xs
xsm
sm
md
lg

นายกฯพร้อมทวงสัญญา “ทรัมป์” หากได้คุยภาษี ขอกดต่ำกว่า 19% มั่นใจ "ศุภจี" คุมเกมเจรจาฉลุย

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



“อนุทิน” พร้อมทวงสัญญา “ทรัมป์” หากมีจังหวะคุยภาษีสหรัฐฯ ลั่นขอกดให้ต่ำกว่า 19% มั่นใจ "ศุภจี" คุมเกมเจรจาฉลุย 

วันนี้ (20ก.ย.) ที่ท่าอากาศยาน 2 กองบิน 6 เมื่อเวลา 8.40 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ก่อนเดินทางเยือนกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น และเดินทางต่อเพื่อเข้าร่วมการประชุมสมัชชาสหประชาชาติ สมัยสามัญ ครั้งที่ 81 ณ นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา ระหว่างวันที่ 20–27 กันยายน 2569 ถึงความคืบหน้าการเจรจาความตกลงการค้าต่างตอบแทนไทย–สหรัฐฯ (ART) ว่า วันนี้ขอทำความเข้าใจกับผู้สื่อข่าวก่อนว่า วันนี้ตนเองยังไม่ได้มีการนัดโทรศัพท์พูดคุยกับประธานาธิบดีสหรัฐฯ ทางคณะเจรจาหรือผู้แทนการค้าทั้งสองฝ่ายที่นำโดย นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้รายงานมาว่า ทุกอย่างเป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้แล้ว และยังเหลือประเด็นอีกเล็กน้อยที่ทางสหรัฐฯ ได้เพิ่มรายละเอียดเข้ามา ซึ่งเมื่อมีการเพิ่มรายละเอียด ทางเราก็ต้องกลับเข้ามาหาวิธีบรรลุข้อสรุปให้ได้

เมื่อถามว่าการเดินทางไปครั้งนี้ มีโอกาสจะได้พบกับประธานาธิบดีสหรัฐฯ ใช่หรือไม่ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ก็จะได้พบเจอกัน

เมื่อถามว่าจะมีโอกาสได้พูดคุยเรื่องนี้กันหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า จะเป็นการพบแบบเพลย์บายเอียร์ (play it by ear) เพราะหลักการมีอยู่แล้ว ตอนนี้ฝ่ายไทยได้อยู่ตามอัตราที่เราต้องการแล้ว แต่มีเงื่อนไขที่ทางสหรัฐฯ มีการขอเพิ่มเติมเข้ามา ซึ่งตนเองได้มีการสอบถามไปยังนางศุภจี เมื่อวันศุกร์ที่ 18 กันยายนที่ผ่านมา ว่าจะสามารถสรุปได้หรือไม่ ซึ่งนางศุภจีบอกว่าได้ เรื่องนี้ไม่มีปัญหา แต่ก็ต้องมาแก้ไขเรื่องเอกสาร

เมื่อถามว่าเงื่อนไขที่ว่าเป็นอย่างไร นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ไม่ได้สอบถามรายละเอียด

เมื่อถามว่าเรื่องนี้จะราบรื่นใช่หรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เท่าที่ดูนางศุภจี มีความมั่นใจ และเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ตนเองได้สอบถามไปอีกรอบ นางศุภจีก็บอกว่าจะเดินทางไปที่นิวยอร์กด้วย ซึ่งจะมีรอบที่ทีมของนางศุภจีพูดคุยกับ USTR และเอกอัครราชทูตระหว่างไทยและสหรัฐฯ ซึ่งทุกอย่างอยู่ในกรอบ

เมื่อถามว่ามั่นใจว่าจะได้อัตราภาษีร้อยละ 19 ใช่หรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ก็พยายามจะกดให้ได้มากที่สุด ทั้งนี้ ขั้นตอนเมื่อถึงเวลาแล้วก็จะถูกส่งมายังผู้นำสองประเทศ ซึ่งโดยปกติจะมีการจัดและนัดพูดคุยกัน ไม่ว่าจะเป็นทางโทรศัพท์หรือทางใดก็แล้วแต่ น่าจะเป็นทางโทรศัพท์ ซึ่งส่วนใหญ่ก็น่าจะเป็นทางโทรศัพท์ เพราะอยู่คนละประเทศ เมื่อถึงตรงนั้นก็ค่อยว่ากัน จะสามารถพูดคุยอะไรกันได้

เมื่อถามว่าที่ผ่านมามีอุปสรรคในด้านใดในเรื่องของการพูดคุยบ้าง นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ในเรื่องนี้คณะเจรจาไม่ได้รายงานว่า มีเรื่องใดที่ไม่สามารถแก้ไขได้ ซึ่งการเจรจาต่างคนต่างมีเงื่อนไขที่สุดโต่งมาก่อน แล้วค่อยตบและเคาะเข้ามา จนถึงทุกฝ่ายรับได้ และนี่คือการเจรจา ไม่ใช่การตบมือข้างเดียว หรือเราจะได้สิ่งที่เราต้องการทั้งหมด หรือสิ่งที่เขาเรียกว่าจะได้ทั้งหมด มันถึงเรียกว่าการเจรจา

เมื่อถามย้ำว่านายกรัฐมนตรีจะใช้จังหวะนี้พูดคุยกับประธานาธิบดีสหรัฐฯ แบบต่อหน้า เพื่อทวงสัญญา MOU ชายแดนไทย–กัมพูชา หลังจากที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯ จะพิจารณาลดภาษีให้ หากทำตามข้อตกลง ใช่หรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ถ้ามีโอกาสก็จะพูดคุยอยู่แล้ว แต่ว่าเที่ยวนี้เราไม่ได้ไปเยือนประเทศใดประเทศหนึ่ง เราไปร่วมในงาน UN ที่จะมีการกล่าวถ้อยแถลงในเวทีดังกล่าว