พลอากาศเอก ชลิต พุกผาสุข องคมนตรี ประธานอนุกรรมการติดตามและขับเคลื่อนโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริในพื้นที่ภาคกลาง พร้อมด้วย พลอากาศเอก จอม รุ่งสว่าง องคมนตรี รองประธานอนุกรรมการฯ นายวัชระ หัศภาค ที่ปรึกษาด้านการพัฒนา สำนักงาน กปร. และคณะอนุกรรมการฯ เดินทางลงพื้นที่จังหวัดปราจีนบุรี เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 3 กันยายน 2569 เพื่อตรวจเยี่ยมและติดตามผลการดำเนินงานส่งเสริมอาชีพแก่เกษตรกรที่ได้รับประโยชน์จากโครงการอ่างเก็บน้ำนฤบดินทรจินดา
พร้อมรับทราบความก้าวหน้าการพัฒนาอาชีพและการบริหารจัดการน้ำที่นำไปสู่การยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่
โอกาสนี้ องคมนตรีและคณะได้เยี่ยมชมแปลงเกษตรของนางสุหร่าย สมมิตร อายุ 66 ปี ข้าราชการครูบำนาญ หมู่ที่ 8 ตำบลแก่งดินสอ อำเภอนาดี จังหวัดปราจีนบุรี ซึ่งเข้าร่วมโครงการตั้งแต่ปี 2562 โดยได้รับการสนับสนุนจากกรมส่งเสริมการเกษตรในการปรับเปลี่ยนพื้นที่ทำการเกษตร จำนวน 5 ไร่ จากเดิมที่ปลูกยูคาลิปตัส ซึ่งเป็นพืชเชิงเดี่ยว มาเป็นการปลูกทุเรียนและมะพร้าวน้ำหอม พร้อมปรับสภาพพื้นที่และปลูกหญ้าแฝกเพื่อป้องกันการชะล้างพังทลายของดิน ตลอดจนได้รับการส่งเสริมองค์ความรู้
ด้านการบริหารจัดการพื้นที่และการประกอบอาชีพอย่างเหมาะสม
นางสุหร่าย สมมิตร กล่าวว่า ก่อนเข้าร่วมโครงการฟื้นฟูระบบนิเวศต้นน้ำและพัฒนาอาชีพในพื้นที่โครงการอ่างเก็บน้ำนฤบดินทรจินดา ตำบลแก่งดินสอ อำเภอนาดี จังหวัดปราจีนบุรี พื้นที่ดังกล่าวมีปัญหาน้ำขัง และปลูกยูคาลิปตัสเป็นหลัก เนื่องจากใช้น้ำน้อย แต่ภายหลังกรมชลประทานดำเนินการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำนฤบดินทรจินดา และมีคลองส่งน้ำผ่านพื้นที่ ทำให้มีน้ำสำหรับการเกษตรอย่างเพียงพอ จึงตัดสินใจปรับเปลี่ยนจากการปลูกพืชเชิงเดี่ยวมาเป็นการปลูกไม้ผลและเกษตรแบบผสมผสาน ส่งผลให้ผลผลิตและรายได้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
“ช่วงแรกต้องลงทุน แต่เมื่อทุเรียนเริ่มให้ผลผลิต ก็ทำให้มีรายได้เพิ่มขึ้นและมีความมั่นคงมากขึ้น โดยเฉพาะทุเรียนหมอนทอง ซึ่งเป็นทุเรียนคุณภาพของจังหวัดปราจีนบุรี ปีที่ผ่านมาเป็นปีแรกที่ทุเรียนให้ผลผลิตประมาณ 3.2 ตัน จำหน่ายในราคากิโลกรัมละ 120 บาท มีผู้บริโภคสั่งซื้ออย่างต่อเนื่อง ทั้งการจำหน่ายหน้าสวนและสั่งทางออนไลน์ ทำให้มีรายได้ถึง 380,000 บาท และในปีหน้าคาดว่าทุเรียนจะให้ผลผลิตมากขึ้น จึงน่าจะมีรายได้เพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมาอย่างแน่นอน” นางสุหร่ายกล่าว
นอกจากนี้ การเข้าร่วมโครงการยังทำให้เกิดการปรับเปลี่ยนแนวคิดในการดำเนินชีวิต โดยนำหลักความพอเพียงมาประยุกต์ใช้ ทั้งการวางแผนใช้จ่าย การบริหารพื้นที่ทำกิน และการจัดสรรรายได้อย่างเป็นระบบ จากเดิมที่มีรายได้หลักจากเงินบำนาญ ปัจจุบันมีรายได้จากผลผลิตทางการเกษตรเพิ่มขึ้น ทำให้มีความมั่นคงและมีความสุขกับการใช้ชีวิตหลังเกษียณในพื้นที่สวนของตนเอง พร้อมรู้สึกภาคภูมิใจที่ได้เป็นเกษตรกรต้นแบบและเป็นส่วนหนึ่งของโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ
จากนั้น องคมนตรีและคณะเดินทางไปยังแปลงเกษตรของนายมณี ยิ่งยงค์ หมู่ที่ 5 ตำบลบ้านนา อำเภอกบินทร์บุรี จังหวัดปราจีนบุรี เพื่อติดตามโครงการถ่ายทอดเทคโนโลยีระบบการผลิตข้าวไม่ไวต่อช่วงแสง ภายใต้โมเดลเศรษฐกิจ BCG โดยกรมการข้าว ใช้พื้นที่นาขนาด 5 ไร่ เป็นแปลงต้นแบบ โดยนำเทคโนโลยีการวิเคราะห์ดินมาใช้คำนวณปริมาณปุ๋ยอย่างแม่นยำ ควบคู่กับการปลูกข้าวพันธุ์ กข79 และการจัดการน้ำแบบเปียกสลับแห้ง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ลดต้นทุน และใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า
นายมณี ยิ่งยงค์ กล่าวว่า ก่อนมีโครงการอ่างเก็บน้ำนฤบดินทรจินดา เกษตรกรในพื้นที่สามารถทำนาได้เฉพาะฤดูนาปี แต่หลังจากมีระบบส่งน้ำจากอ่างเก็บน้ำผ่านคลองชลประทาน ทำให้สามารถทำนาได้ปีละ 2 ครั้ง และมีน้ำใช้อย่างต่อเนื่อง แม้ในช่วงฤดูแล้ง ขณะเดียวกัน พื้นที่ซึ่งเคยประสบปัญหาน้ำท่วมในช่วงฤดูฝน ปัจจุบันสถานการณ์ดีขึ้นอย่างชัดเจน
ปัจจุบัน นายมณีทำการเกษตรแบบผสมผสานในพื้นที่รวม 28 ไร่ แบ่งเป็นพื้นที่ทำนาข้าว สวนผลไม้ และแหล่งน้ำ โดยปลูกเงาะ ทุเรียน กล้วย มะพร้าว ข่า ตะไคร้ และเลี้ยงปลา รวมทั้งมีโรงสีข้าวสำหรับให้บริการแก่เกษตรกรในชุมชนโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย นอกจากนี้ ยังนำผลพลอยได้จากการสีข้าว เช่น ปลายข้าวและรำข้าว มาใช้เป็นอาหารปลาและไก่พื้นบ้าน ช่วยลดต้นทุนและสร้างประโยชน์จากทรัพยากรภายในพื้นที่อย่างครบวงจร
ทั้งนี้ การลงพื้นที่ติดตามผลการดำเนินงานขององคมนตรีและคณะ สะท้อนให้เห็นถึงผลสำเร็จของโครงการอ่างเก็บน้ำฝนฤบดินทรจินดา ที่มิได้เป็นเพียงแหล่งน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคและการเกษตรเท่านั้น แต่ยังเป็นกลไกสำคัญในการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมและภัยแล้ง พร้อมสนับสนุนให้เกษตรกรสามารถปรับเปลี่ยนรูปแบบการผลิตจากพืชเชิงเดี่ยวสู่เกษตรผสมผสาน มีน้ำเพียงพอตลอดปี และนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาประยุกต์ใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุน และสร้างรายได้ที่มั่นคง อันนำไปสู่การยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนและการพัฒนาภาคการเกษตรอย่างยั่งยืน


