xs
xsm
sm
md
lg

กรมส่งเสริมวัฒนธรรมโชว์ 3 ทีมเด็กไทยสุดเจ๋ง! ปั้น “ผี-พระเครื่อง-ขนมอาม่า” ผงาดคว้ารางวัลบอร์ดเกมซอฟต์พาวเวอร์ไทย

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



กรมส่งเสริมวัฒนธรรม จับมือPUDEBGA ประกาศ 3 ทีมฝ่าด่านผู้สมัคร 300 ทีมคว้ารางวัลบอร์ดเกม YBG 2569 ทีม “Exorcist: Spirit at Nongdapao” คว้าแชมป์ หยิบความเชื่อเรื่องผีอีสานมาสร้างเกม ขณะที่ “ตีเก๊” พลิกวงการพระเครื่องสู่เกมเจรจาซื้อขาย และ “ก่อนอาม่าจะลืม” ใช้สูตรขนมพื้นเมืองเป็นกลไกรักษาความทรงจำ เตรียมต่อยอดผลงานสู่ตลาดต่างประเทศ

เมื่อเร็วๆนี้ กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม ร่วมกับสมาคมผู้ผลิตและออกแบบบอร์ดเกม (PUDEBGA) ประกาศผลโครงการพัฒนานักออกแบบบอร์ดเกมรุ่นเยาว์เพื่อสื่อสารซอฟต์พาวเวอร์ด้านวัฒน ธรรมไทย (YBG) ประจำปี 2569 ภายใต้แนวคิด “เรื่องเล่าบ้านฉัน สู่กระดานเกมโลก” หลังเปิดพื้นที่ให้เด็กและเยาวชนจาก 4 ภูมิภาค นำเรื่องเล่า ความเชื่อ อาหาร วิถีชีวิต และอัตลักษณ์ท้องถิ่น มาพัฒนาเป็นบอร์ดเ กมที่ถ่ายทอดวัฒนธรรมผ่านการเล่น และมีศักยภาพต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์สร้างสรรค์


โครงการนี้มีผู้สมัครกว่า 300 ทีม ก่อนคัดเลือกเข้าสู่กระบวนการพัฒนา 32 ทีม และเหลือ 8 ทีมในรอบสุดท้าย โดยรางวัลชนะเลิศ ได้แก่ ทีม อบต.หนองดาเปา ผลงาน "Exorcist: Spirit at Nongdapao" รับเงินรางวัล 80,000 บาท รองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ ทีม Planet board game ผลงาน “ตีเก้” รับเงินรางวัล 50,000 บาท และรองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่ ทีมหลานม่า ผลงาน “ก่อนอาม่าจะลืม” รับเงินรางวัล 30,000 บาท

นายสุรพันธ์ เจริญทรัพย์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม ประธานในพิธี กล่าวว่า การดำเนินโครงการมีเป้าหมายนำทุนทางวัฒนธรรมมาต่อยอดสู่อุตสาหกรรมวัฒนธรรมสร้างสรรค์ และสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้กับประเทศ โดยเกมเป็นสื่อที่สอดคล้องกับยุคสมัยและความสนใจของเด็กและเยาวชน สามารถนำความสนุกมาทำงานร่วมกับเรื่องเล่าและคุณค่า ทางวัฒนธรรมได้


นายสุรพันธ์ กล่าวด้วยว่า ผลงานจากแต่ละภูมิภาคสะท้อนความหลากหลายของวัฒนธรรมในแต่ละพื้นที่ ทั้งเรื่องผีและความเชื่อ อาหาร รวมถึงวิถี ชีวิตและอัตลักษณ์เฉพาะถิ่น การนำเรื่องเหล่านี้เข้าสู่บอร์ดเกมจึงช่วยเปลี่ยนเ รื่องเล่าทางวัฒนธรรมให้กลายเป็นประสบการณ์ที่ผู้เล่นสามารถมีส่วนร่วมได้ โดยตรง

“การนำเกมมาเพื่อสร้างเศรษฐกิจและแฝงด้วยคุณค่าทางวัฒนธรรม โดยนำเรื่องเล่าบ้านฉันเข้าสู่เกม ถือเป็นหนึ่งในเป้าหมายของโครงการ หากทำเกมออกมาแล้วเด็กและเยาวชนสนุก และมีวัฒนธรรมความเป็นไทยอยู่ในนั้น สิ่งเหล่านี้ก็จะเกิดความนิยมและแพร่หลาย และในอนาคตสามารถสร้างศักยภาพในการแข่งขันของประเทศไทยได้"


ด้านนายทรงสิทธิ์ แพรเพ็ชร์ นายกสมาคมผู้ผลิตและออกแบบบอร์ดเกม กล่าวว่า การคัดเลือกผลงานไม่ได้ พิจารณาเฉพาะความน่าสนใจของเรื่องเล่าทางวัฒนธรรม แต่ต้องดูว่าผู้พัฒนาสามารถเปลี่ยนเรื่องเหล่านั้นให้เป็นเกมที่สนุก มีความคิดสร้างสรรค์ และมีศักยภาพต่อยอดได้หรือไม่
เกณฑ์การตัดสินครอบคลุม Theme และการเล่าเรื่อง กลไกการเล่น และศักยภาพในการต่อยอด ตั้งแต่ความชัดเจนและความถูกต้องของเรื่องราว ความสอดคล้องระหว่างเรื่องกับระบบการเล่น ความสนุกและความสมดุล ไปจนถึงความเป็นไปได้ในการผลิตและพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์เชิงพาณิชย์
นายทรงสิทธิ์ กล่าวว่า การออกแบบยังต้องคำนึงถึงองค์ประกอบของผลิตภัณฑ์จริง ไม่ว่าจะเป็นการ์ด ลูกเต๋า กล่อง กระดาน และอุปกรณ์ต่าง ๆ เพราะเกี่ยวข้องกับต้นทุนและความเป็นไปได้ในการผลิต รวมถึงเป็นส่วนหนึ่งที่ สำนักพิมพ์เกมใช้พิจารณาศักยภาพของผลงาน


"ผู้พัฒนาบอร์ดเกมต้องคัดเลือกเรื่องเล่าทางวัฒนธรรม แล้วนำมาเชื่อมกับกลไก กติกา และการตัดสินใจของผู้เล่น เพื่อให้วัฒนธรรมเป็นส่วนหนึ่งของ การเล่นโดยไม่ลดทอนความสนุกของเกม วิธีนี้ช่วยให้ผู้เล่นเรียนรู้เรื่องราวผ่านประสบการณ์ระหว่างเล่น แทนการนำข้อมูลมาใส่ในเกมโดยตรง"


สำหรับ 3 เกมที่คว้ารางวัล ได้แก่ 1."Exorcist: Spirit at Nongdapao" จากทีม อบต.หนองดาเปา เจ้าของรางวัลชนะเลิศ พร้ อมเงินรางวัล 80,000 บาท นำเรื่องเล่าและความเชื่อเรื่องผีพื้นบ้านอีสานมาพัฒนาเป็นปาร์ตี้เกมแบบเล่นเร็ว ผู้เล่นรับบทเป็น "หมอผี” แข่งขันกันปราบผีในหมู่บ้าน เมื่อมีชาวบ้านปรากฏขึ้น ผู้เล่นต้องตัดสินใจว่าเป็น “ผีหรือคน" และเลือกจัดการให้ถูกต้อง ใครตัดสินใจได้รวดเร็วและแม่นยำกว่าจะได้เปรียบ จุดสนุกอยู่ที่การตัดสินใจ ภายใต้เวลาและปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้เล่น โดยทีม อบต.หนองดาเปา ผู้พัฒนานำแรงบันดาลใจมาจากเรื่องเล่าและความเชื่อของคนเฒ่าคนแก่ในครอบครัว โดยต้องการถ่ายทอด บทบาทของ "หมอผี" และพิธีกรรมพื้นบ้านในอีกมุมหนึ่ง ทั้งการช่วยเหลือชาวบ้าน การปัดเป่ารักษา และการเป็นที่พึ่งทางใจ มากกว่าการนำเสนอเฉพาะความน่ากลัวของภูตผี ขณะเดียวกันยังมอง เห็นโอกาสต่อยอดเรื่อง เล่าผีไปสู่ภูมิภาคอื่นของไทยได้ในอนาคต


2.“ตีเก๊” จากทีม Planet board game รองชนะเลิศอันดับ 1 พร้อมเงินรางวัล 50,000 บาท เปลี่ยนวัฒนธรรม วงการพระเครื่องไทยให้เป็นเกมซื้อขายและเจรจาต่อรองบนโต๊ะ ผู้เล่นรับบทเป็น “เซียนพระ” แข่งขันกันสร้างความมั่งคั่ง จากการซื้อขายพระ โดยพระในเกมมีทั้ง “พระแท้” และ “พระเก๊” ซึ่งมีมูลค่าแตกต่างกัน ผู้เล่นสามารถเสนอราคา ซื้อขาย ต่อรอง และตีราคากันโดยตรง ทำให้พฤติกรรมที่เกิดขึ้นจริงในวงการพระ กลายเป็นกลไกหลักของเกมโดยทีมตีเก๊ศึกษาทั้งวิธีพูด คำศัพท์ และพฤติกรรมการดู ซื้อ ขาย ต่อรอง และตีราคาในวงการพระ ก่อน นำมาตีความ เป็นระบบเกม เพื่อให้คนที่ไม่มีพื้นฐานเรื่องพระสามารถเข้ามาเล่นและสัมผัสบรรยากาศของการเป็น “เซียนพระ” ผ่านบอร์ดเกมได้


3. “ก่อนอาม่าจะลืม" จากทีมหลานม่า รองชนะเลิศอันดับ 2 พร้อมเงินรางวัล 30,000 บาท นำเรื่องขนม พื้นเมืองและสูตรขนมดั้งเดิมมาพัฒนาเป็นเกมบริหารเวลาและทรัพยากร ผู้เล่นต้องหาเงิน เลือกวัตถุดิบ และจัดสรรเวลา สำหรับทำขนมผ่านกลไก Action Point ขณะเดียวกันต้องควบคุมไม่ให้ “ความทรงจำของอาม่า” เลือนหาย เพราะเมื่อความทรงจำลดลง ข้อมูลเกี่ยวกับสูตรและวิธีทำขนมก็จะหายตามไปด้วย ซึ่งทีมหลานม่านำสูตรและรายละเอียดของวัตถุดิบไปตรวจสอบกับผู้มีความรู้โดยตรง เพื่อแก้ข้อมูลที่คลาดเคลื่อนก่อน นำมาใช้ในเกม ทำให้การรักษาสูตรอาหารไม่ได้อยู่เพียงในเนื้อเรื่อง แต่กลายเป็นเงื่อนไขที่ผู้เล่นต้องบริหารระหว่าง การเล่น สะท้อนการรักษาความถูกต้องของวัฒนธรรมต้นทางควบคู่กับความสนุกของเกม
ทั้งนี้ตลอดโครงการ ผู้เข้าแข่งขันได้รับการพัฒนาผลงานร่วมกับผู้เชี่ยวชาญและ Mentor ตั้งแต่การค้นคว้าเรื่องราวในพื้นที่ การออกแบบกลไก การผลิตต้นแบบ และการพัฒนาภาพประกอบ รวมถึงการทำ Playtest เพื่อทดสอบกติกา ความสมดุล และประสบการณ์ของผู้เล่น ก่อนนำข้อเสนอแนะกลับไปปรับปรุงเก มให้พร้อม สำหรับการพัฒนาต่อ
นายทรงสิทธิ์ กล่าวว่า หลังจบโครงการ สมาคมฯ มีแผนนำผลงานที่มีศักยภาพไปนำเสนอในต่างประเท ศู เพื่อรับฟังความคิดเห็นจากสำนักพิมพ์เกมและเปิดโอกาสในการต่อยอดสู่การผลิตเชิงพาณิชย์ โดยมองตลาด ทั้งเกาหลี ไต้หวัน จีน เยอรมนี และประเทศในยุโรป พร้อมมองว่าเรื่องเล่าและทุนทางวัฒนธรรมของไทยยังมีอีก จำนวนมากที่ สามารถพัฒนาเป็นบอร์ดเกม และใช้เป็นช่องทางให้ผู้เล่นต่างชาติรู้จักประเทศไทยในมิติที่หลากหลายมากขึ้น


ด้านนายสุรพันธ์ เจริญทรัพย์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม กล่าวว่า ในปีงบประมาณ 2570 กรมส่งเสริมวัฒนธรรมยังเดินหน้าสนับสนุนอุตสาหกรรมวัฒนธรรมสร้างสรรค์อย่างต่อเนื่อง ทั้งภาพยนตร์ ละคร ซีรีส์ แอนิเมชัน หนังสือ เกมออนไลน์ และบอร์ดเกม โดยเปิดโอกาสให้ทั้งภาคเอกชน กลุ่มผู้สร้างสรรค์ เด็ก และเยาวชน นำผลงานเข้ามาพัฒนา พร้อมสนับสนุนตั้งแต่การผลิตไปจนถึงการนำผลงานเข้าสู่งานเทศกาลและเวทีธุรกิจในต่างประเทศ

"เราสนับสนุน softpower สร้างการผลิตวัฒนธรรมนำไปสู่ ธุรกิจหรือร่วมงานเทศกาลต่างประเทศ ด้วย จึงอยากเชิญชวนเด็ก เยาวชน และผู้ที่สนใจการผลิตเกม ไม่ว่าจะเป็นเกมออนไลน์หรือบอร์ดเกม รวมถึงสื่อสร้างสรรค์ด้านอื่น ๆ ติดตามประกาศของกรม ส่งเสริมวัฒนธรรม และนำแนวคิดหรือผลงานเข้ามาพัฒนาต่อยอด" สำหรับรางวัลชมเชย ได้แก่ ทีม TBT ผลงาน "สิบหมู่”, ทีม SSCP ผลงาน “แพะเมืองผี มรดกแห่งป่าลึกลับ, ทีม wnk boardgame ผลงาน “รอดหรือหลง ฝ่าดงพญาไฟ”, ทีม SaSarn ผลงาน "Sarn to Craft" และทีม BELL GUB BUA ผลงาน "มหานครวรนุช”