xs
xsm
sm
md
lg

ฝ่ายค้านล็อก ซักฟอก “อนุทิน”เป้าหลัก ขยายผล ฮั้วสว.!!

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ -  อนุทิน ชาญวีรกูล - ไชยชนก ชิดชอบ
เมืองไทย 360 องศา

ใกล้เข้ามาทุกทีแล้วสำหรับ “ญัตติซักฟอก” ของฝ่ายค้าน ล่าสุด นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน และผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ได้กำหนดการคร่าวๆ เอาไว้แล้วว่า จะยื่นญัตติอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจภายในเดือนตุลาคมนี้ หรืออย่างช้าไม่เกินต้นเดือนพฤศจิกายน โดยที่ผ่านมาได้มีการหารือกับพรรคร่วมฝ่ายค้านอื่นๆกันเรียบร้อยแล้ว ทุกอย่างจะอยู่ในกรอบสมัยประชุมนี้แน่นอน

แม้ว่ายังมีเวลาอีกสักพัก ก่อนถึงช่วงเวลาซักฟอก แต่หากบอกว่าเป็นปลายเดือนตุลาคมถึงต้นเดือนพฤศจิกายน ทำให้คาดการณ์ได้ว่าการอภิปรายน่าจะเกิดขึ้นภายในเดือนพฤศจิกายนนั่นแหละ ก่อนปิดสมัยประชุมในเดือนธันวาคม

อย่างไรก็ดี หากพิจารณากันตามสถานการณ์จริง ถือว่า“กระแส” ยังไม่แรงพอ อาจเป็นเพราะเวลายังมาไม่ถึง ประกอบกับเป็นช่วงที่สังคมกำลังจับตามองกันถึงเรื่อง “ฮั้วสว.” และแม้ว่าคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จะลงมติส่งฟ้องจำนวน 77 คน โดยมี สว.แค่ 26 คน โดยไม่มีรายชื่อคณะกรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทย ติดโผเลยสักคน ลักษณะจึงถูกมองว่า เหมือนกับเป็นการ “ฟอกขาว” ให้กับพวกเขา โดยเฉพาะนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรค และนายเนวิน ชิดชอบ ที่ถือว่ามีอิทธิพลชี้นำพรรค รวมไปถึงระดับแกนนำสำคัญของพรรค เรียกว่า “ผ่านสะดวก” ทุกคน

ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ
แม้ว่าพวกเขาจะไม่มีรายชื่อดังกล่าว แล้วก็ตาม แต่จากคำพูดของนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ในฐานะผู้นำฝ่ายค้าน ย้ำว่าในการอภิปรายไม่ไว้วางใจที่กำลังจะเกิดขึ้น จะต้องมีเรื่อง“ฮั้วสว.” มาอภิปรายอย่างแน่นอน

“ตอนนี้เห็นว่านายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภา ออกมาให้สัมภาษณ์ว่า ไม่มีความพยายามในการเตะสกัด หรือพยายามบล็อกไม่ให้นำเรื่องโกงสว. มาอภิปรายไม่ไว้วางใจ ก็อยากให้ประธานรัฐสภา ยืนยันในหลักการเช่นนี้ต่อไป เพราะการอภิปรายในตัวคุณสมบัติพฤติกรรมที่มาจากผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองของรัฐบาลโดยตรง แม้จะอยู่ใน หรือนอกรัฐบาลชุดนี้นั้น เป็นสิ่งที่สามารถนำอภิปรายไม่ไว้วางใจได้” ผู้นำฝ่ายค้าน กล่าว

ดังนั้น หากให้ประเมินเวลานี้ก็พอมองออกได้ไม่ยากแล้วว่า เรื่อง “ฮั้วสว.” จะต้องเป็นเรื่องหลักสำหรับการอภิปรายไม่ไว้วางใจในครั้งนี้ และต้องพุ่งเป้าไปที่คนสำคัญของพรรคภูมิใจไทย ไล่เรียงตั้งแต่นายอนุทิน ชาญวีรกูล รวมไปถึงกรรมการบริหารพรรคคนอื่นๆที่มีรายชื่อติดโผมาก่อนหน้านี้ แต่ถูกมองว่าได้รับการ “ฟอกขาว” จากคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) เสียงข้างมาก ดังที่ทราบกันไปแล้ว

อนุทิน ชาญวีรกูล
ขณะที่ ปฏิกิริยาจากฝ่ายรัฐบาล โดยนายอนุทิน ย้ำก่อนหน้านี้ว่า เราต้องพร้อมตอบในทุกเรื่อง ถ้าทำแล้วไม่ได้ออกมาจากเจตนารมณ์ที่ไม่สุจริต ทุกการกระทำของรัฐบาล ทุกการตัดสินใจ ทุกการดำเนินงานตั้งแต่มาเป็นรัฐบาล ก็ทำอยู่บนพื้นฐานประโยชน์ของประเทศ และประชาชนและเจตนารมณ์ที่สุจริต ไม่มีตรงไหนที่สามารถบ่งชี้ ว่าไปเอื้อประโยชน์กับใครคนใดคนหนึ่ง ทำงานแบบนี้มาตั้งแต่สมัยเป็น รมว.สาธารณสุข กี่ปีมาแล้ว แต่ก็โดนอภิปรายทุกรอบ เป็นรมว.สาธารณสุข ก็โดน แต่ก็ได้รับคะแนนเสียงไว้วางใจมากที่สุดแทบทุกครั้ง ตนก็มีความพร้อมในการชี้แจง หากถูกกล่าวหา มีการอภิปรายหรือมีการตั้งคำถามก็ต้องตอบ

“จะไม่มั่นใจก็ต่อเมื่อผมตั้งใจทำอะไรผิดแล้วนึกว่าคนจะจับไม่ได้ ถ้าอย่างนั้นจะกังวล แต่ผมไม่กังวล เพราะผมไม่มีวันทำอะไรที่ผิดกฎหมาย และไม่เป็นประโยชน์กับประเทศและประชาชน ผมมีหลักของผมแค่สองสามอย่าง และทำงานของผม” นายอนุทิน กล่าวย้ำแสดงความมั่นใจว่า ตัวเองไม่ได้ทำอะไรผิดกฎหมาย

“เมื่อสักครู่ ผมได้ฟังในที่ประชุมที่มีระดับปลัดกระทรวง ระดับหัวส่วนราชการที่เกษียณอายุราชการ ทุกท่านให้ความชื่นชมในการทำงานร่วมกับรัฐบาลซึ่งเป็นฝ่ายการเมือง รวมถึงการมอบนโยบายให้กับข้าราชการประจำไปปฏิบัติ ท่านเหล่านั้นจะเหลือเวลาอีก 2 สัปดาห์จะเกษียณอายุราชการ ท่านก็ไม่จำเป็นที่จะต้องมาพูดเอาใจ ให้เราเกิดความรู้สึกเป็นบวกมากๆ กับพวกท่าน เพราะท่านไม่ได้คาดหวังอะไร เราก็ถือว่าท่านเหล่านี้เป็นบุคคลที่มีเกียรติ มีตำแหน่งหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบเป็นอันมาก ซึ่งเขาให้คำชื่นชมว่า รัฐบาลให้การสนับสนุนภารกิจทุกหน่วยงานเป็นอย่างดี ซึ่งทำให้ผมมั่นใจได้ว่า รัฐบาลชุดนี้ได้ทำคุณประโยชน์ผ่านทางข้าราชการประจำให้ไปดำเนินการต่างๆได้”

ไชยชนก ชิดชอบ
แน่นอนว่า หากพิจารณาจากบรรยากาศแล้ว เหมือนกับว่าในยามนี้ “กระแส” ยังไม่มาเท่าไหร่นัก อาจเป็นเพราะเวลายังมาไม่ถึง ต้องรออีกสักพัก ขณะเดียวกันก็ต้องยอมรับความจริงว่า ความนิยมชมชอบในผลงานของฝ่ายค้าน “ยังไม่สร้างความรู้สึกร่วม” ได้มากพอ เอาเป็นว่าผลงานก็ยังไม่ถึงขั้นโดดเด่นนัก แต่ในระยะหลังก็ถือว่าใช้ได้ ทำได้ดีกว่าเดิม

ขณะที่อีกด้านหนึ่ง หากพิจารณาจากแนวโน้มยังคาดว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย และนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เลขาธิการพรรคภูมิใจไทย ยังเป็นเป้าหลักในการ“ซักฟอก”ของฝ่ายค้านในครั้งนี้ แม้ว่ายังมีรัฐมนตรีอีกหลายคนที่มีชื่ออยู่ในโผ แต่ในเบื้องต้นรับรองว่าสองคนนี้ โดนหนักแน่!!