สำนักงาน กปร. ผนึกกำลังสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) ลงนามบันทึกความเข้าใจความร่วมมือทางวิชาการ ยกระดับการติดตามและประเมินผลโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ พร้อมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ข้อมูล และระบบสารสนเทศ มุ่งใช้ข้อมูลเชิงประจักษ์สะท้อนผลสัมฤทธิ์และประโยชน์ที่ประชาชนได้รับ เพื่อประกอบการวางแผนและกำหนดทิศทางการพัฒนาโครงการในอนาคตอย่างเป็นระบบ
เมื่อวันพุธที่ 2 กันยายน 2569 สำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (สำนักงาน กปร.) ร่วมกับสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จัดพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจความร่วมมือทางวิชาการว่าด้วยการติดตามและประเมินผล และการแลกเปลี่ยนข้อมูลโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ณ ห้องประชุมหนุมาน 1 สำนักงาน กปร. โดยมีนางสุพร ตรีนรินทร์ เลขาธิการคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ และนายพีรพันธ์ คอทอง เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร ร่วมลงนาม พร้อมด้วยคณะผู้บริหารและผู้แทนจากทั้งสองหน่วยงานร่วมเป็นสักขีพยาน
ความร่วมมือครั้งนี้มีเป้าหมายสำคัญในการยกระดับการติดตามและประเมินผลโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ โดยให้สำนักงาน กปร. และ สศก. เป็นพันธมิตรทางวิชาการในการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านการติดตามและประเมินผล รวมถึงองค์ความรู้เกี่ยวกับโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ตลอดจนข้อมูล ระบบสารสนเทศ และเครื่องมือทางวิชาการที่เกี่ยวข้อง เพื่อพัฒนากระบวนการทำงานร่วมกันให้เป็นระบบ มีทิศทางที่สอดคล้องกัน และสามารถจัดทำข้อมูลเชิงประจักษ์ที่สะท้อนผลสัมฤทธิ์และประโยชน์ที่ประชาชนได้รับจากโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริได้อย่างชัดเจนและเป็นรูปธรรม
นางสุพร ตรีนรินทร์ เลขาธิการ กปร. กล่าวว่า ความร่วมมือระหว่างสำนักงาน กปร. และ สศก. ในครั้งนี้มีความสำคัญอย่างยิ่ง โดยเฉพาะการยกระดับการติดตามและประเมินผลโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ตลอดจนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และการดำเนินงานร่วมกัน ซึ่งจะนำไปสู่การพัฒนาโครงการในอนาคตอย่างมีประสิทธิภาพ
ที่ผ่านมา สำนักงาน กปร. ดำเนินการติดตามและประเมินผลโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริมาอย่างต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตาม ด้วยข้อจำกัดด้านบุคลากรและงบประมาณ ทำให้ในแต่ละปีสามารถประเมินผลโครงการได้ในจำนวนจำกัด เมื่อเทียบกับจำนวนโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริที่มีอยู่มากกว่า 5,000 โครงการ ขณะที่สามารถประเมินผลได้เพียงกว่า 200 โครงการ ดังนั้น
การร่วมมือกับ สศก. ซึ่งมีบุคลากรและองค์ความรู้ด้านการประเมินผล เศรษฐศาสตร์ และสถิติ จะช่วยเพิ่มศักยภาพและขยายขอบเขตการประเมินผลให้ครอบคลุมโครงการต่าง ๆ ได้มากยิ่งขึ้น
“การประเมินผลถือเป็นข้อมูลสำคัญที่จะนำไปสู่การวางแผนและการตัดสินใจในอนาคต เพราะจะทำให้ทราบว่า เมื่อดำเนินโครงการแล้วเกิดผลอย่างไร ประชาชนได้รับประโยชน์มากน้อยเพียงใด และสำนักงาน กปร. จะสามารถนำผลที่ได้ไปกำหนดทิศทางการดำเนินงานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นได้อย่างไร” นางสุพร กล่าว
ด้านนายพีรพันธ์ คอทอง เลขาธิการ สศก. กล่าวว่า สศก. มีจุดแข็งด้านบุคลากรและองค์ความรู้เกี่ยวกับการใช้เครื่องมือทางสถิติ การสำรวจ การติดตาม และการประมวลผลข้อมูล รวมถึงการวิเคราะห์ทางเศรษฐศาสตร์ ซึ่งสามารถนำมาใช้ในการประเมินผลการดำเนินโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ โดยเฉพาะการวิเคราะห์ว่าประชาชนที่ได้รับประโยชน์จากโครงการมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นมากน้อยเพียงใด และการดำเนินงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเป็นไปในทิศทางที่เหมาะสมหรือไม่
ทั้งนี้ การนำหลักวิชาการด้านเศรษฐศาสตร์ สถิติ และการประเมินผลมาใช้ จะช่วยให้การติดตามและประเมินผลมีความแม่นยำ มีหลักวิชาการรองรับ และสามารถนำผลการวิเคราะห์ไปประกอบการจัดทำข้อเสนอแนะที่นำไปปฏิบัติได้จริง โดยเฉพาะในอนาคตที่บริบททางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมมีความซับซ้อนเพิ่มขึ้น การมีข้อมูลที่ถูกต้องและเป็นระบบจะช่วยให้หน่วยงานสามารถเรียนรู้จากผลการดำเนินงานที่ผ่านมา และกำหนดแนวทางการพัฒนาให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
นายพีรพันธ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า สศก. จะร่วมกับสำนักงาน กปร. ติดตามคุณภาพชีวิตของประชาชนที่ได้รับประโยชน์จากโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริอย่างต่อเนื่อง โดยอาจติดตามในระยะ 3–5 ปี เพื่อให้เห็นการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาการของประชาชนอย่างเป็นลำดับ พร้อมทั้งส่งเสริมการทำงานด้านวิชาการและการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างบุคลากรของทั้งสองหน่วยงาน
ทั้งในด้านแนวคิด เครื่องมือการประเมินผล ตลอดจนเทคนิคทางสถิติและเศรษฐศาสตร์ที่มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง
สำหรับกรอบความร่วมมือ สศก. จะสนับสนุนองค์ความรู้และข้อมูลด้านเศรษฐศาสตร์ สถิติ และประชากรศาสตร์ เพื่อให้สำนักงาน กปร. นำไปใช้ประโยชน์ในการติดตามและประเมินผลและจัดทำรายงาน ขณะที่สำนักงาน กปร. จะสนับสนุนข้อมูลเกี่ยวกับโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ รวมทั้งร่วมกันกำหนดแนวทางการติดตามและประเมินผล พัฒนาบุคลากร และพัฒนาระบบสารสนเทศให้สามารถนำไปใช้ประโยชน์ร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ
นอกจากนี้ สศก. ยังมีประสบการณ์ในการประเมินผลโครงการของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริมาแล้วหลายโครงการ โดยผลการประเมินสามารถสะท้อนผลสัมฤทธิ์ด้านการพัฒนาคุณภาพชีวิตของเกษตรกร ทั้งในด้านรายได้ ความเป็นอยู่ และการดำเนินชีวิตตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ข้อมูลดังกล่าวจึงสามารถนำมาใช้เป็นฐานความรู้ในการพัฒนาและต่อยอดการดำเนินงานในระยะต่อไป
การลงนามบันทึกความเข้าใจในครั้งนี้ จึงนับเป็นอีกก้าวสำคัญของความร่วมมือทางวิชาการระหว่างสำนักงาน กปร. และ สศก. ในการเสริมศักยภาพด้านการติดตามและประเมินผล ตลอดจนการแลกเปลี่ยนข้อมูลและองค์ความรู้ เพื่อให้การดำเนินโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริมีข้อมูลเชิงประจักษ์รองรับ สามารถสะท้อนผลสัมฤทธิ์และประโยชน์ที่เกิดขึ้นกับประชาชนได้อย่างถูกต้องตามหลักวิชาการ และนำไปสู่การวางแผนและพัฒนาโครงการให้ตอบสนองต่อบริบทและความต้องการของประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน พร้อมเผยแพร่ผลสัมฤทธิ์สู่สาธารณชนให้ได้รับทราบอย่างกว้างขวางต่อไป


