รองโฆษกรัฐบาล แจง “ครม.เงา” ปม กยศ. ย้ำ ปี 70 เพิ่มงบเป็น 9,000 ล้านบาท “ภราดร” ชี้ 5,162 ล้านบาท เป็นข้อเสนอในชั้น กมธ. ไม่ใช่งบรัฐบาล
วันนี้ (22 ก.ย) นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีคณะรัฐมนตรีเงา พรรคประชาชน ระบุว่า รัฐบาลไม่ได้เติมงบให้กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) “แม้แต่บาทเดียว” ว่า ข้อมูลดังกล่าวไม่ครบถ้วน เนื่องจากรัฐบาลได้เพิ่มงบอุดหนุน กยศ. สำหรับปีงบประมาณ 2570 เป็น 9,000 ล้านบาท จาก 5,000 ล้านบาท ในปี 2569 หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 80 แล้ว
นางสาวลลิดา กล่าวว่า นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้ชี้แจงต่อสภาผู้แทนราษฎร ว่า ต้องแยกงบประมาณที่รัฐบาลจัดสรรให้ กยศ. ออกจากวงเงิน 5,162 ล้านบาท ที่มีการกล่าวถึง เนื่องจากวงเงินดังกล่าวเป็นข้อเสนอที่เกิดขึ้นในชั้นการพิจารณาของคณะกรรมาธิการ ไม่ใช่วงเงินที่รัฐบาลเสนอ และเป็นคนละส่วนกับงบ 9,000 ล้านบาท ที่รัฐบาลจัดสรรให้ กยศ. ในปีงบประมาณ 2570
“ต้องแยกตัวเลขให้ชัดเจน 5,162 ล้านบาท เป็นข้อเสนอในชั้นกรรมาธิการ ไม่ใช่งบของรัฐบาลที่ถูกตัดออก ขณะที่ข้อเท็จจริงในส่วนของรัฐบาล คือ ปี 2570 ได้เพิ่มงบ กยศ. จาก 5,000 ล้านบาท เป็น 9,000 ล้านบาทแล้ว ดังนั้น การนำผลการพิจารณาข้อเสนอในชั้นกรรมาธิการมาสรุปว่ารัฐบาลไม่ได้เติมเงินให้ กยศ. ‘แม้แต่บาทเดียว’ จึงเป็นการนำข้อมูลคนละส่วนมารวมกัน” นางสาวลลิดา กล่าว
รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า นายภราดร ยังได้ชี้แจงถึงแนวทางบริหาร กยศ. ว่า กยศ. เป็นกองทุนหมุนเวียน จึงต้องดูแลทั้งเงินที่รัฐสนับสนุนและเงินชำระคืนจากผู้กู้เดิม ปัจจุบันมีผู้ที่อยู่ในระบบและต้องชำระคืนประมาณ 3.6 ล้านคน ในจำนวนนี้ชำระตามปกติประมาณ 1 ล้านคน และผิดนัดประมาณ 2.6 ล้านคน โดยรัฐบาลไม่มีแนวทางเร่งรัดผู้ที่ไม่มีงานหรือไม่มีรายได้ แต่สำหรับผู้ที่มีงาน มีรายได้ และมีกำลังชำระ ควรนำเงินกลับคืนเข้าสู่กองทุน เพื่อหมุนเวียนเป็นโอกาสทางการศึกษาให้ผู้กู้รุ่นต่อไป
“คนไม่มีงาน ไม่มีรายได้ ต้องช่วย แต่คนที่มีงาน มีรายได้ และมีกำลังจ่าย ก็ควรคืนเงินเข้ากองทุน เพราะเงินที่คืนมาคือโอกาสทางการศึกษาของเด็กรุ่นต่อไป การช่วยนักศึกษาที่ต้องการเงินกู้ในวันนี้ กับการติดตามเงินคืนจากผู้ที่มีกำลังชำระ จึงเป็นสองเรื่องที่ต้องดำเนินการควบคู่กัน” นางสาวลลิดา กล่าว
สำหรับข้อเสนอให้ใช้งบกลางเพิ่มเติมประมาณ 7,000 ล้านบาท นางสาวลลิดา กล่าวว่า รัฐบาลพร้อมพิจารณาข้อมูล แต่จำเป็นต้องมีรายละเอียดที่ชัดเจนว่า ต้องใช้สำหรับผู้กู้จำนวนเท่าใด มีผู้ที่ได้รับอนุมัติแล้วแต่ยังไม่ได้รับเงินจำนวนเท่าใด และ กยศ. มีภาระขาดสภาพคล่องจริงจำนวนเท่าใด เพื่อให้การพิจารณาอยู่บนข้อเท็จจริงและตัวเลขชุดเดียวกัน
“เป้าหมายสำคัญ คือ เด็กที่มีสิทธิต้องไม่หลุดจากระบบการศึกษา เพราะปัญหาเรื่องเงิน ขณะเดียวกัน กยศ. ต้องมีเงินหมุนเวียนเพื่อส่งต่อโอกาสให้เด็กรุ่นต่อไป รัฐบาลจึงต้องทำทั้งสองด้าน คือ สนับสนุนงบประมาณในส่วนที่จำเป็น และนำเงินที่ควรได้รับคืนจากผู้ที่มีกำลังชำระกลับเข้าสู่กองทุน เพื่อให้ระบบเดินต่อได้อย่างยั่งยืน” นางสาวลลิดา กล่าว


