xs
xsm
sm
md
lg

“อนุทิน” มอบนโยบายทีมไทยแลนด์ในญี่ปุ่น ย้ำศักยภาพไทยดึงดูดการลงทุน ชูพลังงานสะอาด-อุตสาหกรรม EV

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



นายกฯ มอบนโยบายทีมไทยแลนด์ ในญี่ปุ่น เดินหน้ากระชับสัมพันธ์ไทย-ญี่ปุ่น ย้ำ ไทยยังมีศักยภาพดึงการลงทุน ชูพลังงานสะอาด-อุตสาหกรรม EV พร้อมร่วมมือปราบแก๊งสแกมเมอร์

เมื่อวันที่ 20 ก.ย.2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมหารือกับทีมประเทศไทย ณ โรงแรมอิมพีเรียล กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น เพื่อมอบนโยบายและแนวทางการขับเคลื่อนด้านการต่างประเทศ รวมถึงทิศทางการส่งเสริมความสัมพันธ์ไทย-ญี่ปุ่น และการบูรณาการการทำงานของทีมประเทศไทย

โดยมี นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นายวิชาวัฒน์ อิศรภักดี ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการต่างประเทศ นายวิชชุ เวชชาชีวะ เอกอัครราชทูต ณ กรุงโตเกียว รวมถึงกงสุลใหญ่ ณ นครโอซาก้า กงสุลใหญ่ ณ นครฟุกุโอกะ ผู้บริหารตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม


นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ไทยและญี่ปุ่นเป็นมิตรประเทศที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกันมาอย่างยาวนาน แม้การลงทุนจากญี่ปุ่นในปัจจุบันอาจไม่ได้มีขนาดเทียบเท่ากับในอดีต หรือบางช่วงอาจชะลอตัว แต่ไทยยังมีศักยภาพและความพร้อมที่จะร่วมมือกับญี่ปุ่นในหลายด้าน

ส่วนการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมยานยนต์ จากรถยนต์สันดาปไปสู่รถยนต์ไฟฟ้า หรือ EV ซึ่งทำให้เกิดการแข่งขันจากผู้ผลิตหลายประเทศ โดยเฉพาะจีน นายกรัฐมนตรี ระบุว่า จากการหารือกับเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทยก่อนหน้านี้ ได้รับการยืนยันว่า ไม่มีการย้ายฐานการผลิตของญี่ปุ่นออกจากประเทศไทยทั้งหมด


ขณะเดียวกัน ไทยยังมีศักยภาพด้านอุตสาหกรรมพลังงานสะอาด ซึ่งสอดคล้องกับทิศทางการลงทุนของญี่ปุ่น โดยรัฐบาลไทยกำลังผลักดันการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน รวมถึงให้ความสำคัญกับความมั่นคงทางพลังงาน แม้ปัจจุบันยังมีความกังวลเกี่ยวกับราคาน้ำมัน

อีกประเด็นที่ทั้งสองประเทศให้ความสำคัญ คือ การปราบปรามแก๊งสแกมเมอร์และอาชญากรรมทางการเงิน นายกรัฐมนตรีระบุว่า รัฐบาลไทยให้ความสำคัญกับการปราบปรามอย่างจริงจัง และระบบตรวจสอบธุรกรรมทางการเงินที่ผิดปกติของไทยมีมาตรฐานและได้รับความน่าเชื่อถือ

นายกรัฐมนตรี ยังกล่าวถึงจุดแข็งด้านภูมิศาสตร์ของประเทศไทย รวมถึงความสัมพันธ์และความคุ้นเคยระหว่างไทยกับญี่ปุ่น โดยเชื่อว่า ญี่ปุ่นจะยังคงให้ความสำคัญกับการร่วมมือและการลงทุนในประเทศไทยต่อไป