xs
xsm
sm
md
lg

“ฐิติเชฏฐ์ นุชนาฏ” กกต.หมวกเขียว เปลี่ยนไปใส่หมวกน้ำเงิน?!

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ถ้าอยากจะทำความเข้าใจว่า ทำไมคดีฮั้ว สว. ถึงถูกจับตามองไปถึงตัวบุคคลที่เป็น “กกต.” ทั้ง 7 คน

ต้องลองถอยออกมาดู “กระดานอำนาจ” ของ กกต.ชุดปัจจุบันเสียก่อน เพราะวันนี้ กกต. 7 คน ไม่ได้คลอดออกมาจากแม่เดียวกัน 
ในจำนวน 7 คน มีอยู่ 4 คน ที่คลอดจากวุฒิสภาชุดปัจจุบัน คือ “ณรงค์ กลั่นวารินทร์ ประธาน กกต.- อนันต์ สุวรรณรัตน์ - ณรงค์ รักร้อย และจิรุตม์ วิศาลจิตร” 
ส่วนอีก 3 คน คือ “ชาย นครชัย-สิทธิโชติ อินทรวิเศษ และ ฐิติเชฏฐ์ นุชนาฏ” คลอดจากวุฒิสภาชุด คสช. 
และใน 3 คนนี้เอง มีอยู่หนึ่งคนที่กลายเป็น “ตัวละครสำคัญ” ของกระดานนี้ 
นั่นคือ “ฐิติเชฏฐ์ นุชนาฏ” เพราะ มติ กกต. 5 ต่อ 2 ในเรื่องฮั้ว สว. นั้น เขาอยู่ในฝั่งเสียงข้างมาก ส่วน “ชาย นครชัย-สิทธิโชติ อินทรวิเศษ” เป็นเสียงข้างน้อย

ฐิติเชฏฐ์ นุชนาฏ
ถ้าดูตามตัวหนังสือกฎหมาย “ฐิติเชฏฐ์” เป็น กกต.ที่อยู่ “ครบวาระ” ไปแล้ว แต่ยังนั่ง “รักษาการ” อยู่ คือว่า เขาเป็น กกต.มาครบ 7 ปี ตั้งแต่ วันที่ 4 ธันวาคม 2568

เหตุที่ยังไม่ออกจากโต๊ะกกต. ไม่ใช่เพราะอายุยังไม่ถึง 70 ปี แต่เป็นเพราะ กระบวนการแต่งตั้งคนใหม่เข้ามาแทน ยังไม่เสร็จซักที

กฎหมายเปิดทางให้ กกต.ที่ครบวาระแล้ว ยังคงปฏิบัติหน้าที่ต่อไปได้ จนกว่าคนใหม่จะเข้ามารับหน้าที่

นี่แหละคือจุดที่ทำให้เรื่องนี้น่าสนใจ เพราะคำว่า “รักษาการ” หรือ “ปฏิบัติหน้าที่ต่อ” ในทางกฎหมาย อาจเป็นเรื่องปกติ... แต่ในทางการเมืองมันมีความหมายมากกว่านั้น!

เพราะถ้ายังหา “คนใหม่” มาแทนไม่ได้ “ฐิติเชฏฐ์” ก็ยังอยู่ในองค์คณะ กกต.ไปเรื่อยๆ ยังมีสิทธิร่วมพิจารณาเรื่องสำคัญต่างๆ รวมทั้งคดีฮั้ว สว. ด้วย

อ้าว...แล้วทำไม กระบวนการสรรหาหาคนมาแทนจึงไม่รีบดำเนินการ...คำตอบคือ หาแล้ว ได้แล้ว มีการเสนอชื่อ “มณฑล สุดประเสริฐ” อดีต อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง ไปให้วุฒิสภาแล้ว ... แต่วุฒิสภาชุดสีน้ำเงิน ไม่โอเค!

ผลก็คือ “ฐิติเชฏฐ์” ยังอยู่ต่อ

ถามว่า ถ้าคณะกรรมการสรรหาเสนอชื่อมาใหม่ แต่ก็ยังผ่านด่าน สว.ไม่ได้อีก อย่างนี้ “ฐิติเชฏฐ์” จะอยู่ต่ออีกนานแค่ไหน เพราะนี่ก็อยู่มาตั้งแต่ปลายปี 68 จนจะสิ้นปี 69 แล้ว

อันนี้ คนวงในมีคำตอบว่า...อยู่จนถึง “แสวง บุญมี” เลขา กกต. ครบสัญญาจ้าง


“แสวง บุญมี” เป็นเลขาธิการ กกต. เป็นคนที่มีอำนาจคุมฝ่ายสำนักงาน เป็นคนที่ทำงานกับกระบวนการเลือก สว. มาตั้งแต่ต้น และเป็นคนในสาย “บุรีรัมย์คอนนเนกชัน”

“แสวง” มีสัญญาจ้างเป็นเลขาธิการ กกต. ถึงวันที่ 31 มีนาคม 2570 และเมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา กกต. ได้มีมติ 5 ต่อ 2 ให้ “แสวง” ผ่านการประเมินประจำปี และอยู่ต่อจนครบสัญญา

ตรงนี้จึงเกิด “จังหวะเวลา” ที่ถูกหยิบมาเป็นประเด็น ...“ฐิติเชฏฐ์” ยังอยู่ เพราะยังหาคนใหม่มาแทนไม่ได้

ส่วน “แสวง” เป็นเลขา กกต. จนถึง 31 มีนาคม 2570

หลังจากนั้น…จะเกิดอะไรขึ้น ?

คำตอบคือ เมื่อ “แสวง” พ้นจากตำแหน่งเลขา กกต. แล้ว ก็ไปสมัครเข้าสู่กระบวนการสรรหา กกต. จากนั้น คณะกรรมการสรรหาฯ ส่งชื่อ “แสวง” ให้วุฒิสภาพิจารณา...วุฒิสภาไฟเขียวให้ “แสวง” ได้เป็น กกต.

ถึงเวลานั้น กกต. 7 คน ก็จะมี กกต. 5 คน ที่ได้รับการแต่งตั้งจากวุฒิสภาชุดนี้

ต้องไม่ลืมว่า คดีเกี่ยวกับการเลือกตั้ง จะไปถึงศาลได้ ต้องผ่านด่าน กกต. ช่องทางเดียวเท่านั้น ไปทางอื่นไม่ได้

นี่จึงเป็นเหตุ เป็นผล ที่จะบอกว่า “ขั้วน้ำเงิน” เขาล็อกตัวบุคคลที่จะมาเป็น กกต.เอาไว้แล้ว เพื่อจะได้คุม กกต. อย่างเบ็ดเสร็จไปอีก 7 ปี !

ลองมโนต่อไปสิ ถ้าต่อไปคนในขั้วน้ำเงินโกงเลือกตั้ง ใครจะจัดการ?... ฮ่วย!!