xs
xsm
sm
md
lg

ขาย อสมท.ให้เอกชน วิธีที่ “เอกนิติ-ศุภมาส” จะทำให้รัฐรวยไม่ไหวแล้ว

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



เฮ้อ... เห็นข่าวความพยายามประคบประหงม “อสมท” หรือ MCOT ของภาครัฐแล้ว ต้องบอกว่าถอนหายใจยาวๆ ไปถึงดาวอังคาร!
 
ล่าสุดพอมีข่าวลือเรื่องควบรวมเข้ากับ Thai PBS หนาหูเข้าหน่อย ฝั่งผู้ใหญ่ก็รีบออกมาปฏิเสธพัลวัน ปิดประตูเรื่องควบรวม บอกผิดกฎหมายคนละวัตถุประสงค์ แล้วก็กลับไปตั้งหลักที่สูตรเดิมๆ คือ “แผนฟื้นฟูองค์กร”

แหม... พูดกันตรงๆ แบบคนในวงการสื่อที่เห็นไส้เห็นพุงกันมานาน สมัยนี้มันยุคไหนกันแล้วท่าน? ทีวีมันตกยุคไปแล้ว! พฤติกรรมคนดูมันเปลี่ยนไปอยู่ออนไลน์ อยู่บนโซเชียลหมดแล้ว จะมานั่งกอดสัมปทาน กอดสถานีทีวีดิจิทัลที่นับวันมีแต่จะแบกต้นทุนสวนทางกับรายได้โฆษณาไปทำไมให้เป็น "ภาระงบประมาณ" และเงินภาษีของประชาชน?
 
ยิ่งถ้าไปเปิดงบการเงินดู จะเห็นเลยว่า อสมท กำลัง “อาการหนัก”!

ปี 2568 มีรายได้รวม 1,124.92 ล้านบาท ขาดทุนเนื้อๆ ไป 308.27 ล้านบาท

ครึ่งแรกของปี 2569 รายได้ทรุดเหลือ 493.64 ล้านบาท ขาดทุนไปอีก 133.71 ล้านบาท

รายได้จากทีวีตกไปอยู่ที่ประมาณ 284 ล้านบาท ส่วนวิทยุก็ฮวบลงไปถึง 16% เพราะคอนเทนต์มันดึงคนดูดึงเงินโฆษณาแข่งกับ YouTube หรือ TikTok ไม่ไหวแล้ว!

เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ
งานนี้ถ้าอยากจะแก้ปัญหาแบบ “เด็ดขาด-ตรงจุด-เห็นตัวเงิน” จริงๆ อยากจะฝากข้อเสนอส่งตรงไปถึง ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะดูแลเศรษฐกิจของประเทศและขุนคลังใหญ่ ควงคู่ไปกับ ศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ผู้กำกับดูแล MCOT โดยตรง... ลองถอยออกมามองภาพใหญ่แล้วคิดใหม่ทำใหม่ดูไหม?

วิธีง่ายๆแต่ได้ผล ตัดอวัยวะเพื่อรักษาชีวิต ในเมื่อรัฐทำสื่อแข่งกับเอกชนยังไงก็งุ่มง่ามตามเทคโนโลยีไม่ทัน ครั้นจะใช้เป็นกระบอกเสียง “เชียร์” รัฐบาลยกสัมปทานให้กับบรรดา “ไอโอ”ของพรรคภูมิใจไทยมาบริหารจัดการก็คงทะเลาะกันตั้งแต่ยังไม่เริ่ม 

ทางออกที่ดีที่สุดคือ ขายกิจการ อสมท ให้กับเอกชนที่เขามีศักยภาพไปเลย! ให้นายทุนที่มีความต้องการเข้ามาบริหาร ประมูลเอาไปทำต่อ รัฐบาลนอกจากจะผายลมหายใจหลุดพ้นจากภาระขาดทุนสะสมปีละหลายร้อยล้านแล้ว ยังได้ “เงินก้อนโตเข้ารัฐ” เอาไปใช้พัฒนาประเทศด้านอื่นได้อีกเพียบ!รวมไปถึง ขุมทรัพย์ขวัญใจนักลงทุน อย่างที่ดินแปลงสวย 50 ไร่ ย่านรัชดา-พระราม 9 ที่เปรยๆ กันว่ามูลค่าประเมินเฉียด 10,000 ล้านบาท นั่นก็เหมือนกัน... จะมานั่งอมยิ้มกอดไว้รอวันประเมินราคาเพิ่มไปทำไม?

 ศุภมาส อิศรภักดี
ในเมื่อองค์กรขาดสภาพคล่อง ก็ขายขาดหรือตัดขายประมูลสัมปทานระยะยาวให้เอกชนระดับมืออาชีพไปพัฒนาเป็น Megaproject ดึงเม็ดเงินหมุนเวียนเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจดีกว่าปล่อยให้ทิ้งร้างเป็นตึกเก่าๆ กอดอดีตอันหวานชื่นไปวันๆแต่... เตือนไว้ก่อนนะท่านรองฯ เอกนิติ และ รมต.ศุภมาส!ไอ้แผน “ขาย อสมท” กับ “ตัดขายที่ดินหมื่นล้าน”

เนี่ย... ช้อยส์นี้เขียนเป็นโครงการออกมายังไงก็สวยหรูดูแพงถูกหลักเศรษฐศาสตร์เป๊ะๆ แต่สิ่งที่ต้องระวังคือบรรดา “เห็บสุนัขการเมือง” ที่จ้องตาเป็นมัน!เชื่อเหลือเกินว่า พอเริ่มขยับเคาะราคาขายที่ดิน หรือ ตั้งโต๊ะดีลขายหุ้น MCOT ปุ๊บ มันจะเข้าสูตร “เตะหมูเข้าปากหมา” มีนักการเมืองขาใหญ่ โจรใส่สูท จ้องจะเข้ามางาบส่วนต่าง หัวคิว หรือ แปลงสินทรัพย์รัฐให้กลายเป็นของพรรคพวกตัวเองในราคาถูกแสนถูก!

ถ้าเอกนิติ-ศุภมาส จะเอาจริงกับออปชันนี้ ต้องล้างบ้านให้สะอาด ตั้งกรรมการกลางที่มีความเชี่ยวชาญด้านการเงินและโปร่งใสระดับสากลมาประมูลเปิดเผยทุกขั้นตอน อย่าให้ใครมาแอบแฝงกินตามน้ำ หรือแอบสวมหมวกมนุษย์ "กินหัวคิว" เด็ดขาด!

จะล้างไพ่ อสมท ให้รอดจริง ต้อง กล้าตัดภาระ – กล้าขายให้เอกชน – และกล้าตัดนักการเมืองโดยเฉพาะพรรคที่เอกนิติคุ้นเคย! ถ้ารัฐบาลชุดนี้ทำได้... รับรองว่าได้ทั้งเงิน เข้ารัฐ ได้ทั้งเสียงปรบมือจากประชาชนแน่นอน!