xs
xsm
sm
md
lg

“ไอติม” สั่งปลดกล้าธรรมพ้นวิปฝ่ายค้าน เซ่นโหวตสวนงบ จ่อลุยซักฟอกรัฐบาล

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


พริษฐ์ วัชรสินธุ
ฝ่ายค้านเขย่าทัพ! “ไอติม” สั่งปรับ “กล้าธรรม” พ้นวิปฝ่ายค้าน หลังแหกมติโหวตผ่านงบฯ 70 ลั่นต้องเคารพเจตนารมณ์ตรวจสอบรัฐบาล ล่าสุดส่งชื่อวิปใหม่ 5 พรรค พร้อมเดินหน้ายื่นซักฟอก

21 ก.ย. 2569 นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงาน (วิป) ฝ่ายค้าน ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ถอดพรรคกล้าธรรมออกจากฝ่ายค้าน ว่า ต้องทำความเข้าใจก่อนว่า การทำงานของพรรคการเมืองในซีกฝ่ายค้านไม่ได้เหมือนซีกรัฐบาลที่ตกลงจับมือกันตั้งรัฐบาล แต่ฝ่ายค้านคือพรรคที่ไม่ว่าด้วยสาเหตุใดก็ตามที่ไม่ได้เข้าร่วมรัฐบาล ซึ่งตั้งแต่วันแรกที่ตนเข้ามาทำหน้าที่ประธานวิปฝ่ายค้าน ก็เน้นย้ำเสมอว่าพรรคฝ่ายค้านต้องทำงานด้วยความเคารพซึ่งกันและกัน แม้อาจจะมีจุดยืน อุดมการณ์ทางการเมือง หรือแนวนโยบายที่แตกต่างกันบ้าง แต่จุดร่วมที่ฝ่ายค้านต้องมีร่วมกันคือการทำหน้าที่ตรวจสอบรัฐบาลเพื่อปกป้องประโยชน์ของประชาชน

นายพริษฐ์ กล่าวต่อว่า เหตุการณ์ล่าสุดเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 10 กันยายน ที่ผ่านมา โดยพรรคกล้าธรรมมีมติให้ สส. ของพรรคลงมติเห็นชอบ ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 ในวาระที่ 3 ซึ่งขัดกับมติวิปฝ่ายค้านที่ตกลงร่วมกันว่าจะไม่ลงมติเห็นชอบ อีกทั้งยังเกิดคำถามถึงสถานะและเจตนารมณ์ของพรรคกล้าธรรมในการทำหน้าที่ตรวจสอบรัฐบาล ประกอบกับความไม่ชัดเจนเกี่ยวกับท่าทีของพรรคในการยื่นญัตติและการลงมติอภิปรายไม่ไว้วางใจที่กำลังจะเกิดขึ้น

ดังนั้น จึงได้มีการหารือร่วมกับตัวแทนวิปของพรรคกล้าธรรม และตกลงร่วมกันที่จะปรับพรรคกล้าธรรมออกจากองค์ประกอบของวิปฝ่ายค้าน เพื่อให้กลไกของรัฐสภาที่ถูกออกแบบไว้สำหรับฝ่ายค้านได้ถูกใช้โดยพรรคการเมืองที่มีความประสงค์จะทำหน้าที่ฝ่ายค้านอย่างแท้จริง อย่างไรก็ตาม พรรคกล้าธรรมซึ่งมี สส. กว่า 50 คน ยังคงมีสิทธิในสภาที่ไม่เกี่ยวกับการทำงานของฝ่ายค้าน เช่น โควตาการปรึกษาหารือ ปัญหาในพื้นที่ หรือเวลาอภิปรายวาระทั่วไป โดยตนจะยังคงประสานงานในส่วนนั้นตามปกติ

ประธานวิปฝ่ายค้าน ระบุว่า ในส่วนการทำงานเชิงปฏิบัติ ได้นำเสนอรายชื่อวิปฝ่ายค้านชุดใหม่ไปยังผู้นำฝ่ายค้าน เพื่อเสนอต่อประธานรัฐสภาต่อไป โดยวิปฝ่ายค้านชุดใหม่จะประกอบด้วย 5 พรรคการเมือง ได้แก่ พรรคประชาชน, พรรคประชาธิปัตย์, พรรคไทยสร้างไทย (พรรคไทยพรรคดี), พรรคเสรีรวมไทย และเพิ่มพรรคไทยรวมพลังเข้ามา เนื่องจากในช่วงหลังได้ลงมติไปในทิศทางเดียวกับฝ่ายค้านมาโดยตลอด ทั้งเรื่อง พ.ร.ก.เงินกู้ และ ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ ปี 2570 พร้อมแสดงความประสงค์ทำหน้าที่ฝ่ายค้าน โดยภารกิจสำคัญเฉพาะหน้าคือการเดินหน้ายื่นญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ

เมื่อถามว่า จะถูกมองว่าเป็นการไล่พรรคกล้าธรรมออกหรือไม่ นายพริษฐ์ ยืนยันว่า การลงมติ ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ เป็นเรื่องสำคัญที่สะท้อนเจตนารมณ์ในการทำหน้าที่ เมื่อนำมาประกอบกับท่าทีในการอภิปรายไม่ไว้วางใจที่พรรคกล้าธรรมยังไม่มีท่าทีชัดเจน จึงค่อนข้างชัดเจนว่าพรรคกล้าธรรมไม่ได้มีความประสงค์ทำหน้าที่ในฐานะฝ่ายค้าน และการปรับออกจากวิปฝ่ายค้านก็เป็นการตกลงร่วมกันระหว่างทั้งสองฝ่าย