xs
xsm
sm
md
lg

ครม.เห็นชอบ ร่างกรอบการดำเนินงานว่าด้วยการพัฒนาและความร่วมมือด้านการขนส่งอย่างยั่งยืนระดับโลก

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



รองโฆษกรัฐบาล เผย ครม.เห็นชอบร่างกรอบการดำเนินงานว่าด้วยการพัฒนาและความร่วมมือด้านการขนส่งอย่างยั่งยืนระดับโลก สนับสนุนการเชื่อมโยงระบบขนส่งและลดสิทธิ์ของไทยกับต่างประเทศ

วันนี้ (22ก.ย.) นางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบร่างกรอบการดำเนินงานว่าด้วยการพัฒนาและความร่วมมือด้านการขนส่งอย่างยั่งยืนระดับโลก และอนุมัติให้รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม (นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ) หรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย ร่วมให้การรับรองร่างกรอบการดำเนินงานดังกล่าว พร้อมทั้งเข้าร่วมการประชุม GSTF 2026 ระหว่างวันที่ 22 - 23 กันยายน 2569 ณ กรุงปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน  ซึ่งที่ประชุมฯ จะมีการรับรองกรอบการทำงานว่าด้วยการพัฒนาและความร่วมมือด้านการขนส่งอย่างยั่งยืนระดับโลกเพื่อเป็นกรอบการดำเนินงานในการส่งเสริมการพัฒนาการขนส่งที่ยั่งยืนระหว่างประเทศ

นางสาวพลอยทะเล กล่าวว่า  ร่างกรอบการดำเนินงานว่าด้วยการพัฒนาและความร่วมมือด้านการขนส่งอย่างยั่งยืนระดับโลก มีสาระสำคัญ ดังนี้
2.1 วัตถุประสงค์ เพื่อส่งเสริมความร่วมมือระหว่างประเทศด้านการพัฒนาระบบคมนาคมขนส่งที่ยั่งยืนทั้งในระดับนโยบายและการปฏิบัติ รวมทั้งจัดตั้งเวทีความร่วมมือระดับโลกเพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ประสบการณ์ และแนวปฏิบัติที่ดี ตลอดจนสนับสนุนการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ (Sustainable Development Goals: SDGs) โดยยึดหลักการเปิดกว้างและครอบคลุม การขับเคลื่อน ด้วยนวัตกรรม และการมุ่งผลสัมฤทธิ์ในทางปฏิบัติ ทั้งนี้ ขอบเขตความร่วมมือครอบคลุมการวิจัยและแลกเปลี่ยนนโยบายและยุทธศาสตร์ด้านการขนส่งที่ยั่งยืน การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ระบบบริการขนส่ง และระบบโลจิสติกส์การพัฒนากฎ ระเบียบ มาตรฐานและแนวทางปฏิบัติ การส่งเสริมการลงทุน การพัฒนาด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม ตลอดจนการพัฒนาศักยภาพและบุคลากรด้านคมนาคมขนส่ง
2.2 ขอบเขตการดำเนินงาน กรอบการดำเนินงานฯ มีแนวทางความร่วมมือที่สำคัญ ดังนี้
1) การแลกเปลี่ยนนโยบาย ยุทธศาสตร์ แผนงาน มาตรฐาน และแนวปฏิบัติที่ดี
ด้านการขนส่งที่ยั่งยืน
2) การส่งเสริมความร่วมมือด้านการลงทุนระหว่างประเทศ รวมทั้งความร่วมมือ
ระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน 
3) การส่งเสริมการวิจัยร่วม การแลกเปลี่ยนนักวิจัยและผู้เชี่ยวชาญ และการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านการขนส่งไปประยุกต์ใช้
4) การส่งเสริมการศึกษา การฝึกอบรม และการพัฒนาศักยภาพบุคลากรด้าน
การขนส่ง
2.3 กลไกการดำเนินงาน กำหนดให้ Global Sustainable Transport Forum(GSTF) เป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนกรอบการดำเนินงาน ประกอบด้วยการประชุมระดับรัฐมนตรี (Ministerial Meetings) การประชุมระดับคณะทำงาน (Working Group Meetings) และการประชุมระดับ ผู้เชี่ยวชาญ (Expert Meetings) รวมทั้งสามารถจัดตั้งความร่วมมือเฉพาะด้าน (Thematic Partnerships) เพื่อดำเนินกิจกรรมด้านการสัมมนา การฝึกอบรม การวิจัย การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และการจัดทำ ข้อเสนอแนะเชิงนโยบายหรือวิชาการ โดยประเทศผู้เข้าร่วมจะต้องแต่งตั้งผู้ประสานงานหลัก (Focal Point)เพื่อดำเนินการในประเด็นที่มีความสนใจร่วมกัน เช่น การสัมมนา การฝึกอบรม การศึกษาวิจัย การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และการจัดทำข้อเสนอแนะเชิงนโยบายและวิชาการ

“ร่างกรอบการดำเนินงานฯ จะส่งเสริมบทบาทของประเทศไทยในการพัฒนาความร่วมมือระหว่างประเทศด้านการขนส่งที่ยั่งยืน เปิดโอกาสให้มีการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ประสบการณ์ และแนวปฏิบัติที่ดีด้านนโยบาย การวางแผนโครงสร้างพื้นฐาน ระบบโลจิสติกส์ การลงทุน วิทยาศาสตร์เทคโนโลยี และนวัตกรรมด้านการขนส่ง รวมทั้งส่งเสริมความร่วมมือด้านการวิจัย การพัฒนาศักยภาพและบุคลากร ซึ่งจะช่วยยกระดับประสิทธิภาพและความยั่งยืนของระบบขนส่งของประเทศไทย และสนับสนุนการเชื่อมโยงระบบขนส่งและลดสิทธิ์ของไทยกับต่างประเทศ” นางสาวพลอยทะเล กล่าว