โพลพระปกเกล้าสะท้อนเสียงประชาชน 88.2% หวาดผวาคนทั่วไปครอบครองปืน ไม่เชื่อมั่นมาตรการป้องกัน จี้รัฐปราบปืนเถื่อนจริงจังพร้อมเพิ่มโทษให้หนักขึ้น
วันนี้(18ก.ย.)สถาบันพระปกเกล้า เปิดเผยผลสำรวจ เรื่อง “มุมมองประชาชนต่อความปลอดภัยในสังคมและแนวทางควบคุมอาวุธปืน” ซึ่งได้ทำการสำรวจจากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป กระจายตามภูมิภาคทั่วประเทศ จำนวน 2,000 ตัวอย่าง ระหว่างวันที่4-7 ก.ย. 69พบว่า 45.1% ระบุ ควรปราบปรามปืนเถื่อนและการซื้อขายปืนผิดกฎหมาย สูงที่สุด รองลงมา 19.1%ควรเพิ่มโทษผู้ครอบครอง พกพา หรือใช้ปืนผิดกฎหมาย และ10%ควรควบคุมการขายปืน กระสุน และชิ้นส่วนปืนทางออนไลน์
ขณะที่9.4 %เห็นควรบังคับใช้ข้อห้ามพกปืนในที่สาธารณะอย่างจริงจัง 6.1% ควรมีระบบติดตามปืนและกระสุนตั้งแต่การซื้อจนถึงผู้ครอบครอง 5.6% เลือกตรวจสอบคุณสมบัติของผู้ที่ขอซื้อหรือครอบครองปืนให้เข้มงวดขึ้น 2.9 %ควรกำหนดวิธีเก็บปืนให้ปลอดภัยและให้แจ้งทันทีเมื่อปืนสูญหาย และ1.8%ไม่แน่ใจ/ไม่มีความเห็น
ทั้งนี้ผลสำรวจส่วนใหญ่ให้น้ำหนักกับปัญหาปืนผิดกฎหมายและความจริงจังในการบังคับใช้กฎหมาย โดยมองทั้งการ เข้าถึงอาวุธปืนและการนำปืนไปใช้ก่อเหตุเป็นประเด็นสำคัญ สะท้อนถึงความคาดหวังต่อการควบคุมที่เกิดผล ในทางปฏิบัติและความต้องการความปลอดภัยจากเหตุรุนแรงในชีวิตประจำวัน
ส่วนการปราบปืนเถื่อนจากผลสำรวจพบว่ามีคะแนนนำอันดับหนึ่งเกือบทุกภาคโดยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 41.4 % ภาคกลาง36.9 %ภาคใต้ 35.7 %และภาคตะวันออก 34.9% ส่วนกรุงเทพฯและภาคเหนือเลือกการ"เพิ่มโทษ” มากที่สุด โดยกรุงเทพฯคิดเป็น37.6 %และภาคเหนือ 26.4% ซึ่งความแตกต่างรายภูมิภาค สะท้อนว่า ประชาชนไม่ได้ให้น้ำหนักกับมาตรการเดียวกันทั้งหมด การออกแบบแนวทางแก้ไข จึงควรพิจารณาทั้งการสกัดแหล่งปืน การตรวจสอบผู้ครอบครอง และการควบคุมการ นำไปใช้ร่วมกัน
นอกจากนี้ยังพบว่าเกือบ 9 ใน 10 กังวลเรื่องการถือครองอาวุธปืนของคนทั่วไป โดย88.2 %มีความกังวลมากที่สุดและค่อนข้างกังวลต่อการมีและการใช้อาวุธปืนของคนทั่วไป มีเพียง10.3 %ที่ไม่ค่อยกังวลและไม่กังวลเลยและ 1.5 %ไม่แน่ใจ/ไม่มีความเห็น โดยความกังวลที่ปรากฏเป็นคำตอบส่วนใหญ่ชัดเจน สะท้อนว่า การมีและการใช้อาวุธปืนของคนทั่วไปเป็นประเด็นที่เกี่ยวข้องกับความรู้สึกปลอดภัยของประชาชนอย่างกว้างขวาง
ขณะเดียวกันก็พบว่า59.9%มีความมั่นใจน้อยต่อการควบคุมอาวุธปืนปัจจุบันว่าจะป้องกันการนำปืนไปก่อเหตุได้ รองลงมา20.3%มั่นใจปานกลาง และ มั่นใจมากเพียง 14% ส่วนอีก 5.8% ไม่แน่ใจ/ไม่มีความเห็นผลสำรวจดังกล่าว จึงสะท้อนถึงช่องว่างระหว่างความรู้สึกไม่ปลอดภัยกับความเชื่อมั่น ต่อมาตรการที่มีอยู่
สำหรับนโยบายการรับซื้อปืนคืน32.9%ไม่เห็นด้วย รองลงมา24.1% เห็นด้วยและต้องจำกัดจำนวนอาวุธปืนที่แต่ละคนครอบครอง 16.4% เห็นด้วยกับ การบังคับรับซื้อคืนทั้งหมดในราคาที่เป็นธรรม16.2% เห็นด้วยโดยให้เป็นไปตามความสมัครใจของเจ้าของ อาวุธปืน และ 10.4% ไม่แน่ใจ/ไม่มีความเห็น ดังนั้นความคิดเห็นต่อนโยบายรับซื้อปืนคืนยังมีความหลากหลาย แม้การไม่เห็นด้วยจะเป็นคำตอบที่ได้รับเลือก มากที่สุด แต่ผู้เห็นด้วยรวมกันสัดส่วนเกินครึ่ง แต่กระจายอยู่ในหลายรูปแบบ สะท้อนว่า จุดยืนต่อนโยบายนี้ สัมพันธ์กับเงื่อนไขการดำเนินการ ทั้งความสมัครใจ การจำกัดจำนวนครอบครอง และการบังคับรับซื้อคืน จากผลสำรวจสะท้อนว่า ความกังวลเรื่องอาวุธปืนอยู่ในระดับสูง ขณะที่ความเชื่อมั่นต่อการควบคุมยังมีข้อจำกัด ประชาชนให้น้ำหนักกับการจัดการปืนผิดกฎหมายและการบังคับใช้อย่างจริงจัง แต่เมื่อเป็นมาตรการ รับซื้อปืนคืน ความเห็นกลับแตกต่างกันตามรูปแบบและเงื่อนไข การแก้ไขปัญหาจึงควรทำให้ประชาชนเห็นผล ของการควบคุมที่ชัดเจน ควบคู่กับการป้องกันตั้งแต่แหล่งซื้อขาย การตรวจสอบผู้ครอบครอง และการติดตาม ปืน พร้อมเปิดเผยผลการดำเนินงานอย่างสม่ำเสมอ ส่วนมาตรการใหม่ควรอธิบายเป้าหมายและผลที่คาดว่าจะ เกิดขึ้นอย่างรอบด้าน เปิดรับข้อกังวล และประเมินผลก่อนขยายการดำเนินงาน
KPIโพล ชี้ปชช.88.2%ห่วงคนทั่วไปครอบครองปืนได้ ไม่มั่นใจมาตรการป้องกันก่อเหตุ จี้จัดการปืนเถื่อน-คุมเข้มผู้ใช้ พร้อมเพิ่มโทษ


