xs
xsm
sm
md
lg

ทนายบอน มองคดีฮั้ว ส.ว. ชี้ 'โพย' อย่างเดียวไม่พอ ต้องมีหลักฐานโยงนักการเมือง-ซื้อเสียง

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



วันนี้(19 ก.ย.) นายณัฐนันท์ กัลยาศิริ หรือทนายบอน อดีตผู้สมัคร สส.พรรคภูมิใจไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า
"คดีฮั้ว ส.ว." ชื่อเล่นของคดี ที่ชวนเข้าใจผิด ทำความเข้าใจกันหน่อยครับว่า จริงๆ แล้วการร้องเรียนและการสอบสวนของ กกต. คือ ประเด็นอะไร มี 2 ประเด็น

ประเด็นแรก กฎหมายห้ามนักการเมืองระดับชาติ / ท้องถิ่น ผู้บริหารพรรคการเมือง (เรียกรวมๆ ง่ายๆ นักการเมือง) ไปยุ่งเกี่ยวกับการเลือก ส.ว.
.
ประเด็นที่สอง กฎหมายห้ามซื้อสิทธิ ขายเสียง จัดเลี้ยง ฯลฯ ทำนองนั้น
.
กฎหมายไม่ได้ห้าม "ฮั้ว" หรือห้ามทำ "โพย"
หลักการที่ กกต. เสียงข้างมากใช้ (หลักการนะ ย้ำ)
.
กรณีแรก นักการเมืองไปยุ่งเกี่ยว มีคลิป มีเสียง มีภาพ ไม่ต้องมีเส้นเงินก็ได้ ส่งดำเนินคดี
.
กรณีที่สอง ซื้อเสียง ขายเสียง จัดเลี้ยง มีคลิป มีภาพ มีเสียง มีเส้นเงิน ส่งดำเนินคดี
.
กรณีที่สาม มีโพย มีพยานบุคคล ไม่มีหลักฐานอื่นชัดๆ ตรงๆ ยกคำร้อง
ย้ำว่าเป็นหลักการ
---
แล้ว "โพย" ไปอยู่ตรงไหนของเรื่อง
ก่อนอื่นผมยังไม่สรุปว่าโพย จริงหรือปลอม แต่คุยบนสมมติฐานว่า หากมีโพยจริงๆ จะเป็นยังไง
"โพย" บอกได้ว่า “ใครนัดแนะกันเลือกใคร”
.
ส.ส. เลือกตั้งโดยประชาชน ส.ส. ต้องไป "ฮั้ว" หรือ ตกลง ให้ประชาชนคนนั้นลงคะแนนให้ตัวเอง เรียกว่า หาเสียง
.
ส.ว. เลือกกันเอง ส.ว. จึงต้องไป “หาเสียง” กันเอง หรือไป "ฮั้ว" กัน โดยสภาพวิธีการมันต้องเป็นแบบนั้น
.
"โพย" ถ้าไม่ได้ทำโดยนักการเมือง หรือ ไม่มีการใช้เงินซื้อสิทธิขายเสียงตามโพย มันไม่ครบองค์ประกอบความผิด
.
ปัญหาคือเฉพาะ "โพย" มันบอกไม่ได้ในตัวเองว่า มันทำโดยนักการเมือง หรือมันมีการซื้อเสียง จัดเลี้ยงหรือไม่
.
มันต้องอาศัยพยานหลักฐานอื่น เช่น
พยานบุคคล มีคนมายืนยันว่า โพยนี้ ได้รับจากนักการเมือง หรือ มีการจ่ายเงิน
และพยานหลักฐานที่เป็น "คลิป ภาพ เสียง" ว่า ไปประชุมกับนักการเมืองมา หรือได้รับเงินตามโพยนี้
.
คดีที่ กกต. เสียงข้างมากยก เพราะมันมีหลักฐานแค่ "พยานบุคคล" และ "พยานแวดล้อม" อื่น เช่น โทรศัพท์ (ซึ่งไม่รู้ว่าคุยเรื่องอะไร) เบสโทรศัพท์ ว่าอยู่ที่ไหน (แต่ไม่รู้ว่าคุยเรื่องอะไร)
เพราะฉะนั้น "โพย" มันเป็นพยานว่ามีการหาเสียงกัน (หากโพยเป็นของจริงนะ) แต่โดยตัวมันเองไม่ได้เป็นหลักฐานว่า นักการเมืองเข้าไปเกี่ยว หรือมีการซื้อเสียงจัดเลี้ยง ที่จะครบองค์ประกอบความผิดตามกฎหมาย
.
เรียกว่า "โพย" เป็นพยานแวดล้อมได้ หากปรากฏว่ามีนักการเมืองชักชวนให้ลงคะแนนให้ ส.ว. ตามโพย หรือ มีการซื้อเสียงกันตามโพย
---
สรุป
ไอ้ที่มาโวยวายกันว่า "มีโพย" ชัดๆ กกต. ดันไม่ดำเนินคดี มีข้อสังเกต ดังนี้
1. "โพย" โดยตัวมันเอง บอกไม่ได้ว่า นักการเมืองเกี่ยวอย่างไร หรือมีการซื้อเสียงอย่างไร
2. ไอ้ที่มีพยานหลักฐานครบ เช่น พยานบุคคล คลิป ภาพ เสียง เส้นเงิน กกต. เค้าก็ส่งดำเนินคดี เพราะครบองค์ประกอบ มีหลักฐานยืนยัน
3. แต่ไอ้ที่ไม่ส่ง เพราะมีแค่ "โพย" (ซึ่งก็ไม่รู้ว่าจริงไหม) กับพยานบุคคล (ที่มาให้การหรือแจ้งเหตุหลังเกิดเหตุเป็นเดือน และไม่เกี่ยวว่าพยานกลับคำหรือไม่) กกต. เสียงข้างมากเลยวินิจฉัยว่า ไม่ส่งๆๆ ยุติเรื่อง
4. กกต. เสียงข้างน้อยบอกว่า "โพย" ที่มีนักการเมืองเกี่ยว หรือมีหลักฐานเป็นคลิปเป็นเสียง ดำเนินคดีไปถูกต้องแล้ว แต่ "โพย" ที่มีเพียง "พยานบุคคล" และพยานแวดล้อมอื่น เช่น ประวัติการโทร เบสโทรศัพท์ เมื่อเป็นขบวนการเดียวกัน ก็ต้องผิดหมด ต้องส่งศาลหมด แม้ไม่มี คลิปการประชุม ภาพ เสียง เส้นเงิน เพราะเราต้อง “มองช้างทั้งตัว” ... ผมจับใจความได้ว่าแบบนั้น

แถม
.
ทีนี้มาถึงคดี “ฮั้ว” ของอีกฟากฝั่งหนึ่ง หนึ่งในประเด็นที่ กกต. สอบสวน คือ มีการ “จัดเลี้ยง” ซึ่งเป็นข้อห้ามตามกฎหมาย เพื่อให้ผู้สมัคร ส.ว. ลงคะแนน หรืองดเว้นการลงคะแนนให้ใคร หรือไม่

ถ้าบังเอิญ มีพยานบุคคล และมีภาพ มีคลิป หรือมีหลักฐานอื่นว่า “มีการจัดเลี้ยง” เพื่อให้มีการหาเสียงกันเองในระหว่าง ส.ว. ด้วยกัน … ช_ละ กกต. ซวยอีกแน่นอน เพราะต้องส่งดำเนินคดีโดยไม่มีทางเลือก 555555

แต่ถ้าไม่มีหลักฐานอื่น มีแค่พยานบุคคล ผมว่า กกต. ก็ใช้มาตรฐานเดิม “ยกคำร้อง” ครับ"