตว์ ขณะที่สุนัขและแมวอาจไม่ได้รับการดูแลและงบประมาณอย่างเพียงพอ
ด้าน นางสาวศิริขวัญ นิลกรรณ์ รองประธานศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์บลูเฮาส์ พรรคประชาธิปัตย์ และกรรมการมูลนิธิองค์กรทำดี เสนอให้ขยายนิยามสัตว์ที่ได้รับความคุ้มครอง เพิ่มเจ้าหน้าที่ที่มีความรู้เฉพาะทางเพื่อรับเรื่องร้องเรียนและสืบสวนคดี กำหนดข้อห้ามและข้อยกเว้นเรื่องการทารุณกรรมให้ชัดเจน รวมถึงทบทวนกรณีตัดหู ตัดหาง ตัดงา และการจัดการต่อสู้ของสัตว์ตามประเพณี
นางสาวศิริขวัญ ยังเสนอให้กฎหมายให้อำนาจเจ้าหน้าที่เข้าช่วยเหลือสัตว์ที่ถูกทอดทิ้ง และทบทวนบทลงโทษ โดยเห็นว่าโทษจำคุกสูงสุดไม่เกิน 2 ปีที่ไม่มีโทษขั้นต่ำ อาจไม่เพียงพอต่อการป้องปรามการกระทำผิดซ้ำ
นายชุมพล รุ่งวิชานิวัฒน์ กล่าวเสริมว่า พรรคประชาธิปัตย์ต้องการรณรงค์ให้ สส. ร่วมกันผลักดันการแก้ไขกฎหมายฉบับนี้ เพื่อยกระดับการคุ้มครองและสวัสดิภาพสัตว์ พร้อมเปิดให้ประชาชนส่งเรื่องร้องเรียนผ่านศูนย์บลูเฮาส์ของพรรค


