xs
xsm
sm
md
lg

“อัจฉริยะ” หอบหลักฐานร้อง กมธ.กฎหมายฯ แฉตำรวจนครบาล 1-9 ปลอมหมายจับ สร้าง “ผู้กล่าวหาทิพย์” ล่าชาวจีนโยงแก๊งสแกมเมอร์

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



“อัจฉริยะ” หอบหลักฐานร้อง กมธ.กฎหมายฯ สภาผู้แทนฯ สอบตำรวจนครบาล 1-9 กระทำผิดกฎหมาย ปลอมหมายจับศาลทั้งฉบับ 24 หมาย นอกจากนี้ยังพบพนักงานสอบสวนมากกว่า 50 นายในพื้นที่ สร้าง “ผู้กล่าวหาทิพย์” ใช้เป็นหลักฐานออกหมายจับชาวจีนโยงแก๊งสแกมเมอร์กว่า 200 หมาย ดำเนินการต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2565

เมื่อวันที่ 17 ก.ย. 2569 นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม นำเอกสารและหลักฐานเข้ายื่นต่อนายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน และประธานคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน เพื่อขอให้ตรวจสอบข้อกล่าวหาว่า มีพนักงานสอบสวนในพื้นที่กองบังคับการตำรวจนครบาล 1-9 กระทำการโดยมิชอบด้วยกฎหมาย

นายอัจฉริยะเปิดเผยว่า จากการตรวจสอบพบพฤติการณ์ที่อาจเข้าข่ายการกระทำผิด 2 รูปแบบ โดยรูปแบบแรกเกี่ยวข้องกับการปลอมแปลงหมายจับศาลทั้งฉบับ ตั้งแต่ตราศาล ลายมือชื่อผู้พิพากษา ไปจนถึงเลขคดี พร้อมนำตัวอย่างหมายจับมาแสดงประกอบการร้องเรียน

นายอัจฉริยะอ้างว่า พบหมายจับในลักษณะดังกล่าวรวม 24 ฉบับ แบ่งเป็นหมายจับจากศาลอาญาพระโขนง 6 ฉบับ และศาลแขวงพระนครเหนืออีก 18 ฉบับ

สำหรับหมายจับที่นำมาเปิดเผยนั้น นายอัจฉริยะระบุว่าเกี่ยวข้องกับกลุ่มชาวจีนที่ถูกกล่าวหาว่ามีความเชื่อมโยงกับแก๊งสแกมเมอร์ และอยู่ระหว่างถูกควบคุมตัวในห้องควบคุมของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง โดยอ้างว่าศาลอาญาพระโขนงได้อนุมัติหมายจับในข้อหาละเมิดอำนาจศาลแล้ว

ทั้งนี้ นายอัจฉริยะระบุว่า ประเด็นดังกล่าวเป็นหลักฐานที่ใช้ยืนยันข้อกล่าวหาเรื่องการปลอมแปลงหมายจับ

ส่วนพฤติการณ์รูปแบบที่สอง นายอัจฉริยะกล่าวหาว่า มีพนักงานสอบสวนมากกว่า 50 นายในพื้นที่นครบาลเข้าไปเกี่ยวข้องกับการสร้างผู้กล่าวหาทิพย์ หรือผู้กล่าวหาเท็จ เพื่อนำมาใช้ดำเนินคดีที่สามารถยอมความได้ เช่น คดีความผิดฐานยักยอกและฉ้อโกง

จากนั้นจึงนำพยานหลักฐานดังกล่าวไปใช้ประกอบการขอศาลออกหมายจับชาวจีนที่เกี่ยวข้องกับแก๊งสแกมเมอร์ รวมถึงบุคคลในคดีอื่น ๆ โดยนายอัจฉริยะอ้างว่า พบหมายจับในลักษณะดังกล่าวมากกว่า 200 หมาย

นายอัจฉริยะยังอ้างว่า มีหนังสือจากศาลอาญาและศาลอื่น ๆ ส่งมายืนยันการออกหมายจับโดยใช้พยานหลักฐานอันเป็นเท็จ พร้อมระบุว่า กระบวนการดังกล่าวดำเนินต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2565

นอกจากนี้ ยังกล่าวอ้างว่า มีชาวจีนมากกว่า 300 คนถูกส่งตัวไปยังพื้นที่ชายแดน ก่อนจะกลับไปทำงานเกี่ยวข้องกับแก๊งสแกมเมอร์และขบวนการหลอกลวงอีกครั้ง

นายอัจฉริยะระบุด้วยว่า ข้อมูลที่นำมาเปิดเผยในครั้งนี้ยังไม่รวมกรณีที่เกิดขึ้นในพื้นที่ตำรวจภูธรภาค 1-9 โดยอ้างว่า มีหนังสือยืนยันการพบกระบวนการในลักษณะเดียวกัน

ด้านนายรังสิมันต์ โรม กล่าวว่า เรื่องดังกล่าวไม่ได้เกี่ยวข้องเฉพาะกับกระบวนการยุติธรรมและสิทธิของประชาชนเท่านั้น แต่ยังมีประเด็นอื่นที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานของรัฐและเจ้าหน้าที่รัฐด้วย ดังนั้น คณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน จะรับเรื่องดังกล่าวไว้ตรวจสอบต่อไป