“พัฒนา” เผย ครม.ไฟเขียว ร่าง พ.ร.บ.กัญชาฉบับใหม่ ย้ำคุมเข้มใช้เฉพาะทางการแพทย์ ยึดโมเดลแพทย์สั่ง-มีใบอนุญาต ชี้หลังปี 70 ล้างเกลี้ยงกระดานร้านขายทั่วไป เตือนถ้าจะต่อใหม่ต้องปรับเป็นสถานพยาบาลที่ถูกต้อง
วันที่ 22 ก.ย.นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ชี้แจงกรณี กระทรวงสาธารณสุข เสนอ ร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ควบคุมกัญชา เข้าสู่ที่ประชุม ครม. ว่า ครม. มีมติผ่านเรื่อง พ.ร.บ.ควบคุมกัญชา จากนี้จะเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรต่อไป ส่วนเนื้อหาสาระใหญ่ๆ จะควบคุมตั้งแต่แปลงเพาะปลูก ซึ่งต้องมีการลงทะเบียน ว่าเป็นแปลงเล็กขนาดกลาง ขนาดใหญ่ จะช่วยให้สามารถติดตามแหล่งปลูกว่าอยู่ที่ใด พร้อมควบคุมคุณภาพ การสกัดออกมาเป๋นสารสกัด หรือการใช้ประโยชน์ของช่อดอกต่างๆ ซึ่งจะมีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น รวมถึงการกำหนดบทลงโทษที่ชัดเจน และแรงมากยิ่งขึ้นกว่าพระราชบัญญัติที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน
เมื่อถามว่าต่อไปจะควบคุมใช้กัญชาในทางการแพทย์ใช่หรือไม่ นายพัฒนา กล่าวว่า ใช่ จะใช้กัญชาทางการแพทย์เท่านั้น ส่วนร้านค้าที่มีการขายหรือจำหน่ายในปัจจุบันนั้น ยังใช้ใบอนุญาตเดิมอยู่ซึ่งจะมีอายุ 3 ปี โดยจะไล่หมดอายุในปี 2569 นี้บางส่วน รวมถึงปี 2570 และปี 2571 ตามลำดับ
สำหรับร้านค้าที่ไม่ได้เป็นสถานพยาบาล เมื่อหมดอายุเวลามาขอต่อใหม่ จะต้องปรับไปตามตัวกฎหมายที่ออกมาใหม
เมื่อถามว่าแสดงว่าหลังปี 2570 ร้านกัญชาทั่วไปที่เกี่ยวกับทางการแพทย์ จะไม่มีแล้วใช่หรือไม่ นายพัฒนา กล่าวว่า ประเมินว่าเกินครึ่งจะต้องมีการปรับตัวเป็นสถานพยาบาล เพราะใบอนุญาตเดิมหมดลง และต้องปรับเป็นสถานพยาบาลหากจะขอต่อใบอนุญาต และในส่วนการขาย ทางกระทรวงสาธารณสุขจะมีการจัดทีมลงไปตรวจสอบร้านค้าที่เปิดอยู่ในปัจจุบัน เพื่อดูแลประชาชนโดยเฉพาะหัวเมืองท่องเที่ยว และหัวเมืองใหญ่ต่างๆ
ส่วนการปรับเป็นสถานพยาบาล จะต้องมีแพทย์ประจำด้วยใช่หรือไม่นายพัฒนา ย้ำว่า ใช่ จะต้องมีแพทย์ประจำร้าน และการสั่งจ่ายก็เหมือนกับการสั่งจ่ายยา จะต้องมีใบที่เซ็นโดยแพทย์ ซึ่งปัจจุบันเรามีแอปพลิเคชันเป็นลิงก์ ซึ่งสามารถตรวจสอบได้ ว่าร้านกัญชาและแหล่งปลูกตั้งที่ใด ซึ่งจากการที่ตนตรวจเช็คช่วงเช้าที่ผ่านมา ได้มีการบันทึกข้อมูลไปแล้ว 10,000 แห่ง คิดว่าครอบคลุมกว่า 95% แล้ว ดังนั้นเจ้าหน้าที่และผู้ที่ต้องใช้กัญชาทางการแพทย์ สามารถเข้าไปตรวจสอบได้ว่าร้านขึ้นทะเบียนถูกต้องหรือไม่ หากร้านใดไม่อยู่ในแผนที่ ก็สามารถสันนิษฐานได้ว่าไม่ได้ขึ้นทะเบียนอย่างถูกต้องตามกฎหมาย รวมถึงร้านค้าตามแหล่งท่องเที่ยว ก็ต้องตรวจสอบว่าขึ้นทะเบียนถูกต้องหรือไม่ หากไม่ได้ขึ้นทะเบียนอย่างถูกต้อง เจ้าหน้าที่สามารถเข้าไปแสดงตัวและขอจับกุมได้ ซึ่ง 3-4 เดือนที่ผ่านมามีคำสั่งแล้วว่ามีเจ้าหน้าที่หน่วยใดบ้างที่สามารถเข้าไปปฎิบัติหน้าที่ได้


