วุฒิสภาถกรายงานข้อเสนอเพื่อพัฒนาการเลือกตั้ง “นันทนา” ชำแหละ กกต.ล้มเหลว จี้ลดอำนาจ–เปิดทางปชช.ถอดถอน เหน็บแจกแต่ “ใบน้ำเงิน” ตั้งคำถามเลือกตั้ง 8 ก.พ.เละเทะ–รายงานผลล่าช้า ด้าน “กอบ” โต้ต้องเคารพกฎหมาย “พรชัย” ชี้ กกต.รวบอำนาจทั้งจัด–สอบ–ตัดสิน เสนอรื้อโครงสร้างใหม่ หลังคดีเลือก สว.ส่งศาล 77 ราย เป็น สว.26 ราย
วันนี้ (21 ก.ย.) ที่ประชุมวุฒิสภาพิจารณารายงานข้อเสนอเพื่อพัฒนากระบวนการเลือกตั้งของไทยให้เสรีและเป็นธรรม จัดทำโดยคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมืองฯ โดยสมาชิกอภิปรายถึงโครงสร้าง อำนาจ และประสิทธิภาพการทำงานของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) อย่างกว้างขวาง
น.ส.นันทนา นันทวโรภาส สว. กล่าวว่า กกต.ก่อตั้งขึ้นตามรัฐธรรมนูญปี 2540 เพื่อให้การเลือกตั้งมีประสิทธิภาพ เป็นกลาง และไม่เอื้อประโยชน์แก่พรรคการเมือง แต่ตลอด 28 ปีที่ผ่านมา กลับไม่สามารถสร้างความเชื่อมั่นได้ โดยเฉพาะการเลือก สว.และการเลือกตั้ง สส.ครั้งล่าสุด จนเกิดวิกฤตศรัทธา
น.ส.นันทนาเสนอให้แยกอำนาจจัดการเลือกตั้งออกจากอำนาจตรวจสอบและวินิจฉัย โดยให้ กกต.รับผิดชอบเฉพาะการบริหารจัดการ ส่วนอำนาจให้ใบเหลือง ใบส้ม ใบแดง และใบดำควรเป็นของศาล เพื่อป้องกันความขัดกันของผลประโยชน์ พร้อมเหน็บว่า ที่ผ่านมาเห็นแต่การแจก “ใบน้ำเงิน” ให้ผ่านฉลุย
นอกจากนี้ ยังเสนอให้ปรับที่มาของ กกต.ให้ยึดโยงกับประชาชน เปิดกระบวนการสรรหาและแสดงวิสัยทัศน์ต่อสาธารณะ ลดอายุขั้นต่ำของผู้สมัครเหลือ 35 ปี และเปิดทางให้ประชาชนเข้าชื่อถอดถอนผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระที่ปฏิบัติหน้าที่ไม่สุจริตหรือบิดเบี้ยว
น.ส.นันทนายังวิจารณ์การจัดทำบัตรเลือกตั้งที่มีบาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ด การรายงานผลที่ล่าช้า รวมถึงจำนวนบัตรเสียที่อยู่ในระดับสูง พร้อมเสนอให้ยึดเจตนาของผู้เลือกตั้งเป็นหลัก เปิดให้ภาคประชาชนและพรรคการเมืองเข้าสังเกตการณ์การนับคะแนน และเปิดลงทะเบียนออกเสียงประชามติล่วงหน้า
“หากจ่ายเงิน 7 พันล้านบาทแล้วได้ประสิทธิภาพแค่นี้ ต่อไปไม่ต้องมี กกต. ใช้เอไอดีกว่า” น.ส.นันทนากล่าว
ด้าน พ.ต.อ.กอบ อัจนากิตติ สว. โต้แย้งว่า ข้อเสนอให้ประชาชนมีอำนาจถอดถอน กกต.ต้องพิจารณาความเป็นไปได้และไม่สร้างความแตกแยก พร้อมย้ำว่า กกต.และองค์กรอิสระมีที่มาตามรัฐธรรมนูญและกฎหมาย หากต้องการแก้ไขกฎหมาย กกต.หรือกฎหมายเลือกตั้ง ต้องเริ่มจากสภาผู้แทนราษฎรและไม่ละเมิดสิทธิของบุคคลอื่น
พ.ต.อ.กอบระบุด้วยว่า การตรวจสอบกระบวนการเลือก สว.ดำเนินไปตามกฎหมาย โดย สว.ให้ความร่วมมือและไม่แทรกแซงทั้งทางตรงและทางอ้อม พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า ผู้วิจารณ์อาจไม่พอใจผลที่ออกมา ขณะที่มติเสียงข้างมากตามกฎหมายกลับถูกมองว่าไม่ถูกต้อง
ขณะที่นายพรชัย วิทยเลิศพันธุ์ สว. กล่าวว่า ปัญหาพื้นฐานคือ กกต.เป็นทั้งผู้จัดการเลือกตั้ง ผู้สืบสวน ไต่สวน วินิจฉัย และมีอำนาจสั่งนับคะแนนหรือเลือกตั้งใหม่ เปรียบเสมือนองค์กรเดียวทำหน้าที่เป็นทั้งผู้ปฏิบัติการ ตำรวจ และอัยการ จึงควรแยกอำนาจเพื่อไม่ให้ กกต.ตรวจสอบการทำงานของตัวเอง
นายพรชัยระบุว่า กกต.มีมติเมื่อวันที่ 14 ก.ย. ให้ยื่นคำร้องต่อศาลและดำเนินคดีอาญาผู้ถูกร้องในคดีเลือก สว.77 ราย เป็น สว.26 ราย แต่ย้ำว่าการส่งดำเนินคดียังไม่ใช่คำพิพากษาว่าบุคคลเหล่านั้นมีความผิด
พร้อมเสนอให้ “ชำแหละและประกอบโครงสร้าง กกต.ใหม่” เพราะคนจัดเกมไม่ควรเป็นคนเดียวกับผู้ตัดสินเกม รวมถึงฟื้นกลไกให้ประชาชน 50,000 คนเข้าชื่อเริ่มกระบวนการถอดถอนองค์กรอิสระ และเรียกร้องให้รัฐสภากับรัฐบาลเร่งจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ตลอดจนแก้ไขบทบัญญัติเกี่ยวกับการเลือก สว.และอำนาจของ กก


