xs
xsm
sm
md
lg

ปชป.จี้ลดภาษีดีเซล 7 บ. 2 เดือน ชี้ใช้กองทุนพยุงราคาแค่ “โยกเงินกระเป๋าซ้ายไปขวา” ฉะน้ำมันโลกลงแต่ปั๊มไม่ลด

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



“ตรีรัตน์” จี้ลดภาษีสรรพสามิตดีเซล 7 บาทต่อลิตร นาน 2 เดือน ชี้ใช้กองทุนน้ำมันพยุงราคาแค่ “โยกเงินกระเป๋าซ้ายไปขวา” ตั้งคำถามราคาน้ำมันโลกลง แต่หน้าปั๊มไม่ลด พร้อมชงใช้เงินไทยช่วยไทยพลัสที่เหลือกว่า 5 หมื่นล้านบาทลดค่าครองชีพประชาชน

วันที่ (19 ก.ย. 2569) นายตรีรัตน์ ศิริจันทโรภาส ทีมเศรษฐกิจด้านพลังงาน พรรคประชาธิปัตย์ แถลงถึงกรณีคณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) ปรับอัตรากองทุนน้ำมันใหม่ ขณะที่คณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) มีมติให้ลดราคาน้ำมันดีเซลหน้าโรงกลั่นลิตรละ 4 บาท โดยระบุว่า การลดราคาหน้าโรงกลั่นเป็นเพียงการ “รีดกำไรโรงกลั่น” ที่ปล่อยให้สูงเกินจริงมานาน แม้เป็นมาตรการที่ควรดำเนินการ แต่ถือว่าทำช้าเกินไป และยังไม่เพียงพอที่จะทำให้ราคาน้ำมันหน้าปั๊มลดลงอย่างมีนัยสำคัญ

นายตรีรัตน์ระบุว่า ปัญหาสำคัญยังอยู่ที่โครงสร้างราคาน้ำมันซึ่งมีภาระอื่นที่รัฐบาลยังไม่แตะต้อง โดยเฉพาะภาษีสรรพสามิตที่สูงเกือบ 7 บาทต่อลิตร พร้อมมองว่า การใช้เงินกองทุนน้ำมันเข้ามาพยุงราคาเป็นเพียงการ “โยกเงินจากกระเป๋าซ้ายไปกระเป๋าขวา” เพราะเมื่อราคาน้ำมันโลกปรับลดลง รัฐก็ต้องลดการชดเชยและนำเงินกลับเข้าสู่กองทุน ส่งผลให้ราคาหน้าปั๊มไม่ลดลงตามที่ประชาชนคาดหวัง

นายตรีรัตน์ยกตัวอย่างว่า เมื่อวันที่ 16 ก.ย. กบน.ประกาศเพิ่มการชดเชยน้ำมันดีเซลเป็น 8.62 บาทต่อลิตร แต่เพียง 3 วันต่อมา หลังราคาน้ำมันดิบลดลง 2% ซึ่งประชาชนคาดหวังว่าจะเห็นราคาน้ำมันปรับลดตาม เมื่อคืนวันที่ 18 ก.ย. กบน.กลับลดอัตราชดเชยลง 1.67 บาท เหลือ 6.95 บาทต่อลิตร ทำให้ราคาน้ำมันหน้าปั๊มไม่ปรับลด แม้ราคาตลาดโลกจะลดลงแล้ว

“นี่คือวัฏจักรเดิมที่ไม่เคยแก้ปัญหาได้จริง เวลาน้ำมันขึ้นก็ใช้เงินกองทุนอุดหนุน เวลาน้ำมันลงก็ต้องเอาเงินกลับเข้ากองทุน ประชาชนจึงไม่เคยได้ประโยชน์เต็มเม็ดเต็มหน่วยจากราคาน้ำมันโลกที่ลดลง”

นายตรีรัตน์เสนอว่า สิ่งที่รัฐบาลสามารถดำเนินการได้ทันทีคือ การลดภาษีสรรพสามิตน้ำมัน เพื่อให้ราคาน้ำมันลดลงจริงและยั่งยืน แทนการลดราคาชั่วคราวผ่านกลไกกองทุนน้ำมัน ซึ่งท้ายที่สุดประชาชนต้องเป็นผู้จ่ายเงินคืนอยู่ดี

พร้อมกันนี้ นายตรีรัตน์ยังตั้งคำถามถึงรัฐบาลว่า ในเมื่อโครงการไทยช่วยไทยพลัสยังมีเงินเหลือกว่า 50,000 ล้านบาท เหตุใดจึงไม่นำเงินส่วนดังกล่าวมาช่วยลดราคาน้ำมันให้ประชาชนทั่วประเทศ ซึ่งจะช่วยลดค่าครองชีพได้ทันทีและตรงจุด มากกว่าการกู้เงินไปแจกเป็นครั้งคราวโดยไม่ได้แก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง พร้อมตั้งคำถามว่า รัฐบาลกังวลหรือไม่ว่ามาตรการดังกล่าวจะไม่ได้คะแนนนิยมเท่ากับโครงการแจกเงิน

นายตรีรัตน์กล่าวทิ้งท้ายว่า หากรัฐบาลรับข้อเสนอของพรรคประชาธิปัตย์ โดยลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซลเป็นเวลา 2 เดือน ในอัตราลิตรละ 7 บาท จะใช้งบประมาณน้อยกว่าครึ่งเมื่อเทียบกับการต่อโครงการไทยช่วยไทยพลัส ขณะเดียวกันจะช่วยลดภาระค่าครองชีพของประชาชนและลดต้นทุนการผลิตของผู้ประกอบการทั่วประเทศได้อย่างเป็นรูปธรรม