“พิสิษฐ์” ตั้งคำถามดีเอสไอเข้าตรวจสอบการเลือก สว.ปี 67 เป็นธรรมหรือไม่ วอนเคารพคำวินิจฉัย กกต. ชี้เหตุไทยเขียน รธน.หลายฉบับไม่เคยสำเร็จ ขออย่าชวนคนลงถนนเพราะรอไม่เป็น แนะรอให้รัฐบาลบริหารเสร็จ แล้วค่อยใช้กระบวนการทางรัฐสภา
วันนี้ (21 ก.ย.) นายพิสิษฐ์ อภิวัฒนาพงศ์ สมาชิกวุฒิสภา อภิปรายแสดงความคิดเห็นต่อรายงานข้อเสนอแนะเพื่อพัฒนากระบวนการเลือกตั้งของไทยให้เสรีและเป็นธรรม ซึ่งจัดทำโดยคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมืองฯ วุฒิสภา โดยเสนอให้คณะกรรมาธิการนำมาตรา 42 และมาตรา 49 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง พ.ศ. 2560 มาประกอบการพิจารณาด้วย
นายพิสิษฐ์กล่าวว่า บทบัญญัติดังกล่าวเกี่ยวข้องโดยตรงกับกรณีที่หน่วยงานของรัฐหรือพนักงานสอบสวนรับเรื่องความผิดเกี่ยวกับการเลือกตั้งและพรรคการเมืองไว้พิจารณา หากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เห็นสมควรดำเนินการเอง กฎหมายกำหนดให้โอนเรื่องและสำนวนที่เกี่ยวข้องมายัง กกต.ภายใน 7 วัน
นายพิสิษฐ์ตั้งคำถามถึงกรณีการเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ปี 2567 ว่า แม้ กกต.มีคำวินิจฉัยออกมาแล้ว แต่กระแสสังคมยังคงวิพากษ์วิจารณ์ไม่ยุติ พร้อมมองว่าบทบัญญัติดังกล่าวเปรียบเสมือน “เส้นบาง ๆ” ระหว่างอำนาจของ กกต.กับหน่วยงานอื่น โดยเฉพาะกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ)
“มีการเลือกตั้งครั้งไหนบ้างที่หน่วยงานดีเอสไอ สังกัดกระทรวงยุติธรรม เข้ามาตรวจสอบการเลือกตั้ง แบบนี้เรียกว่ามาตรฐานใช่หรือไม่” นายพิสิษฐ์กล่าว
นายพิสิษฐ์ระบุด้วยว่า รายงานของคณะกรรมาธิการจะมีความสมบูรณ์มากขึ้น หากนำมาตรา 42 และมาตรา 49 มาพิจารณา พร้อมตั้งคำถามว่า การตรวจสอบองค์กรอิสระโดยหน่วยงานที่อยู่ภายใต้การกำกับของรัฐมนตรีจากพรรคการเมือง ถือว่าเป็นธรรมแล้วหรือไม่
นอกจากนี้ นายพิสิษฐ์กล่าวถึงประชาชนว่า เมื่อ กกต.มีคำวินิจฉัยอย่างเบ็ดเสร็จแล้ว ทุกฝ่ายควรเคารพกฎหมาย พร้อมแสดงความคาดหวังว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับต่อไปจะนำไปสู่การเลือกตั้งที่เสรีและเป็นธรรม โดยไม่หวนกลับไปสู่วงจรการชุมนุมบนท้องถนน การรัฐประหาร และการร่างรัฐธรรมนูญใหม่ซ้ำอีก
“ทำไมประเทศเราเขียนรัฐธรรมนูญมากี่ฉบับแล้ว มันไม่สำเร็จสักที เพราะตอบสั้น ๆ ง่าย ๆ คุณรอไม่เป็นหรือครับ รอให้คนอื่นเขาบริหารให้เสร็จเด็ดขาด แล้วใช้กระบวนการทางรัฐสภาสิครับ” นายพิสิษฐ์กล่าว


